ปชป.อัดกระบวนการ“เสื้อแดง-พท.-แม้ว”ต้นเหตุ สร้างเงื่อนไขสู่ความขัดแย้งในสังคมที่รุนแรง ชี้ จงใจเลือกใช้จังหวะ“ประชุมอาเซียนซัมมิท” สื่อภาพความขัดแย้งทางการเมืองให้ชาวโลกเห็น ปชป.ประเมินชุมนุมจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว สร้างสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่รัฐ ดำเนินการทางกฎหมายผู้ชุมนุม

(23ก. พ.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ความเคลื่อนไหวตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้ประเมินแล้วว่า มีข้อบงชี้ในการสร้างเงื่อนไข นำสู่ความขัดแย้งอายจนำสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงอีกครั้งในสังคมไทยได้ พรรคขอแสดงความห่วงใยและความวิตก ในการขับเคลื่อนการเมืองนอกสภา 3 แนวทาง คือ 1. ความเคลื่อนไหวของ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ที่แสดงเจตนา จะชุมนุมยืดเยื้อ และปฏิเสธความรับผิดชอบ และเริ่มปฏิเสธความรับผิดชอบล่วงหน้าต่อเหตุการณ์ในอนาคต โดยอ้างถึงเสื้อแดงเทียม การจัดซื้อเสื้อโปโลแดง และพูดถึงความรุนแรงจากมือที่ 3 แล้วยังยึดแนวทางการปฏิเสธเจรจา และมีการสร้างกระแสปลุกระดมอย่างต่อเนื่อง ผ่านสื่อมวนชน และสื่อแท็กซี่บางส่วน ซึ่งเงื่อนไขหลายอย่างคล้ายกับการชุมนุมก่อนวันที่ 1 ก.ย. 50 ที่มีการบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 2.ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมสร้างเงื่อนในการสนับสนุนการขับเคลื่อนการเมืองนอกสภาที่ชัดเจน มีการขัดข้างการทำงานของสภาทุกวิถีทาง และสร้างเงือนไขความขัดแย้งนอกสภา เช่น การจุดประเด็นพ.ร.บ.นิรโทษกรรม การปล่อยข่าวเรื่องการจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อตั้งรัฐบาล เป็นการสร้างความหวั่นไหวให้ประชาชน นอกจากนี้ยังมีการแถลงข่าวร่วมกับกลุ่ม นปช.ทุกสัปดาห์ รวมทั้ง ยังมีการเล่นการเมืองแบบเก่า ด้วยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แบบมุ่งทำลาย ทำให้ประชาชนหวั่นไหว ที่จะให้ระบบรัฐสภาเป็นทางออกของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวนอกสภา

นพ. บุรณัชย์ กล่าวว่า 3.การที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้าพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เกาะฮ่องกง แม้ประชาชนจะให้ความสนใจน้อยลง แต่ส.ส.กลับออกมาให้ข่าวเป็นรายวัน ซึ่งส่งสัญญาณชัดว่าหลังจากความวุ่นวายในการชุมนุมทางการเมืองดำเนินการมา ถึงที่สิ้นสุดในช่วงสิ้นเดือนนี้ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณได้ให้ข่าวว่าจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 1 มี.ค.นี้ เพื่อตอกย้ำปัญหาภายในประเทศ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นการใช้สถานการณ์ภายในประเทศเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตน เอง

“ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้พรรคประชาธิปัตย์ขอแสดงความห่วงใยต่อการดำเนินการ และขณะเดียวกันยอมรับว่า แม้สังคมจะมีความแตกต่างที่ต่อเนื่องจากวิกฤตบ้านเมือง ซึ่งการเลือกจังหวะที่มีแขกบ้านแขกเมือง มาร่วมประชุมอาเซียนซัมมิท ถือเป็นการจงใจใช้จังหวะที่จะมีสื่อมวลชนมาจากทั่วโลก ให้เห็นภาพความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศที่ออกมาสู่ท้องถนน ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศที่เพิ่งเริ่มจะดีขึ้น พรรคจึงอยากฝากไปยังทุกฝ่ายให้ช่วยกันประคับประคองประเทศ เพราะทิศทางของประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ถดถอยลงใน 2 ไตรมาส ก็มีผลมาจาก 2 แนวทางคือ แนวทางการฟื้นความเชื่อมั่นให้คืนมา และแนวทางการทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศผ่านสงครามจิตวิทยามวลชน เงื่อนไขในการแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ บ้านเมืองต้องไม่แตกแยก และประชาชนทุกภาคส่วนต้องมีส่วนในการร่วมมือกัน อย่างไรก็ตาม พรรคเห็นว่าเหตุการณ์ยังไม่ถึงทางตันตามที่บางฝ่ายทำนายไว้ และคิดว่าสังคมจะทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น และเริ่มกระบวนการปฏิรูปทางการเมืองร่วมกัน” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า พรรคได้ประเมินสถานการณ์การเมืองว่า จะมีระดมคนกลุ่มเสื้อแดงทั่วประเทศ ประมาณ 4 หมื่น คนขึ้นไป เพื่อรวมตัวชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุด หลังจากจัดที่สนามรัชมังคลาสถาน ที่มีกลุ่มเสื้อแดงกว่า 5 หมื่นคนเข้าร่วม ซึ่งการชุมนุมในวันที่ 24 ก.พ. จะมีการรวมตัวที่สนามหลวง ก่อนที่เคลื่อนตัวมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นการสำแดงพลัง ว่าจะมีอำนาจต่อรองทางการเมืองเพื่อให้กดดันรัฐบาล ตามเงื่อนไข 4 ข้อ ที่เคยยื่นไว้กับรัฐบาล โดยมีการเตรียมการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบของกลุ่มผู้ชุมนุมออกเป็นสายๆ เช่น ส่วนประสานงานกับแกนนำต่างๆ ฝ่ายส่งกำลังบำรุง (อาหาร) และการจัดยานพาหนะ ในการเคลื่อนไหวปิดล้อมสถานที่ต่างๆ การชุมนุมครั้งจะยืดยื้อ 3 วัน และหากยังไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า บรรดากลุ่มแกนนำเสื้อแดง จะมีการสร้างสถานการณ์อย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐเข้าไปดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุม จากนั้นเหตุการณ์ก็จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่จะรวมกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เดินทางกลับ โดยกลุ่มแกนนำจะปฏิเสธความรับผิดชอบว่า ไม่ใช่คนในกลุ่ม และเหตุการณ์ดังกล่าว และจะกลายเป็นการชุมนุมยืดเยื้อต่อไป

ที่มา คมชัดลึก

  • Comments Off
  • กลุ่มคนเสื้อแดงนัดแถลงข่าววันนี้ เพื่อเปิดเส้นทางเงินบริจาค 250 ล้านบาท เข้าพรรคประชาธิปัตย์

    (19ก. พ.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตย์ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า วันนี้ เวลา 10.00 น. จะมีการแถลงข่าวที่ดีทีวีในประเด็นการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ รวมถึงประเด็นร้อนทางการเมือง เช่น เงินบริจาค 250 ล้านบาท ให้คนในพรรคประชาธิปัตย์ โดยทางกลุ่มเสื้อแดงจะแฉเส้นทางของเงินดังกล่าวผ่านใครบ้าง ก่อนเข้าแกนนำประชาธิปัตย์

    ส่วนกรณีที่นายทหารออกมาปฏิเสธงบลับ 2,000 ล้านบาท ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมืองนั้น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่า กองทัพยังไม่สามารถอธิบายได้ ว่าภารกิจที่ระบุไว้ในเอกสารลับมาเกี่ยวข้องอย่างไรกับภารกิจกู้เศรษฐกิจ แต่ในช่วงนี้จะยังไม่ไปจี้รัฐบาล หรือ รัฐมนตรีกลาโหมที่มีท่าทีนิ่งเฉยในเรื่องดังกล่าว
    ที่มา คมชัดลึก

