เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 22 ธันวาคม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จังหวัดปทุมธานี เปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. แทนนายเอกพจน์ ปานแย้ม อดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรคชาติไทย เขต 1 หนึ่งในกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง โดยพรรคประชาธิปัตย์ ส่งนายอภินันท์ ช่วยบำรุง ลงสมัครและจับได้หมายเลข 2 ขณะที่นางชนากานต์ ยืนยง อดีต สว.ปี พ.ศ.2549 ผู้สมัครในนามพรรคประชาราช เขต 1 ได้หมายเลข 1 อย่างไรก็ตาม มีชาวบ้านสวมเสื้อแดงมาให้กำลังใจนางชนากานต์กว่า 100 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะ 2 ฝ่ายจะเดินทางกลับ นายอภินันท์ได้เดินยกมือไหว้ทักทายกลุ่มเสื้อแดง ที่ยืนล้อมตั้งแถวเรียงหน้ากระดานบริเวณหน้าสำนักงาน กกต.ปทุมธานี แต่ได้รับเสียงตะโกนก่นด่า แสดงความไม่พอใจพรรคประชิปัตย์ จนกระทั่งนายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอให้นางชนากานต์และนายอภินันท์จับมือกันเพื่อแสดงถึงความเป็นมิตร โดยไม่ต้องแบ่งแยกสี เพื่อลดกระแสความรุนแรง เพราะเกรงเกิดเหตุปะทะกัน
นายกฯไม่หวั่นเสื้อแดงปิดสภา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ ถึงกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดชุมนุมหน้ารัฐสภาในวันที่ 29 ธันวาคม ซึ่งจะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า หากเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญก็ไม่เป็นไร ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐเองมีบทเรียนจากเหตุการณ์ในอดีตมาแล้ว จะต้องหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีความคิดที่จะย้ายสถานที่ประชุม คิดว่านายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร คงนัดหมายตามปกติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าจะถูกนำเรื่องหนีทหารมาโจมตีอย่างต่อเนื่อง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่รู้สึกเป็นห่วง หากมีการหยิบยกขึ้นมาก็จะชี้แจง เคยชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว มั่นใจว่าไม่มีปัญหา
โยนย้ายที่ประชุมหน้าที่ “ชัย”
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ยังคาดหวังว่ารัฐบาลจะแถลงนโยบายได้ในวันที่ 29 ธันวาคม เรื่องนี้ถือว่าเคยมีบทเรียนมาแล้วในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จึงไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ส่วนจะต้องย้ายสถานที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา
ที่ฐานทัพเรือกรุงเทพฯ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวว่า “ผมมองโลกในแง่ดี การที่เขาบอกว่าจะมาชุมนุม ซึ่งแนวโน้มทุกครั้งที่บอกว่าจะมาชุมนุมอย่างสงบ ทำให้เรารู้สึกเบาใจ รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้บอกว่า วิธีการดำเนินการด้วยการเจรจาอย่างสันติวิธี ทุกอย่างคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่น่ามีอะไร และเป็นสิทธิของผู้ชุมนุมตามรัฐธรรมนูญที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้”
ที่มา มติชน
ภายหลังตุลาการรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคชาติไทย ทำให้นาย เอกพจน์ ปานแย้ม หรือ (เอกพจน์ วงศ์นาค) ส.ส. เขต 1 ปทุมธานี ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคต้องถูกตัดสิทธิการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ตามข่าวที่เราได้ทราบกันมาก่อนหน้านี้
ล่าสุด เอกพจน์ เตรียมส่งลูกทุ่งหน้าหวาน เอราวัณ วงศ์นาค น้องชายของตนเอง ลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรคชาติไทยพัฒนา
เอราวัณ วงศ์นาค ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ”คม ชัด ลึก” ถึงการเตรียมลงเล่นการเมืองครั้งนี้ว่า ได้มีการเตรียมตัวศึกษางานการเมืองมาแล้วระยะหนึ่ง
“พี่เอกต้องพักงานการเมือง 5 ปี พี่เขาเลยจะส่งผมลงสมัคร ส.ส. เขต 1 ปทุมธานี แทนที่เขา เพราะที่ผ่านมาพี่เขาให้โอกาสผมศึกษาดูงานการเมืองมาระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่พี่เขาลงใหม่ๆ บางครั้งผมก็ตามพ่อไปทำงานในพื้นที่ ซึ่งบางเรื่องผมอาจจะยังรู้ไม่ลึกนักในเรื่องเหลี่ยมเล่ห์การเมือง แต่ก็มั่นใจว่าจะทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนแทนพี่เอกพจน์ได้ เพราะเรารู้เห็นปัญหาในพื้นที่ จุดนี้ผมว่าน่าจะเป็นจุดที่ทำให้ประชาชนไว้วางใจเราครับ ผมว่าเรามีฐานเสียงที่ดี พี่เอกพจน์มีตรงนี้อยู่ ผมเป็นน้องไปงานร้องเพลงในพื้นที่บ่อย พี่น้องเขาจำหน้าได้ ผมว่าถ้าเรามีความโดดเด่นด้านผลงานมากกว่ากันก็จะชนะ ถ้าผมได้รับเลือกตั้งสิ่งแรกที่ผมอยากทำคือ ตัดถนนโทลล์เวย์สายรังสิต-องครักษ์ แก้ปัญหารถติดให้พี่น้องในพื้นที่ก่อน อันนี้อยากทำมาก”
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะลงสมัครในช่วงเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 11 มกราคม นี้เลยใช่หรือไม่ ลูกทุ่งหนุ่มบอกว่า
“80-90% แล้วว่าทางพี่เอกพจน์ให้ผมลงแทน แต่ก็กังวลกันว่าใครที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีตอนนี้อาจจะอยู่ได้ไม่นานก็ต้อง ยุบสภาอีก ซึ่งการเลือกตั้งครั้งต่อไปเราประเมินกันว่าคงต้องใช้เงินทุนมาก ทางพรรคยังไม่แน่ใจว่าจะส่งลงตอนนี้ไหมเพราะถ้าลงตอนนี้แล้วอยู่ได้ไม่นาน สภายุบก็ต้องเสียเงินลงอีก มันอาจจะไม่คุ้มคิดว่าวันที่ 22 มกราคมนี้ ทุกอย่างจะชัดเจนครับ“
ต่อคำตามที่ว่า ในฐานะเป็นนักร้องมองการเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร เอราวัณ แสดงความคิดเห็นว่า
“ผมยังมองไม่ออกว่าการเมืองใหม่ที่พูดกันอยู่ในขณะนี้คืออะไร มันไม่ชัดเจน วัตถุประสงค์คุณไม่มีสิ้นสุด รัฐบาลที่ผ่านมาก็มาจากการเลือกตั้ง แต่พวกเขาก็ไม่ยอมรับ ความหมายที่คุณบอกมันคือการเมืองระบบใหม่หรือเปล่า อย่าทำให้สังคมสับสน“
เอราวัณ กล่าวทิ้งท้ายถึงอาชีพนักร้องว่า จะยังทำงานเพลงไปเรื่อยๆ ไม่เลิก
“เรื่องเพลงไม่น่ามีปัญหาอะไร ตอนนี้ผมเตรียมทำงานเพลงไว้ 2 ชุดแล้ว คาดว่าจะอยู่กับค่ายโฟร์เอส เป็นการนำเพลงเก่าของพี่เอกพจน์ที่พ่อเป็นคนแต่งมาทำ อาทิเพลง ทหารเกณฑ์คนจน ลาน้อง 2 ปี สาริกาไร้รัง ส่วนอีกชุดหนึ่งจะเป็นเพลงใหม่ทั้งหมด แนวลูกทุ่งหวาน ผมห่างจากการออกงานเพลงไปนานตั้งแต่ปี 2544 มาแล้วยังไม่ได้ออกเลย ถ้ามาลงการเมืองงานเพลงก็ทำได้ต่อยังไม่เลิกครับ”
