“อภิสิทธิ์” ยันไม่ได้ปล้นเก้าอี้นายกฯ ตามที่ “เสนาะ” กล่าวหา ขณะเดียวกัน ไม่วิตกหากจะปูดเบื้องหลังการจัดตั้ง รบ. ยันชี้แจงได้ เพราะมีความชัดเจนและเปิดเผย ย้ำต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าเพื่อเปิดทางปฏิรูปการเมือง พร้อมนำผลงานมาช่วยสร้างเสถียรภาพให้ รบ.ภายใน 2-3 เดือน ส่วนปัญหาภายในพรรคกำลังพยายามเคลียร์ให้ราบรื่น
วันนี้ (22 ธ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ตนไม่ได้ปล้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวหา และไม่ทราบว่านายเสนาะ มีข้อมูลที่จะเปิดเผยในวันที่แถลงนโยบายอย่างไร แต่การเลือกนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาเป็นเรื่องของเสียงข้างมากในรัฐสภาที่จะลง คะแนน พร้อมชี้แจงว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลต่อกรณีดังกล่าว เนื่องจากการดำเนินการมีความชัดเจนและเปิดเผย
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขณะนี้ต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ เพื่อเปิดทางให้มีการปฏิรูปการเมือง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักที่จะนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญที่แก้เพื่อยุติความขัด แย้งทางการเมือง
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีความขัดแย้งภายในพรรค โดยเชื่อว่าขณะนี้มีความพยายามทำให้ทุกอย่างราบรื่น โดยในวันนี้จะเริ่มต้นทำงาน และนำผลงานมาช่วยในการสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลภายใน 2-3 เดือน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนว่า ไม่มีปัญหาเรื่องการเลื่อนประชุม หากผู้นำบางประเทศไม่สามารถเดินทางมาร่วมประชุมได้ช่วงที่ไทยกำหนด แต่ที่สำคัญต้องไม่เลื่อนเพราะไทยไม่มีความพร้อม ทั้งนี้ ตนจะให้นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เป็นผู้ประสานงาน
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
“เสนาะ ” ฟันธงดัน “ พล.ต.อ.ประชา ” เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ ทิ้งภาพนอมินี ยันมีอำนาจเต็มในการจัดตั้งรัฐบาล มั่นใจ “ทักษิณ” ไม่โฟนอินเสาร์ 13 ธ.ค.นี้ ด้าน”เฮียเพ้ง”ดอดพบป๋าเหนาะหลังมื้อเย็นตั้งรัฐบาลเพื่อชาติล่ม
ที่บ้านพักเมืองทองธานี วันที่ 11 ธ.ค. นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช แถลงข่าวยืนยันว่า การจัดตั้งรัฐบาลไม่ต้องการแข่งกับใคร แต่ถูกขอร้องเพื่อหาทางออกให้กับประเทศชาติ โดยไม่มีอะไรแอบแฝง หรือมีอะไรมากดปุ่ม ซึ่งการตัดสินใจวันนี้ (11ธ.ค.) ได้ไต่ตรองลงลึกย้อนอดีตถึงปัจจุบันสู่อนาคตแล้วจึงได้ตัดสินใจ เพราะจากที่พรรคใหญ่มอบหมายให้ตนมีอำนาจเต็มสำหรับการตัดสินใจ ซึ่งตนได้ตัดสินใจว่า ไม่มีใครเหมาะสมเท่ากับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ผ่านมาตนสนับสนุนและตั้งนายกรัฐมนตรีมาหลายคนแล้ว ครั้งนี้เชื่อว่าจะได้รับความกรุณาจากคนอีสาน เพราะมาคิดแล้วว่าเป็นภาคใหญ่ที่สุด ที่ผ่านมามีนายกรัฐมนตรีเป็นคนใต้ เหนือ กลางแล้ว เมื่อคืนนอนคิดทั้งคืน ว่าแนวทางการแก้ปัญหากับบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร พล.ต.อ.ประชา เป็นคนอีสานโดยกำเนิด และเป็นคนมีเหตุผล
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ประชา ระบุว่าไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายเสนาะ กล่าวว่า เชื่อว่าคนอย่าง พล.ต.อ.ประชามีเหตุผล มีศักยภาพคนหนึ่งแก้ปัญหาบ้านเมือง เคยเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในสถาบันตำรวจ คงไม่ปฏิเสธทำเพื่อบ้านเมือง ต่อข้อถามว่า จะคุยกับ พล.ต.อ.ประชาเมื่อไหร่ นายเสนาะ กล่าวว่า หลังการแถลงข่าววันนี้มั่นใจว่าจะคุยกับ พล.ต.อ.ประชาได้ ก็ให้รู้ว่าคนเป็นถึงพล.ต.อ.จะไม่รับใช้ประเทศชาติ