  • Comments Off
  • ม็อบ เกษตรกรกดดันหนักรัฐ บาล “มาร์ค” เคลื่อนบุกหน้าทำ เนียบฯ จี้รับซื้อหนี้สินชาวนาทั่วประเทศ ก่อนยกขบวนไปพรรคประชาธิปัตย์ และไปปักหลักยืดเยื้อข้ามคืนหน้ากระทรวงการคลัง มากถึง 5,000 คน เรียกร้องให้ช่วยเหลือทั้งหมด เล็งยื่นหนังสือถึงเลขาฯ อาเซียน นำปัญหาชาวนาไทยเข้าหารือ ขณะที่ครม.อนุมัติก้อนแรก 1,573 ล้าน สำหรับซื้อหนี้ อีก 4,149 ล้าน ใช้ฟื้นฟู แต่ผู้ชุมนุมไม่พอใจ ระบุแก้ได้เพียง 2,000 กว่ารายเท่านั้น ส่วนเงินฟื้นฟูก็ไม่มีหลักประกันอะไร ม็อบอีกกลุ่ม 7 จังหวัด ฮือปิดถนนสายเอเชียที่นครสวรรค์ จราจรติดวินาศสันตะโร ยืนกรานขอคุยกับนายกฯ และเสธ.หนั่น เท่านั้น

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย จากทั่วประเทศ และกลุ่มผู้ชุมนุมสหภาพแรงงานแคนาดอลประเทศไทย จ.ระยอง รวมจำนวนกว่า 400 คน เดินทางมาปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล บริเวณถนนพิษณุโลก เพื่อทวงถามข้อเรียกร้องจากรัฐบาล ทั้งการแก้ปัญหาหนี้สินของชาวนา และเรียกร้องขอกลับเข้าทำงาน หลังถูกนายจ้างไล่ออก

    นายวัชระพงษ์ คงมั่น ที่ปรึกษาเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การมาครั้งนี้เพื่อทวงถามสัญญาจากรัฐบาลในครั้งก่อน ที่รัฐบาลบอกว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินชาวนา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาล ทางเครือข่ายหนี้สินชาวนาฯ เพียงต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เร่งอนุมัติเงินก้อนหนึ่ง เพื่อซื้อคืนทรัพย์สินของชาวนา โดยเฉพาะที่ดินที่นำไปจำนองต่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารพาณิชย์ รวมถึงนายทุน เพื่อป้องกันการขายทอดตลาดและถูกยึด โดยเกษตรกรจะเป็นผู้ผ่อนชำระต่อรัฐบาลเอง ยืนยันว่าหลังการประชุม ครม.เสร็จ หากยังไม่ได้รับคำตอบจากนายกฯ กลุ่มผู้ชุมนุมจะปักหลักชุมนุมยืดเยื้อแน่

    ด้านนายธีระวงศ์ ครองสี กรรมการสหภาพแคนาคอลฯ กล่าวว่า เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม ที่นายจ้างละเมิดสิทธิในการรวมตัวเป็นสหภาพ ทั้งการไม่ปรับขึ้นค่าจ้างประจำปี และไม่จ่ายโบนัส การเรียกร้องนี้ทำให้พนักงานบางส่วนที่เรียกร้องถูกเลิกจ้าง ไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากเรียกร้องให้นายกฯ เร่งดำเนินการให้พนักงานที่ถูกไล่ออก กลับเข้าไปทำงาน หรือหางานให้ใหม่

    ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมส่งผลให้การจราจรในช่วงเช้าติดขัดมาก เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมนำกรวยมากั้นปิดถนนพิษณุโลกทั้งสาย ตั้งแต่แยกสะพานชมัยมรุเชฐ ไปสุดที่แยกถนนราชดำเนินนอก ขณะที่ประตูทางเข้าทำเนียบฯ เจ้าหน้าที่นำโซ่เหล็กมาคล้อง และล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามายังภายในทำเนียบฯ

    ต่อ มาเวลา 13.30 น. กลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนาฯ เคลื่อนขบวนจากหน้าทำเนียบฯ ไปรวมพลที่ลานพระ บรมรูปทรงม้า โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีมติเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ และกระทรวงการคลัง เพื่อกดดันให้รัฐบาลอนุมัติเงินช่วยเหลือชาวนาที่เดือดร้อนทั้งหมด โดยยืนยันจะปักหลักชุมนุมต่อไป จนกว่าได้รับคำตอบที่ชัดเจน และเป็นที่พอใจ

    นายวัชระพงษ์ แกนนำผู้ชุมนุม กล่าวว่า การที่ ครม.อนุมัติช่วยเหลือเพียงเท่านี้ เป็นการปฏิบัติที่ทำกันเป็นประจำของรัฐบาลทุกยุค เมื่อชาวนาเรียกร้องอะไร ก็จะให้เงินเพียงเล็กน้อยเพื่อให้รีบกลับบ้านไป เป็นวิธีการที่ไม่สร้างสรรค์ และไม่อาจแก้ปัญหาที่แท้จริงของเกษตรกรได้ ทำเหมือนกับเกษตรกรเป็นขอทานมาขอเงินจากรัฐบาลเท่านั้น ทั้งที่ความจริงควรมานั่งคุยกันว่าปัญหาคืออะไร แล้วรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่รัฐบาลกลับนิ่งเฉย

    จากนั้นเวลา 14.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเก็บข้าวของเครื่องใช้ รื้อเวที และเคลื่อนขบวนไปยังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์และกระทรวงการคลัง ใช้วิธีเคลื่อนขบวนแบบกระจายกันไป และเนื่องจากไม่มีผู้นำทาง ทำให้พลัดหลงกันเป็นจำนวนมาก และเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเดินทางมาถึงด้านหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัต ย์ ปรากฏว่ามีกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรจาก จ.นครสวรรค์ ประมาณ 200 คน ปักหลักชุมนุมกันอยู่เรียกร้องขอพบนายอภิสิทธิ์ และขอให้รัฐบาลแก้ไขพระราชกฤษฎีกา พ.ศ.2479 ที่ออกทับที่ทำกินของเกษตรกร โดยมีเกษตรกรเครือข่ายหนี้สินชาวนาฯ จำนวนหนึ่งเข้าร่วมชุมนุมด้วย ขณะที่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีเจ้าหน้าที่พรรค หรือนักการเมืองมาพบแต่อย่างใด มีเพียงตำรวจปราบจลาจลประมาณ 30 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อยเท่านั้น
    ที่มา ข่าวสด

  • Comments Off
  • พล.ร.ท.พะจุณณ์ ระบุ “ป๋าเปรม”ไม่หวั่นคำพูดของ”ทักษิณ”ที่ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ชี้หากหมดตัวคงจะหยุดพูดเอง

    (23ม. ค.) พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป นายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อญี่ปุ่น กล่าวหา คณะองคมนตรี ศาลและกองทัพ สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จนทำให้จัดตั้งรัฐบาลได้ และเรียกร้องให้หยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง ว่า พล.อ.เปรมไม่หวั่นไหวกับการโจมตีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ไม่มีองคมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาล และไม่คิดให้ความสำคัญกับคำพูด พ.ต.ท.ทักษิณ คงปล่อยให้พูดไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดตัว คงหยุดพูดเอง
    ที่มา คมชัดลึก

  • Comments Off
  • “อภิสิทธิ์”รับปากนั้งปธ.กก.กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น “นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่” ชี้จัดงบฯลงท้องถิ่นยังเป็นปัญหา พร้อมยันแกนนำองค์กรท้องถิ่นทั่วประเทศ พร้อมหนุนรัฐบาลทุกด้าน

    ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเข้าร่วมประชุมส.ส.พรรค โดยก่อนเข้าประชุม นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปตย์ ได้พบกับตัวแทนจากสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 50 คน โดยทั้งนี้ตัวแทนดังกล่าวได้มีบางส่วนมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัต ย์ด้วย

    นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวภายหลังการเข้าพบว่า การเข้าพบนายกฯ ครั้งนี้ เพื่อสะท้อนปัญหาเรื่องที่ยังค้างคาในท้องถิ่น เช่น ปัญหาการจัดสรรงบประมาณลงสู่ท้องถิ่น และการทำความเข้าใจเรื่องเงินที่ยังค้างท่ออยู่ รวมทั้งการจัดงบประมาณ ที่ทำให้เงินของรัฐไปถึงท้องถิ่นล่าช้า รวมทั้ง การที่ท้องถิ่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในจ.สงขลา ต้องนำเงินไปจ่ายเป็นเงินเดือนและเบี้ยเสี่ยงภัยให้กับข้าราชการในพื้นที่ ทำให้ไม่มีเงินมาพัฒนาท้องถิ่น และเสียโอกาสในการแข่งขันกับจังหวัดอื่นๆ ซึ่งนายกฯ ได้รับฟังและรับปากว่าจะคลี่คลายปัญหาเหล่านี้

