คุณหญิงพจมาน ชินวัตร เดินทางไปยังสำนักงานเขตดุสิต เพื่อทำเรื่องขอเปลี่ยนนามสกุล จาก “ชินวัตร” เป็น “ดามาพงศ์” พร้อมกับทำบัตรประชาชนใหม่แล้วที่สำนักงานเขตดุสิต

มีรายงานข่าวว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 ธันวาคม คุณหญิงพจมาน ชินวัตร พร้อมด้วยคนสนิท ได้เดินทางไปยังสำนักงานเขตดุสิต เพื่อทำเรื่องขอเปลี่ยนนามสกุล จาก “ชินวัตร” เป็น “ดามาพงศ์” พร้อมกับทำบัตรประชาชนใหม่แล้ว หลังจากทำเรื่องหย่ากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยให้เลขาฯส่วนตัว เดินทางมาประสานกับเขตก่อนประมาณ 5 นาที จากนั้นได้เดินทางเข้ามาดำเนินการทำบัตรประชาชนเป็นลำดับแรกของวันนี้ (8 ธ.ค.) ขณะที่เจ้าหน้าที่เขตดุสิตให้การดูแลต้อนรับอย่างดี

ทั้งนี้ ข่าวยังระบุว่า คุณหญิงพจมาน สวมเสื้อสีส้ม และกระโปรงสีน้ำตาล มาทำบัตร โดยใช้เวลาอยู่ที่สำนักงานเขตประมาณ 10 นาที หลังจากที่สำนักงานเขตดำเนินการให้ตามระเบียบเสร็จเรียบร้อย คุณหญิงพจมาน พร้อมกับ คนสนิทได้เดินทางกลับด้วยรถตู้ทันที
ที่มา มติชน

  • Comments Off
  • วันนี้ (21 พ.ย.) นายวีรภัทร ศรีไชยา ทนายความคุณหญิงพจมาน ชินวัตร จำเลยคดีจงใจชำระเลี่ยงภาษี บริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่า 546 ล้านบาทที่ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 ก.ค.51 ให้จำคุกเป็นเวลา 3 ปี กล่าวถึงการยื่นอุทธรณ์คดีว่า ทนายความของนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธานกรรมการบริหารบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), คุณหญิงพจมาน ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 1-3 ได้ยื่นคำอุทธรณ์ส่งต่อศาลชั้นต้นแล้ว และศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ไว้เพื่อเสนอศาลอุทธรณ์แล้ว โดยเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศาลว่า อัยการโจทก์ได้ทำแก้อุทธรณ์ส่งต่อศาลแล้ว ให้ทนายความจำเลยมารับคำแก้อุทธรณ์ อย่างไรก็ดี หลังจากนี้ศาลชั้นต้นจะรวบรวมสำนวนคดี คำอุทธรณ์จำเลย และคำแก้อุทธรณ์อัยการโจทก์ เสนอศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาและมีคำพิพากษาต่อไป โดยไม่ทราบว่าการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จะใช้เวลานานเท่าใด แต่หากศาลอุทธรณ์พิจารณาสำนวนเสร็จสิ้นและมีคำพิพากษาแล้วจะส่งคำพิพากษา อุทธรณ์มาให้ศาลชั้นต้นพร้อมแจ้งหมายให้คู่ความทราบเพื่อฟังคำพิพากษา อุทธรณ์ต่อไป

    ทั้งนี้ นายวีรภัทร ทนายความปฏิเสธที่จะกล่าวถึงรายละเอียดคำอุทธรณ์ โดยกล่าวเพียงว่าจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ทุกประเด็นเหมือนที่ต่อสู้คดีในศาลชั้น ต้น ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงกว่า 10 ประเด็น ซึ่งคำอุทธรณ์ที่ยื่นมีรายละเอียดกว่า 130 หน้า โดยจำเลยทั้งสามยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง จึงขอให้ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องจำเลย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีแล้ว เมื่อจะครบอุทธรณ์คดี 30 วัน ทนายความจำเลยได้ยื่นคำขอขยายเวลาอุทธรณ์ ซึ่งทนายจำเลยทั้งสาม ได้ยื่นคำอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา และศาลมีคำสั่งรับอุทธรณ์จำเลยไว้และสำเนาคำอุทธรณ์ให้อัยการโจทก์เพื่อยื่น คำแก้อุทธรณ์ภายในวัน 15 วัน โดยอัยการโจทก์ ยื่นคำแก้อุทธรณ์ต่อศาลเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมาก่อนจะครบกำหนดยื่นแก้อุทธรณ์ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ และขณะนี้ศาลชั้นต้นเตรียมรวบรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาต่อไป

    สำหรับคดีนี้ ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า นายบรรณพจน์ อดีตประธานกรรมการบริหาร บมจ.ชินคอร์ป พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน, คุณหญิงพจมาน และนางกาญจนาภา เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน หลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร และโดยรู้อยู่แล้ว หรือโดยจงใจ ร่วมกันแจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากรหุ้น บมจ.ชินวัตรคอมพิวเตอร์ (มูลค่าหุ้น 738 ล้านบาท) จำนวน 546 ล้านบาท อันเป็นความผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (1) (2) และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และ 91 คนละ 2 ปี และให้จำคุกจำเลยที่ 1 และ 2 ฐานโดยรู้อยู่แล้ว หรือโดยจงใจร่วมกันแจ้งข้อความเท็จฯ หลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร คนละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 และ ที่ 2 คนละ 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 คงจำคุก 2 ปี โดยคดีนี้จำเลยทั้งสาม ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็นสมุดบัญชีเงินฝาก ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักรัชโยธิน คนละ 8 ล้านบาท ขอประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ซึ่งศาลชั้นต้น อนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้งสามโดยตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท

    ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

  • Comments Off
  • อังกฤษยกเลิกวีซ่าสองคนผัวเมียที่หลบหนีคดี “ทักษิณ-พจมาน” เผยร่อนอีเมล์แจ้งสายการบินทั่วโลกห้ามให้โดยสารเข้าประเทศ

    แหล่งข่าวจากคณะกรรมการดำเนินงานด้านธุรกิจการบิน (Airport Operations Committee: AOC) หรือ เอโอซี เปิดเผยว่า วันนี้(7พ.ย.) นายแอนดี้ เกรย์ ผู้จัดการฝ่ายติดต่อกิจการตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานพรมแดนสหราชอาณาจักร สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงเทพฯ ได้ส่งอีเมล์ถึงสายการบินที่เป็นสมาชิกเอโอซีเพื่อแจ้งเตือนให้ทราบว่า สำนักงานพรมแดนฯ ได้ยกเลิกวีซ่าเข้าสหราชอาณาจักรที่ถือโดย บุคคลสัญญาชาติไทยดังนี้ ทักษิณ ชินวัตร หนังสือเดินทางไทยหมายเลข D215863 และ พจมาน ชินวัตร หนังสือเดินทางไทยหมายเลข D206635 เพราะ วีซ่าที่ประทับในหนังสือเดินทางดังกล่าวไม่สามารถใช้ได้ต่อไป จึงขอแนะนำสายการบินทั้งหลายว่าอย่าได้นำผู้โดยสารทั้งสองคนเข้าสหราช อาณาจักร

    แหล่งข่าวกล่าวว่า หนังสือดังกล่าวทางสายการบินที่อยู่ในไทยคงจะได้รับพร้อมๆกับสายการบินอื่นๆ ทั่วโลกเท่ากับว่า ทักษิณ และ พจมาน ที่ขณะนี้อาศัยอยู่ที่ฮ่องกงไม่สามารถบินเข้าอังกฤษได้แล้วตั้งแต่ที่สายการ บินได้รับหนังสือแจ้งเตือนนี้ หากสายการบินไหนฝ่าฝืนก็จะมีโทษ

    ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

    ภาพผึ้งหลวงที่ได้มาทำรังขนาดใหญ่บนบริเวณหน้ารูปปั้น พญาครุฑ ที่ติดอยู่ด้านหน้าอาคารที่ทำการศาลอาญา สำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก

    ผศ.ดร.สมนึก บุญเกิด สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ถึงกรณีผึ้งหลวงไปทำรังขนาดใหญ่เต็มบริเวณใบหน้าขององค์ครุฑ ที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารสำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดได้จาก 2 กรณี คือ 1.ผึ้งแยกรัง และ 2.ผึ้งทิ้งรัง

    โดยต้องเฝ้าสังเกตว่า หากผึ้งอยู่บริเวณใบหน้าองค์ครุฑเกิน 15 วัน แสดงว่าเป็นผึ้งแยกรัง เนื่องจากบริเวณรังเก่าไม่มีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ แต่หากอยู่เพียง 1 – 2 วันแล้วอพยพไปพื้นที่อื่น ก็แสดงว่าเป็นผึ้งทิ้งรัง เนื่องจากรังเก่ามีศัตรูจำพวกไร ทำให้ไม่สามารถอยู่ได้ จึงต้องออกหารังใหม่ โดยระหว่างนั้นอาจไปพักที่บริเวณใดเป็นการชั่วคราวก็ได้ เหมือนเป็นศาลาพักเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดถือว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้น แต่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะส่วนใหญ่ผึ้งจะไม่ค่อยย้ายรังเท่าไหร่นัก