ทั้งนี้ เอราวัณ วงศ์นาค เป็นน้องชายต่างมารดากับเอกพจน์ โดยมีบิดาชื่อ ครูเพ่ง ปานแย้ม ที่เพิ่งล่วงลับไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เริ่มต้นเข้าวงการโดยการประกวดร้องเพลงตามเวทีต่างๆ จนกระทั่ง วิศิษฐ์ วงศ์นาค ผู้ที่เคยปั้นเอกพจน์จนโด่งดัง นำมาปั้นเป็นนักร้องอาชีพ แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายเมื่อเทียบกับสมัยเอกพจน์ หลังจากนั้นหันไปทำธุรกิจส่วนตัวและเพิ่งกลับทำเพลงชุด ”กุญแจใจ” กับค่ายไดนาโม โปรโมชั่น เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ที่มา คมชัดลึก
“แบม” จณิสตา ว่างงานหลังพรรคถูกยุบ แถมถูกตัดสิทธิการเมือง 5 ปี ตัดสินใจสละโสดกับนักธุรกิจหนุ่ม ชื่อ “โบ๊ท” ต้นปีหน้า ด้าน “โบ” ชญาดา การันตี ว่าที่พี่เขยน่ารัก อัธยาศัยดี
กลายเป็นข่าวฮือฮาขึ้นมา อีกครั้ง กับนักการเมืองสาวสวยแห่งพรรคชาติไทย “แบม” จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคชาติไทย เตรียมสละโสดในช่วงต้นปี 2552 ทั้งนี้รายงานข่าวจากพรรคชาติไทยระบุว่า หลังจาก น.ส.จณิสตา ต้องพลาดเก้าอี้ ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จึงผันตัวเองไปทำธุรกิจส่วนตัว แต่แล้วเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสั่งยุบพรรคชาติไทย และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ซึ่งปรากฏว่า น.ส.จณิสตา เป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรค และโฆษกพรรค จึงทำให้ต้องถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปีไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคที่ถูก ยุบพรรค 5 ปี ทำให้ ส.ส.ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคที่ไม่ได้ตั้งตัว ถึงกับออกอาการเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากบางคนได้วางมือจากงานทุกอย่าง และมาทำงานการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับ น.ส.จณิสตานั้น ไม่มีปัญหา เพราะได้หันไปทำงานธุรกิจมาพักหนึ่งแล้ว ดังนั้น เมื่อถูกตัดสิทธิการเมืองก็ทำให้มีเวลาว่าง
จากสถานการณ์การเมืองเป็นเช่นนี้ น.ส.จณิสตา จึงได้ตัดสินใจเข้าสู่ประตูวิวาห์ในช่วงต้นปีหน้ากับแฟนหนุ่มนักธุรกิจที่คบ หาดูใจกันมานาน ที่มีชื่อเล่นว่า “โบ๊ท” ซึ่งที่ผ่านมาเคยตกเป็นข่าวฮือฮาเนื่องจากมีหน้าตาคล้ายดาราหนุ่ม ”ฟลุก” เกริกพล มัสยวาณิช อดีตน้องเขยด้วย
ด้าน “โบ” ชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ กล่าวเกี่ยวกับเรื่องที่พี่สาวจะแต่งงาน ว่าเป็นเรื่องจริง แต่ทั้งนี้ยังไม่อยากพูดอะไรมาก อยากให้พี่แบม เป็นคนออกมาพูดเอง ซึ่งทั้งคู่คบกันมานานแล้ว และว่าที่พี่เขยก็เป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี เป็นพี่ชายที่น่ารักคนหนึ่ง ตนได้เจอกันหลายครั้งแล้ว เนื่องจากไปกินข้าวกับครอบครัวบ่อย
ที่มา คมชัดลึก