    นายก เทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า ทางตัวแทนยังได้เรียกร้องให้นายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการกระจายอำนาจท้องถิ่นด้วยตัวเอง เนื่องจากที่ผ่านมานายกฯ จะมอบหมายให้รองนายกฯ เป็นประธานแทน ซึ่งหลังจากการหารือแล้วนายกฯได้รับปากว่าจะมาเป็นประธานด้วยตนเอง ทั้งนี้ทางตัวแทนยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในทุกๆ ด้าน

    นายกเล็กไผ่ดำพัฒนาทวงงบอุดหนุนอปท.

    นาย สำรวย ฉิมฉวี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต)ไผ่ดำพัฒนา อ.วิเศษชัยชาญ จ. อ่างทอง และ อดีต สสร.ปี 2540 และ 2550 กล่าวถึง งบอุดหนุนของ อปท. ที่คณะกรรมการกระจายอำนาจ ยังไม่ได้โอนไปให้ อปท.ตามที่ นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีพูดแต่อย่างใด  โดยได้สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรเป็นอย่างมาก เพราะอปท.ไม่สามารถขุดลอกคูคลองส่งน้ำ เพื่อใช้ในการเกษตร ตามแฟน/โครงการได้

    เพราะในทุกๆปี จะขุดลอกคูคลองส่งน้ำที่ตื้นเขินและกำจัดวัชพืช เพื่อให้น้ำไหลเข้าพื้นที่การเกษตรเพียงพอรวมทั้งระบบการจัดการน้ำเพื่อการ เกษตร เช่นประตูระบายและกักเก็บน้ำ และโครงการการส่งเสริมอุดหนุนให้แก่ ชมรมผู้สูงอายุ เพื่อจัดกิจกรรมออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพ ,โครงการ กองทุนเพื่อสุขภาพชุมชน สำหรับ ดูแลสุขภาพอนามัย และอื่นๆของทุกคนทั้งตำบล และ กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มอาชีพ

    รวมทั้งการส่งเสริมอื่นๆที่มีวัตถุ ประสงค์ เพื่อเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย และกิจกรรมด้านศิลปะวัฒนาธรรมท้องถิ่นซึ่งต้องดำเนินงานร่วมกับประชาชนมาทุก ปี ไม่สมารถดำเนินการได้ทั้งหมด

    ที่สำคัญ ถ้างบอุดหนุนไม่จัดสรรให้ถึงมือ อปท.อีกไม่เกิน หนึ่งถึงสองเดือน ลูกจ้างตามภาระกิจ และลูกจ้างทั่วไป ของ อปท. บางแห่งซึ่งมีอยู่เฉลี่ยแห่งละ อย่างน้อย 30 คน จะต้องตกงานเพราะ อปท.ไม่มีเงินจ้าง และจะกระทบเกี่ยวข้องไปถึงส่วนอื่นๆทั้งตำบล

    ส่วน เงินสะสมของ อปท.ที่ขออนุมัติยืมนั้น ได้ใช้จ่ายเกี่ยวกับเงินเดือนลูกจ้างประจำและการบริหารของสำนักงาน รวมทั้ง ค่าอาหารกลางวันนักเรียนและ อุดหนุนผู้สูงอายุ พิการและเอดส์ เดือนละ 500บาท/ คน ซึ่งแต่ละแห่งต้องรับภาระไม่น้อยกว่า 400 คน ส่วนโครงการอื่นๆของแต่ละ อปท.ที่ได้รับอนุมัติแล้ว ตั้งแต่ก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2551(ตามข้อบัญญัติฯงบประมาณรายจ่าย ประจำปี2552) ไม่สามารถดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้ ทำให้ทุกโครงการหยุดนิ่ง ซึ่งจะมีผลโดยรวมทั้งประเทศในวันข้างหน้าเนื่องจากท้องถิ่นไม่มีการพัฒนาเลย ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน

    ที่มา คมชัดลึก

  • Comments Off
  • Tags


    Recent Posts