    ‘หลายคนอาจโยงไปถึงความเชื่อต่างๆ เพราะตั้งแต่สมัยโบราณมีความเชื่อกันว่า หากผึ้งย้ายรังไปอยู่ที่พื้นที่ใด หรือภายในบ้านใคร ย่อมแสดงว่าเป็นนิมิตหมายอันดี เรื่องนี้ก็อาจโยงได้ว่า เมื่อผึ้งหลวงไปอยู่ที่หน้าอาคารสำนักงานศาลยุติธรรมก็แสดงว่า เหตุบ้านการเมืองน่าจะดีขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละคน ซึ่งไม่ผิดอะไร หากไม่ทำให้ใครเดือดร้อน’ ผศ.ดร.สมนึก กล่าว

    ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ศาลอาญา มีคำพิพากษาคดีเลี่ยงภาษีหุ้นชินคอร์ป ฯ มูลค่า 546 ล้านบาท เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม โดยตัดสินจำคุกคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี , นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธานกรรมการ บริษัท คอร์ปอเรชั่น จำกัด ( มหาชน) พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน คนละ 3 ปีและจำคุกนางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน 2 ปี ในความผิดฐาน ร่วมกันจงใจโดยฉ้อโกง กลอุบาย แจ้งข้อความเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (1)(2)

    ปรากฏว่า มีผู้สังเกตุเห็นว่าผึ้งหลวงนับหมื่นตัว ได้หายไปจากหน้าองค์ครุฑแล้ว ตั้งแต่เย็นวันที่ 31ก.ค. ก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ประชาชนที่ผ่านหน้าบริเวณศาล ประชาชนที่มาติดต่อราชการศาล และเจ้าหน้าที่ศาลว่า เหตุที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะก่อนหน้านี้แม้จะมีฝนตกหนัก ลมแรง เกือบทุกวัน แต่ผึ่งหลวงก็ยังเกาะอยู่ที่หน้าองค์ครุฑ จึงเป็นเหตุที่ทำให้ผู้พบเห็นต่างพูดถึงว่า ปรากฏที่เกิดขึ้นอาจเป็นลางบอกเหตุที่ดี ให้จับตาเฝ้าติดตามคดีที่กำลังเข้าสู่ศาล ไม่ว่าจะเป็นคดีจำคุกคุณหญิงพจมานกับพวก รวมทั้งคดีนักการเมืองที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำลังพิจารณาและเตรียมจะมีคำสั่งหลายคดี ซึ่งน่าจะทำให้บ้านเมืองสงบสุขเรียบร้อย แต่บางส่วนก็ยังเชื่อว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ

    ศาลอาญา รัชดาฯ พิพากษาจำคุกคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในคดีร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงภาษีหุ้นบริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน) เป็นเวลา 3 ปี และจำเลยที่ 3 คือนางกาญจนาภา หงษ์เหิน ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี

    วันนี้(31 ก.ค.)ที่ศาลอาญา องค์คณะผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษา ในคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธานกรรมการบริหารชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน, คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมานเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน ร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากรหุ้นบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 546 ล้านบาทจากหุ้นจำนวน 4.5 ล้านหุ้นซึ่งมีหุ้นมูลค่า 738 ล้านบาท โดยความเท็จ โดยฉ้อโกง โดยใช้กลอุบาย อันเป็นความผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (1) (2) และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และ 91

    โดยองค์คณะผู้พิพากษาเริ่มอ่านคำพิพากษาเวลา 09.10 น.โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และบุตรชาย บุตรสาว ร่วมให้กำลังใจ ภริยาและแม่ ท่ามกลางการร่วมลุ้นของกลุ่มผู้สนับสนุน ที่อยู่ภายในห้องพิจารณาคดีจนเต็มห้อง

    ต่อมาเวลา 10.40 น.ศาลพิพากษาว่า จากการพิเคราะห์พยานหลักฐานนำสืบทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว พยานโจทก์มั่นคง จำเลยไม่สามารถนำสืบหักล้างได้ จึงฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 3 ร่วมกันกระทำความผิดโดยฉ้อโกง หรีออุบาย เพื่อหลีกเลี่ยง ภาษีอากร ตามฟ้อง นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 และ 2 ยังร่วมกันแจ้งความเท็จ และแสดงหลักฐานเท็จต่อเจ้าพนักงาน เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงภาษี โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้มีชื่อเสียงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งจำเลยที่ 2 ยังเป็นถึงภรรยาของผู้นำประเทศ ควรทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี แต่จำเลยกลับหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายโดยไม่เป็นธรรมต่อสังคม

    การกระทำของจำเลยทั้ง 3 จึงเป็นการกระทำความผิดสถานหนัก ร้ายแรง พิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้ง 3 ร่วมกันหลีกเลี่ยงภาษีอากร คนละ 2 ปี และให้จำคุกจำเลยที่ 1 และ 2 ฐานร่วมกันจงใจแจ้งความเท็จ และแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ อีกคนละ 1 คน รวมจำคุก จำเลยที่ 1 และ 2 คนละ 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 จำคุก 2 ปี

    Tags


    Recent Posts