วอนคนใจบุญช่วย หนูน้อย 4 ขวบพิการเป็นโรคหัวแตงโม
November 11, 2008
ผู้สื่อข่าว จ.ตรัง รายงานว่า พบเด็กชายพิการป่วยเป็นโรคหัวโต แขนลาลีบเล็ก อาศัยอยู่ภายในบ้านเช่า สภาพความเป็นอยู่น่าเวทนาสงสาร โดยมีเพียงพ่อแม่ที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด บ้านเช่าบริเวณดังกล่าว เป็นบ้านห้องแถวชั้นเดียว เลขที่ 16/2 มีนายโอปอ ขวัญนิมิตร อายุ 47 ปี และนางจิราภรณ์ ขวัญนิมิตร อายุ 32 ปี

พ่อ แม่เด็กอยู่ภายในบ้าน และกำลังดูแลเด็กชายปัญจนนท์(น้องตาล) ขวัญนิมิตร อายุ 4 ขวบ ซึ่งสภาพร่างกายซูบผอม แขนขาเล็กลีบ แต่หัวโตผิดปกติจากเด็กทั่วไป ชาวบ้านเรียกว่าเป็นโรคหัวแตงโม นอกจากนี้ ตาข้างขวากระพริบไม่ได้และมองไม่เห็น บางช่วงมีอาการเกร็ง ไอมีเสมหะ
นาย โอปอ กล่าวว่าน้องตาล พิการมีอาการหัวโตมาแต่กำเนิด ต้องดูแลมาตลอด 4 ปี ลูกมีพัฒนาการน้อยมาก ที่ผ่านมาเคยนำลูกไปรักษาที่โรงพยาบาลตรัง และเคยเข้ารับการผ่าตัดบริเวณหัวมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่โชคไม่ดี แผลติดเชื้อจึงรักษาไม่ได้ผล
และบริเวณหัวของลูกก็โตขึ้น เรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีอาการข้างเคียงคือตาด้านขวากระจกตาอักเสบ กระพริบตาไม่ได้ และมองไม่เห็นเลย มีเพียงข้างซ้ายที่พอกระพริบได้และมองเห็นบ้าง
“ตอนนี้ต้องให้ยา ตลอด โดยผ่านทางสายยางสอดลงไปทางปาก บางครั้งอาการลูกเป็นไข้หนักมาก บางครั้งเกิดอาการเกร็ง กระตุกไปทั้งตัว ผมรู้สึกสงสารลูกมากไม่รู้จะทำอย่างไรดี เคยขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานบางแห่งแต่ก็ยังไม่ได้รับการดูแลโดยบอก เพียงว่าต้องรองบประมาณปีหน้า ทำให้ผมรู้สึกกังวลมาก
เพราะ อาการของลูกหนักลงทุกวัน ผมและภรรยาก็ต้องหยุดงานมาดูแลกันทั้งวัน บางคืนแทบไม่ได้นอน ทนทุกข์ทรมานมากว่า 4 ปีแล้ว ตอนนี้รายได้ก็ไม่มี แต่ค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลลูกเพิ่มขึ้นทุกวัน ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดี ก็อยากขอวอนท่านที่มีจิตใจเป็นบุญ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาช่วยเหลือ
อย่างน้อยลูกก็จะได้ มีชีวิตที่ดีขึ้น หรือหากหน่วยงานใดที่พอจะรักษาได้ก็ขอวอนให้มาช่วยเหลือด้วย เพราะตอนนี้ผมไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว สงสารลูกมาก หากใครมีเมตตาขอให้ติดต่อผมได้ที่บ้านเลขที่ 16/2 ถนนโรงเรียน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง โทร.089-6512979” นายโอปอ กล่าว
ด้านนางจิราภรณ์ กล่าวว่าสงสารลูกมาก จะกินจะนอนก็แทบไม่ได้กินได้นอน ไปปรึกษาหมอๆก็บอกว่าต้องรักษาไปตามอาการ หมอบอกว่าอาจจะรักษาไม่หาย ตอนนี้ก็พยายามดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ตามสภาพที่เป็นอยู่ที่ขัดสนมาก หากมีหน่วยงานใดเมตตาเข้ามาช่วยเหลือก็ต้องขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
ที่มา มติชน
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องจำคุก ส.ต.ต.ตัดแขนสาวโดน 13 ปี 14 เดือน
August 1, 2008
ศาลสระบุรีตัดสินจำคุก ส.ต.ต.โรงพักบ้านหมอ กับพวกอีก 2 คน ที่ก่อคดีสยองไล่ฟันสาวคาราโอเกะแขนขาด ส.ต.ต.โดนจองจำ 13 ปี 14 เดือน อีก 2 คนเบาหน่อยติด 13 ปี 4 เดือน พร้อมร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเกือบ 1.6 ล้าน สาวโอเกะดีใจน้ำตาริน พอใจผลการตัดสิน หลังต้องผจญกับอิทธิพลต่าง ๆ นานา เผยปัจจุบันยึดอาชีพขายลอตเตอรี่เลี้ยงดูลูกน้อย-มารดา