“ผม ขอฟันธง เลือกพล.ต.อ.ประชา มาเป็นนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลเพื่อชาติ ขอร้องพรรคประชาธิปัตย์หยุดคิดสักนิดหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังหนุ่มยังแน่น ยังมีโอกาสอีกมาก ทำไมต้องมาเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงวิกฤต เกิดรอยร้ายในสังคม รอสักนิด ถ้า พล.ต.อ.ประชา เป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าจะจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ทำงานร่วมกันได้ ผมสามารถคุยกับพล.ต.อ.ประชารู้เรื่อง ให้รู้ไปว่าคนอย่างเสนาะคุยกับพล.ต.อ.ประชาไม่รู้เรื่อง ถ้าพล.ต.อ.ประชา เป็นนายกรัฐมนตรีจะไม่มีเรื่องเสื้อเหลืองเสื้อแดง และขจัดภาพรัฐบาลนอมินี โดยให้ทุกพรรคมาช่วยกัน ซึ่งวันนี้ ( 11 ธ.ค.) ไม่ให้แกนนำพรรคเพื่อไทยมาแถลงด้วย เพราะจะถูกกล่าวหาว่าผมถูกกดปุ่ม เชื่อว่าพล.ต.อ.ประชาจะใช้เวลาตัดสินใจไม่นานในการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะถ้าไม่รับ พล.ต.อ.ประชา ก็ไม่ต้องกลับอีสาน ” นายเสนาะ กล่าว
นายเสนาะ กล่าวว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้เสนอชื่อ พล.ต.อ.ประชา เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยตัวเอง และพรรคเพื่อไทยทุกคนจะสนับสนุน พล.ต.อ.ประชา เพราะในเมื่อมอบหมายให้ตนมีอำนาจเด็ดขาดในการดำเนินการ และส.ส.อีสานทั้งหมดไม่ว่าพรรคไหน หากไม่โหวตให้ พล.ต.อ.ประชา ต้องจับตาดูว่า ส.ส.ถูกอำนาจอะไร
ต่อข้อถามว่า ในพรรคเพื่อแผ่นดินเองยังมีความขัดแย้งกันเองในการสนับสนุนระหว่างพรรคประชา ธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย นายเสนาะ กล่าวว่า ตอนนี้ พล.ต.อ.ประชา เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ถ้าเป็นหัวหน้าพรรคแล้ว ไม่กล้าตัดสินใจอะไรให้คนในพรรคมีเงื่อนไข ก็ลาออกอย่าเป็น ขนาดตนสนับสนุนหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินให้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว คนในพรรคยังไม่เห็นด้วย ก็แสดงว่าไปรับของอะไรมา
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาภาคเอกชนสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนขั้วการเมือง นายเสนาะ กล่าวว่า แค่ปีสองปี ทนไม่ได้หรือ หาคนนอกเก่งๆ เข้ามาบริหาร ส่วนเรื่องโควต้ารัฐมนตรีอย่าเพิ่งพูด
ต่อข้อถามว่า ในวันที่ 13 ธันวาคมที่จะมีการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้หรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า “ผมคิดว่า ขอร้องไม่ให้โฟนอินได้ ถ้าให้ผมทำหน้าที่นี้ อย่าพูดกับผม เสื้อแดงก็คงไม่มี ผมประกาศตรงนี้ก็เหมือนประกาศ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว ผมกำชับแล้วว่าจะให้ผมทำงานเรื่องนี้อย่าทำอะไร ตอนนี้เหลือแต่พรรคประชาธิปัตย์จะยอมถอยหรือไม่ ถ้านายอภิสิทธิ์ฝันต่อก็ช่วยไม่ได้ สู้กันในสภา ”
นายเสนาะ กล่าวต่อว่า จนถึงขณะนี้ยังเชื่อว่า ไม่มีทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาล เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นให้ปฏิวัติดีกว่า
ที่มา คมชัดลึก
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ว่า นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่บ้านพักเมืองทองธานี ว่า ในช่วงเช้า นางอุไรวรรณ เทียนทอง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาทักทายสื่อมวลชน โดยปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า นายเสนาะ จะเดินทางไปพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย แต่ยอมรับว่า ในช่วงเย็น นายเสนาะได้เชิญพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมาหารือ เพื่อพูดคุยเรื่องการเมือง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมห้องประชุมภายในบ้านพักของนายเสนาะ เพื่อเป็นสถานที่รับรองแขก ส่วนนายเสนาะนั้น ยังคงเก็บตัวอยู่ภายในบ้านพัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ได้ออกจากบ้าน เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยบริเวณสถานที่จัดเลี้ยงในค่ำวันที่ 10 ธันวาคม และทักทายกับสื่อมวลชน
จากนั้น นายเสนาะได้โทรศัพท์หา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย เพื่อเชิญมารับประทานอาหารที่บ้าน และขอให้พานายสมศักดิ์ เทพสุทิน สามีมาด้วย
นายเสนาะ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จะไม่ไปพบกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เนื่องจากได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์แล้ว และไม่ขอบอกว่า การเลี้ยงอาหารมื้อค่ำ จะมีแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลเดิมคนใดมาร่วมในงานบ้าง
นาย ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) ปฏิเสธถึงกระแสข่าวว่า ส.ส.ของพรรคฯทั้ง 9 คน รวมทั้งตัวนายประดิษฐ์ จะย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อทำให้พรรค พท.ได้เสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล โดยยืนยันว่าไม่เคยมีแนวคิด ที่จะย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ซึ่งพรรค รช.เป็นเพียงพรรคเล็ก การจะไปจับขั้วกับพรรคการเมืองใดในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ต้องขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่ตนเองเพียงคนเดียว โดยมั่นใจว่า จะได้รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศก่อนปีใหม่ รวมทั้งเสถียรภาพความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุน จะพลิกฟื้นคืนมาอย่างแน่นอน
ที่พรรคชาติไทย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตแกนนำพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เชิญแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลไปทานอาหารเย็น ที่บ้าน ย่านเมืองทองธานีว่า เรายังไม่ได้รับการติดต่อจากนายเสนาะ แต่ถ้านายเสนาะติดต่อมาจริง ก็ คงไม่ไปแน่นอนและจะไม่ส่งตัวแทนจากพรรคไปด้วย เพราะตอนนี้ทุกอย่างแล้ว เราได้หารือและประกาศจุดยืนไปแล้ว พรรคไม่น่าจะคุยกับใครอีก เพราะไม่ต้องการให้เกิดความสับสนมากกว่านี้
ด้านนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร พรรคชาติไทย กล่าวว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ แกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลยืนยันชัดเจนแล้วว่า จะไปพบนายเสนาะที่บ้านไม่ได้ ถ้าเราไปมัน ก็จะผิดหลักการ คิดว่าแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลคนอื่นๆ ก็คงไม่ไปเช่นกัน ส่วนแนวคิดของนายเสนาะที่จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติเป็นทางออกนั้น เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตรองเลขาธิการพรรคชาติไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้รับเชิญ ส่วนกระแสข่าวนายเสนาะอาจเดินทางมาพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่บ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์นั้น คงไม่เป็นความจริง เพราะตอนนี้นายบรรหารอยู่ที่จ.สุพรรณบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก บ้านพักของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่เชิญแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลไปรับประทานอาหารเย็น ที่บ้านพัก ย่านเมืองทองธานีว่า ในเวลา 17.00 น. ตามที่นัดไว้ ปรากฏว่า ยังไม่มีตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เดินทางมาแต่อย่างใด นายเสนาะ ถึงกับโทรศัพท์ ไปหา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ด้วยตัวเอง แต่นางอนงค์วรรณ อ้างต้องไปพบแพทย์ แม้นายเสนาะต่อรองเป็นเวลา 19.00 น. แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน
โดยก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. มีแกนนำและส.ส.พรรคเพื่อไทย และส.ส.พรรคประชาราชทยอยเดินทางมาที่บ้านพักนายเสนาะ อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึง แต่ทั้งสองคนก็เดินทางกลับในเวลา 16.30 น. โดยอ้างว่าติดธุระ
ที่มา มติชน
“อภิสิทธิ์” ไม่รับข้อเสนอ“เสนาะ” แต่เชิญเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ระบุ ให้ทุกพรรคเป็นรัฐบาลเรื่องยาก ย้ำจุดยืนการเมืองเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ต่างกัน ยืนยันหากเป็นผู้นำประเทศ จะให้ความเป็นธรรมทุกกลุ่ม ยังมั่นใจพรรคและกลุ่มการเมืองที่มาสนับสนุนประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลจะไม่ เปลี่ยนขั้ว
(9ธ.ค.) ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปศาลอาญา เพื่อให้ปากคำต่อศาล คดีที่ นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นโจทก์ยื่นฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง เมื่อปี 2548
นายอภิสิทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ว่า แนวคิดของนายเสนาะ ถือเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การเป็นรัฐบาลทุกพรรคเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากพรรคเพื่อไทยหรือพลังประชาชนเดิม กับพรรคประชาธิปัตย์ มีจุดยืนทางการเมืองหลายเรื่องที่ไม่ตรงกัน แต่ถ้านายเสนาะ อยากเข้าร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เป็นปัญหา
ส่วน ที่นายเสนาะ เสนอนายกรัฐมนตรีต้องไม่มาจากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อลดความขัดแย้งนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องหนึ่ง การสังกัดพรรคไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากเป็นผู้นำประเทศแล้ว จะต้องเป็นผู้นำของคนทั้งประเทศ ซึ่งความตั้งใจของพรรค คือเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เป็นรัฐบาลของคนที่สนับสนุนเท่านั้น และพรรคพร้อมเป็นรัฐบาลที่ใช้ความเป็นธรรมกับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไร
ต่อข้อถามว่าเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วกลัวหรือไม่ว่าจะเดินทางไปเหนือ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่กลัว ต้องมีการทำความเข้าใจกับประชาชน ที่ผ่านมาไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร ยกเว้นคนที่คิดร้ายกับบ้านเมืองเท่านั้น เพราะต้องทำงานให้กับคนทั้งประเทศ และการทำงานถ้าจะต้องไปที่ไหนก็ต้องไป ไม่มีการเลือกปฏิบัติ
ต่อข้อถามว่าการเมืองยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการจัดขั้ว กังวลหรือไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนขั้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การประสานงานกับพรรคร่วม และกลุ่มการเมืองต่างๆ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ดำเนินการอยู่ แต่ไม่ได้บอกว่ามีปัญหาอะไร และที่พรรคจะต้องไปพบกับทุกกลุ่มและทุกพรรคการเมืองต่างๆ ก็เป็นการทำหน้าที่ ตามที่บอกไว้ว่าจะร่วมมือกัน วันนี้เราทราบว่ามีวิธีการหลายวิธี ที่มากดดันหรือล็อบบี้ แต่ยังเชื่อว่าทุกพรรค ทุกกลุ่มที่คุยไว้ ยังมองว่าทางออกที่ดีที่สุด คือการให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เข้ามาแก้ไขปัญหาวิกฤต บริหารบ้านเมืองให้ผ่านพ้นไปได้
ต่อข้อถามว่ามั่นใจว่าพรรคที่มาสนับสนุนจะไม่เปลี่ยนขั้วใช่หรือ ไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าประชาธิปัตย์จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมั่นใจมีความพร้อมในการหาทางออกให้กับประเทศ และพรรคร่วมต่างๆ ที่แสดงเจตนารมณ์ยังเชื่อมั่นตรงนี้
ต่อข้อถามว่าพรรคเพื่อแผ่นดิน และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ยังไม่ชัดเจนว่าจะสนับสนุนขั้วไหน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้จะไปพบกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ในช่วงเที่ยง ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดินต้องรอให้เลือกหัวหน้าพรรคให้ได้ก่อน ต่อข้อถามว่าพรรคเพื่อไทยระบุพรรคประชาธิปัตย์ดูดส.ส.เพื่อให้เปลี่ยนขั้ว ทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคไม่เคยหักหลังเพียงแต่เกิดจากความเข้าใจผิด ในการสื่อสาร ซึ่งเรื่องนี้เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงได้
ต่อข้อถามว่ายืนยันตัวเลขเดิมหรือไม่ เพราะพรรคเพื่อไทยพยายามดูดส.ส.กลับไปและใช้ประชาชนในพื้นที่กดดันส.ส. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคงไม่ตอบโต้หรือทะเลาะกับใครในช่วงนี้ ยืนยันเจตนารมณ์ที่ต้องหาทางออกให้กับประเทศ
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 4 ธ.ค.ที่บ้านเมืองทองธานี นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวถึงกรณีที่มีข่าว ระบุว่า มีผู้สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ว่า ตนได้ปลดระวางตัวเองแล้ว แต่ยังไม่ปลดระวางความรับผิดชอบ ที่พูดกันวันนี้ไม่ได้หมายความว่า รับเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน และรัฐบาลชุดใหม่คงไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติ แต่เป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน เอาคนกลางที่มีอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีทั้ง นายทหารใหญ่ นายตำรวจใหญ่ แต่เวลานี้สิ่งที่ต้องห้าม คือ คนของพรรคพลังประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ เราต้องอยู่ในระบบ ถ้ายุบสภางานนี้เจ๊ง แต่ถ้าปฏิวัติก็ล้มละลาย ต้องเอาระบบไว้
“ผมไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่ผมปลดระวางตัวเอง ที่ผ่านมา มีการทาบทามให้เป็นรัฐมนตรี แต่ก็ปฏิเสธ วันนี้ ถ้ามีความจำเป็น ผมไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่ตอนนี้ไม่ขอพูดว่ามีใครโทร.มาหา เพราะเรื่องอย่างนี้ผมยังไม่เปิดตัว” นายเสนาะ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข เหมาะที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า คนนี้ตัดไป แต่ไม่ได้หมายความว่า ร.ต.อ.เฉลิม เป็นคนไม่ดี ถ้ามาก็เหมือนเอาไฟมาเผาบ้าน
เมื่อถามย้ำว่า มองอย่างไรที่มีข่าวระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ พยายามรวบรวมเสียง ส.ส.เพื่อเปลี่ยนขั้วทางการเมือง นายเสนาะ กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ เมื่อวานนี้ ได้ยิน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พูดก็สะดุ้งเหมือนกันว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีทางจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้าไม่มีแตกออกมาเหมือนงูเห่า จะพูดทำไม หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลก็คงไม่สง่างาม
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์