เวลา 14.00 น. วันที่ 3 ธ.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เดินทางนำแจกันดอกไม้มาแสดงความเสียใจ และให้กำลังใจกับพรรคชาติไทยที่ถูกยุบพรรค พร้อมกล่าวว่า ในฐานะอดีตรองหัวหน้ามาร่วมเสียใจกับการถูกยุบพรรค สิ่งที่ผ่านไปแล้วให้ทุกอย่างผ่านไปและขอให้หัวหน้าเลิกโกรธตนได้แล้ว โดยมีนายจองชัย เที่ยงธรรม อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย มารับแจกันดอกไม้แทนนายบรรหาร พร้อมกล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่วันเสียใจแต่เป็นวันช้ำใจ และเชื่อว่านายบรรหาร จะให้อภัยและไม่ติดใจกับสิ่งที่ผ่านมา นายชูวิทย์กล่าวว่า ที่มาวันนี้เพื่อมาแสดงความเสียใจ เพราะนายบรรหาร ถือเป็นบุคลากรทางการเมืองที่มีความสำคัญมีประสบการณ์ทางการเมืองที่มีค่า ยิ่ง แต่ก็ดีใจกับนายบรรหารที่จะได้ไปพักผ่อนในวัยอันควร และอย่าคิดจะตั้งนอมินีขึ้นมาเพราะที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีนักการเมืองที่มี ความสามารถอีกมาก ไม่จำเป็นต้องเอาน้องชายตัวเองมาตั้งเป็นนอมินีปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคน รุ่นใหม่ในพรรคบ้าง

“บรรหาร” แต่งดำ-ปิดฉากชาติไทย
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.55 น. นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยสวมชุดดำเดินทางเข้าที่ทำการพรรค เพื่อประชุมร่วมกับสมาชิกพรรคชาติไทย โดยนายบรรหารได้สอบถาม ส.ส.เป็นรายบุคคลว่า จะยังอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนาต่อไปหรือไม่ ส่วนอดีต ส.ส.ที่ถูกตัดสิทธิ 19 คน จะส่งใครสมัครลงเลือกตั้งแทน ส่วนใหญ่ได้แจ้งชื่อสามีภรรยา บุตรหรือคนใกล้ชิดลงสมัครแทน อาทิ นายบรรหารจะส่งนายชุมพล ศิลปอาชา น้องชาย ลงแทน นายวราวุธ ศิลปอาชา ให้ น.ส.ปาริชาติ พี่สาวลงแทน นายปณวัตร เลี้ยงผ่องพันธ์ จะส่ง พญ.เจติยา เลี้ยงผ่องพันธ์ ภรรยาลงแทน
ลั่นต้องแก้ รธน.มาตรา 237
จาก นั้นนายบรรหารได้แถลงกับสมาชิกว่า วันนี้ไม่นึกฝันว่าปลายทางพรรคชาติไทยจะมาสิ้นสุดในวันที่ 2 ธ.ค. ซึ่งไม่ได้สิ้นสุดด้วยตัวเอง แต่สิ้นสุดเพราะคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ วันนี้ฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติง่อนแง่นเต็มที เหลือแต่ฝ่ายตุลาการที่เป็นหลักจรรโลงความยุติธรรม เราหวังให้ศาลรัฐธรรมนูญให้โอกาสพรรคชาติไทย เราหวังความยุติธรรมเป็นที่พึ่งแต่หมดแล้ว ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติถูกทำลาย ความศรัทธาความยุติธรรมจะหาได้ลำบาก ประเทศชาติตอนนี้สิ้นเนื้อประดาตัว เหมือนคนล้มละลาย สนามบินก็ถูกยึด พรรคชาติไทยอยู่มา 34 ปี ตนไม่สามารถรักษาพรรคไว้ได้ ต้องขอโทษเพื่อนสมาชิก ทั้งๆที่ไม่ได้ทำผิดแม้แต่นิดเดียว ตนเป็นหัวหน้าขอยอมรับผิดผู้เดียว ที่ไม่สามารถจัดงานครบรอบพรรคชาติไทย ปีที่ 35 ได้ต่อไป กระบวนการแบบนี้บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร จำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 237 วันนี้ถูกเว้นวรรค 5 ปี ก็ไม่เป็นไร เมื่ออายุ 81 ปี ตนยืนยันจะสู้กลับมาเล่นการเมืองต่ออีก
น้ำตาท่วมขอโทษผู้ก่อตั้งพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 16.18 น. นาย บรรหารได้ทำพิธีปิดพรรค โดยกล่าวว่า กราบเรียน พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร ดวงวิญญาณ พล. ต.ศิริ ศิริโยธิน และ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ผู้ก่อตั้งพรรคชาติไทยมาตั้งแต่ปี 2517 วันนี้ครบ 34 ปี ตนได้สืบทอดโดยการเป็นหัวหน้าพรรค บัดนี้ไม่สามารถรักษาพรรคไว้ได้ จำเป็นต้องปิดพรรค ขอให้ พล.ต.อ.ประมาณ ดวงวิญญาณ พล.ต.ศิริและ พล.อ.ชาติชาย โปรดให้อภัยตนด้วย จากนั้นได้นำผ้าดำผืนใหญ่คลุมป้ายชื่อพรรค
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายบรรหารกล่าวปิดพรรค นายบรรหารมีเสียงสั่นเครือและร้องไห้ออกมา จนทำให้แกนนำและสมาชิกพรรคที่ยืนล้อมรอบ ต่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ และกอดคอกันร้องไห้ตามๆกัน โดยมีอดีตสมาชิกที่เคยสังกัดพรรคชาติไทยมาก่อน ได้มาร่วมแสดงความเสียใจที่พรรคชาติไทยถูกยุบ อาทิ นายสนธยา คุณปลื้ม นพ.ทศพร เสรีรักษ์
ที่มา ไทยรัฐ
(2ธ.ค.) นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 50 กล่าวถึงสถานะส.ส.พรรคทั้ง 3 พรรคที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค ว่า ในส่วนของส.ส.เขตนั้นรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ได้ แต่ส.ส.ระบบสัดส่วนไม่สามารถย้ายได้เพราะประ ชาชนที่เลือกส.ส.ระบบสัดส่วนนั้นเป็นการเลือกพรรคไม่ใช่เลือกตัวบุคคล
ยกตัวอย่างกรณีของส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน จะย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ เพราะประชาชนเลือกพรรคพลังประชาชนไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทย และตอนเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยยังไม่มี แล้วจะให้ส.ส.ไปอยู่พรรคเพื่อไทยได้อย่างไร ดังนั้นเมื่อพรรคพลังประชาชนถูกยุบแล้วถ้าส.ส.สัดส่วนจะย้ายไปสังกัดพรรค เพื่อไทยถือว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หากดำเนินจริงจะต้องมีการยื่นตีความแน่นอน
“หลัก การของส.ส.ทั้ง 2 ระบบต่างกัน ส.ส.เขตนั้นประชาชนเลือกตัวบุคคลเมื่อพรรคถูกยุบจึงไม่ส่งผลกระทบสามารถหา สังกัดใหม่ได้ หรือหากส.ส.ในเขตนั้นต้องพ้นจากตำแหน่งก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่จะให้คนที่ คะแนนรองลงมาเป็นแทนไม่ได้ เพราะถือว่าประชาชนเลือกตัวบุคคล แต่ส.ส.สัดส่วนนั้นเป็นการเลือกพรรค ดังนั้นแม้ส.ส.ระบบนี้จะลาออกก็ให้พรรคเลื่อนเอาคนที่อยู่อันดับถัดไปขึ้นมา เป็นแทนได้โดยไม่ต้องสนใจว่าชื่ออะไรเพราะถือว่าอยู่ในพรรคที่ประชาชนได้ เลือกแล้ว ” นายเจิมศักดิ์ กล่าว
ด้านนายนิกร จำนงค์ ผอ.พรรคชาติไทยและรองหัหวน้าพรรค กล่าวหลังฟังคำตัดสินตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคชาติไทย ว่า ขณะนี้พรรคชาติไทยได้เตรียมพรรคสำรองไว้แล้ว แต่ขอยังไม่เปิดเผยชื่อ โดยไม่ได้ย้ายไปอยู่พรรคมหาชน และเป็นพรรคที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ส่วนจะมีการย้ายขั้วการเมืองหรือไม่นั้น ก็ประเมินในสมาชิกพรรคก่อน แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าส.ส.ของพรรคชาติไทยทุกคนจะไม่ไหลไปอยู่พรรคอื่น ซึ่งขณะนี้มีส.ส.ที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคเหลืออยู่ 15 คน
ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากมีมติให้ยุบพรรคชาติไทย แกนนำพรรคก็ได้มีการนัดประชุมด่วนทันทีที่พรรคชาติไทย
ที่มา คมชัดลึก