ห้องพิจารณาที่ 5 ศาลจังหวัดสระบุรี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ก.ค. นายสิงห์ชัย สุพรรณพงษ์ ผู้พิพากษา ได้ออกนั่งบัลลังก์พิพากษาคดีที่ เจ้าพนักงานอัยการ จ.สระบุรี เป็น โจทก์ยื่นฟ้อง นายนิรัตน์ กองธรรม ผู้ต้องหาที่ 1 นายประสาน บุญดก ผู้ต้องหาที่ 2 และ ส.ต.ต. นิรุตน์ ธรรมทรัพย์ อดีต ตำรวจ สภ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ผู้ต้องหาที่ 3 ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วม กันพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ ในคดีที่ร่วมกัน ทำร้ายร่างกาย ใช้มีดฟัน น.ส.สุพรรษา วิชานันท์ อายุ 26 ปี นักร้องสาวคาราโอเกะแห่งหนึ่งใน อ.บ้านหมอ จนได้รับบาดเจ็บแขนขาด เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 24 ก.พ. 50 ที่ผ่านมา
ศาลได้มีคำพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ปอ.ม. 91 ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย และพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน ฐานร่วมกันพกพา อาวุธมีดปรับคนละ 100 บาท และลงโทษจำเลย ที่ 3 ฐานมีอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน สำหรับความ ผิดฐานพาอาวุธปืนเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมาย หลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 13 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 100 บาท ส่วนจำเลย ที่ 3 จำคุก 13 ปี 14 เดือน และปรับ 100 บาท พร้อมกันนี้ให้จำเลยทั้งสาม ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์รวม 1,570,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 ก.พ. 2550 เป็นต้นไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังรับฟังคำพิพากษา ส.ต.ต.นิรุตน์ กับพวก มีสีหน้าสลดอย่างเห็นได้ชัด โดยขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลฯ ควบคุมตัวลงมาจากห้องพิจารณา เพื่อนำไปฝากขังที่เรือนจำ จ.สระบุรี ซึ่งต้องเดินผ่าน กลุ่มผู้สื่อข่าวที่มารอรายงานข่าวอยู่ ส.ต.ต.นิรุตน์กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ได้เตรียมยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวเพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีต่อไปแล้ว
ทางด้าน น.ส.สุพรรษา สาวนักร้องคาราโอเกะ ผู้เสียหาย ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา พร้อมกับ นายประยุทธ ธรรมโกศล และนายสมมาตร ศรีวชิราภรณ์ สองทนายความจากสำนักงานช่วยเหลือทางกฎหมายแห่งเนติสภา (สชน.) ที่ให้ความช่วยเหลือว่าความให้ ทั้งนี้ น.ส.สุพรรษา กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกดีใจและพอใจกับผลการตัดสินของศาลในวันนี้ ก่อนอื่นตนต้องขอขอบคุณทุก ๆ ฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะทนายความจาก สชน. ที่ช่วยว่าความให้ หลังจากที่ตนต้องผจญกับอิทธิพลต่าง ๆ นานา ถึงขนาดทนายความในพื้นที่ไม่มีใครรับว่าความให้ สำหรับการดำรงชีพของตนในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในสภาพพิการแขนด้วนนั้น ยึดอาชีพจำหน่าย สลากกินแบ่งรัฐบาล มีรายได้เดือนละประมาณ 4-5 พันบาท มาเลี้ยงดูลูกและมารดาเท่านั้น.
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง