รองนายกฯด้านความมั่งคง ดูความพร้อมเจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอดภัยทำเนียบ เชื่อไม่มีรุนแรงทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ใครบุกทำเนียบต้องถูกดำเนินคดี ยัน รัฐบาลไม่ยุบสภาและแก้รธน.ตามข้อเรียกร้องแน่ ลั่นสายตรงนายกฯสบายใจได้
(31ม.ค.) เวลา19.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อตามสถานการณ์ที่กลุ่มนปช.จะมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลในช่วงดึกวันเดียว กัน โดยกล่าวว่า ยังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ เพราะเพิ่งกลับจากการปฏิบัติภารกิจที่จ.ลพบุรี หลังจากนี้จะโทรศัพท์สอบถามเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานอะไร แต่ตนจะอยู่แถวๆทำเนียบรัฐบาล
” เบื้องต้นทราบว่า นปช.จะมายื่นหนังสือ ก็ต้องมีคนไปรับ หากไม่มีใครไปรับ ผมก็พร้อมไปรับหนังสือเอง ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต้องการให้รัฐบาลยุบสภา และแก้รัฐธรรมนูญนั้น ไม่สามารถทำตามได้ หากผู้ชุมนุมจะเดินทางมาชุมนุมในอีก15 วันข้างหน้า ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ จะมาอีกกี่วันก็เรื่องของเขา” นายสุเทพ ระบุ
รอง นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เขาคิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมคงจะเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ แต่เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ขอให้อดทนกันอีกหน่อย รัฐบาลจะได้ดูแลบริหารบ้านเมือง อย่างไรก็ตามจะรายงานสถานการณ์ทั้งหมดให้นายกฯทราบในคืนนี้ ขอให้ท่านทำงานให้สบายใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผู้ชุมนุมปีนรั้วเข้ามาในทำเนียบฯจะทำอย่างไร นายสุเทพตอบว่า เข้าไม่ได้ แต่จะไม่ใช้แก๊สน้ำตา และไม่ใช้ความรุนแรง หากบุกเข้ามาก็จับดำเนินคดี เตรียมรถและสถานที่ไว้มากเพียงพอสำหรับทุกคนที่ทำผิดกฎหมาย ยืนยันไม่มีมาตรการขั้นสูงสุดในการดำเนินการกับผู้ชุมนุม หากใครบุกสถานที่ราชการก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ต้องถูกจับกุมดำเนินการ
” เราไม่ใช้ความรุนแรงแน่นอนจึงเชื่อว่าสถานกรณ์คงไม่รุนแรงไปด้วย แต่ก็ไม่ยอมให้ใครทำผิดกฎหมาย หากเขาฝ่าด่านตำรวจมา 4ด่าน ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ถ้าขัดขืนการจับกุมก็ยิ่งผิดเข้าไปอีก” นายสุเทพ
ผู้ สื่อข่าวรายงานบรรยากาศทำเนียบรัฐบาล เวลา 20.20 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดการจราจรถ.ราชดำเนินนอกเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตั้งแต่บริเวณแยกสวนมิกสกวัน ต่อเนื่องถึงเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์และเส้นทางโดยรอบทำเนียบรัฐบาลโดยเน้น กำลังหลักอยู่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานมีการนำรั้วลวดหนามมาปิดกั้นบริเวณด้าน หน้าและตั้งกำแพงรั้วเหล็กอีก 3 ชั้น ผูกร้อยด้วยโซ่เหล็กขนาดใหญ่ยึดหัวท้ายสะพานใส่กุยแจอย่างแน่นหนาจากนั้น เป็นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจราจล ยืนเรียงแถวหน้ากระดานจำนวน 5แถวซึ่งการปิดกั้นรั้วเหล็กป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ในวันนี้ มีการทำอย่างแน่นหนา ต่างไปจากกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรซึ่งมีการตั้งแผงเหล็กเรียงรายซ้อนกันอย่าง เดียวไม่ได้นำโซ่ตรวนมาผูกร้อยเหมือนเช่นวันนี้
ขณะเดียวกันระหว่างตรวจความพร้อมกำลังตำรวจเชิงสะพานมัฆวาน มีโทรศัพท์เรียกตัวพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น.เข้าหารือในทำเนียบรัฐบาลโดยด่วน ซึ่งขณะนี้การจราจรบนถนนราชดำเนินนอกคล่องตัวปริมาณรถน้อยเนื่องจากผู้ใช้รถ ใช้ถนนส่วนใหญ่ทราบข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ว่าจะเคลื่อนขบวนในเวลา 21.00 น. จึงหลีกเลี่ยงเส้นทางมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล
ขณะเดียวกันมีหน่วยสอดแนมนปช.เป็นชาววัยกลางคนขี่จักรยานยนต์มา เป็นกลุ่มประมาณ 5 คันสวมเสื้อแดง มีผู้ซ้อนท้ายมาวนดูการตั้งจุดสะกัดของตำรวจ บริเวณเชิงสะพานมัฆวานและวนรถกลับไป นอกจากนี้ ผบช.น.ยังสั่งการให้นำรถไฟส่องสว่าง มาจอดบริเวณเชิงสะพานมัฆวานจำนวน 2 คัน เพื่อให้กล้องวงจรปิดที่อยู่รอบบริเวณสามารถจับภาพได้อย่างชัดเจนมีแสงสว่าง เพียงพอ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้ผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลโดยเด็ด ขาด
ที่มา คมชัดลึก
ม็อบเสื้อแดงคุยโวยกระดับการชุมนุมบุกยื่นหนังสือจี้รัฐบาลยุบสภา -เลื่อนการประชุมอาเซียน เพื่อรอรัฐบาลใหม่ที่มาจากเลือกตั้ง ด้าน “สุเทพ” สวนทันควันไม่ยุบไม่เลื่อน แจงตำแหน่ง รมต. “กษิต” ไม่ใช่ตอบแทนบุญคุณ เย้ยเสื้อแดงที่มาชุมนุมไม่ใช่กิจของสงฆ์ ลั่นดำเนินคดีต่อพวกปาไข่แน่ ด้าน ผบ.ตร.เผยชุมนุมเสื้อแดง 31 นี้ไม่น่ามีปัญหา
วันนี้ (22 ม.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานกลุ่มรักประชาธิปไตยสนามหลวง (กปส.) พร้อมกับเครือข่ายผู้รักประชาธิปไตย 4 ภาค เข้ายื่นหนังสือต่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อทวงถามการเลื่อนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและยุบสภาตามมติมหาชน
ต่อมานายสุขุมได้อ่านแถลงการณ์ต่อหน้านายสุเทพว่า ตามที่กลุ่ม กปส.ได้แจงมติมหาชนผ่านนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้เลื่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน และยุบสภาคืนอำนาจแก่ประชาชนจนกว่าจะได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของ ประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2552
“ทางกลุ่ม กปส.ยังไม่ได้รับคำตอบจากนายกฯ ที่กระสันจะเป็นนายกฯ จนถึงขนาดยอมทำร้ายประเทศชาติด้วยการให้ท้ายพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ สร้างความเสียหายยับเยินให้แก่เศรษฐกิจ ทำลายพรรการเมืองหันไปจูบปากกับกลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่งเคยด่าทอกันขนาด ผีไม่มีเผา เงาไม่เหยียบ เพื่อให้ยกมือสนับสนุนตนเองให้เป็นนายกฯ โดยยินยอมมอบตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญๆให้กลุ่มเพื่อนเนวิน อย่างไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อชาติบ้านเมือง รวมทั้งตอบแทนนายกษิต แกนนำพันธมิตรฯ ให้เป็น รมต.ต่างประเทศ” นายสุขุมกล่าว
แกนนำ กปส.กล่าวอีกว่า หากนายกฯ ไม่ยินยอมดำเนินการดังกล่าว แสดงว่านายกฯ กำลังหลงระเริงกับอำนาจที่เพิ่งปล้นมาได้จนไม่คำนึงถึงความสุขของบ้านเมือง ไม่ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว ทางกลุ่ม กปส.จะร่วมกับเครือข่ายผู้รักประชาธิปไตย 4 ภาค ปักหลักรวมพลังชุมนุมโดยสงบที่ทำเนียบเพื่อขับไล่รัฐบาลจนกว่าจะได้กว่าจะ ได้รับชัยชนะในการต่อสู้
ด้าน นายสุเทพ กล่าวตอบโต้ว่า นายอภิสิทธิ์ได้มาเป็นายกฯ ด้วยการลงคะแนนเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ทำโดยโปร่งใสขาวสะอาด ส่วนการตั้งนายกษิต เป็น รมว.ต่างประเทศ ไม่ได้เป็นเรื่องการตอบแทนบุญคุณอะไร เห็นว่านายกษิตเป็นนักการทูตที่มีความสามารถที่จะทำประโยชย์ต่อประเทศชาติ ได้ ส่วนรื่องเรียกร้องให้ยุบสภาก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดูแลตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ก็อยากบอกทางกลุ่ม กปส.ว่ามีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย หากทำผิดกฎหมาย รัฐบาลก็ต้องดำเนินการ เมื่อไหร่ที่อยากจะหารือกับตนก็พร้อมที่จะพูดคุยด้วย และขอให้โชคดี
“พระคุณเจ้าก็ขอนิมนต์กลับวัด อย่ามาตากแดด ให้ลูกศิษย์เขาทำ เราเป็นพระเป็นเจ้าก็อยู่กับวัดปฏิบัติธรรม นี่ไม่ใช่กิจของสงฆ์” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า กลุ่ม กปส.จากนี้ไปจะไม่มาชุมุนมที่หน้าทำเนียบแล้วใช่หรือไม่ นายสุขุม กล่าวว่า ทางกลุ่ม กปส.จะมาทวงถามอีก 30 วัน ส่วนกลุ่มอื่นของเสื้อแดงนั้นเขาอาจจะมาชุมนุมโดยธรรมชาติก็ขอให้มาชุมนุม ตามกฎหมาย วันนี้ที่มายื่นหนังสือเพื่อยกระดับของการเคลื่อนไหว ในการเรียกร้องประชาธิปไตยเพื่อให้เกิดมาตราฐานสากล แม้กระทั่งการปาไข่ กลุ่มเราขอให้ยกเลิก ให้เผาพริกเผาเกลือแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายสุขุมพูดอยู่นั้น นายสุเทพกล่าวโต้ทันทีว่า “ถ้าปาไข่อีก ผมจะสั่งให้จับ” อย่างมีอารมณ์
ขณะเดียวกัน นายสุขุม ได้กล่าวต่อไปว่า นี่เป็นภาพลักษณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อเยาวชนในอนาคต หากปาไข่ ก็จะปาหิน ไปจนถึงปาระเบิด กลุ่ม กปส.จึงไม่ต้องการให้ประเทศชาติต้องเสียหายไปมากกว่านี้
จากนั้นนายสุเทพกล่าวโต้ว่า ยืนยันเรื่องการแต่งตั้งนายกษิต เพราะเป็นคนที่มีประโยชน์ หากปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีบกพร่อง เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะพิจารณาเอง การประชุมอาเซียนเป็นประโยชน์ต่อคนไทย รัฐบาลจะเดินหน้าประชุมอาเซียนต่อไป
“กลุ่มคุณจะคิดเห็นยังไงก็แล้วแต่ ทุกคนมีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน แต่ต้องพูดคุยกันบนพื้นฐานความเป็นจริง ผมไม่ได้ตำหนิว่าสิ่งที่คุณทำว่าไม่ตรงความจริง เพราะการดำเนินการใด ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย ส่วนเรื่องการปาไข่ ปาหิน ถ้าทำผมจะจับ จะดำเนินคดี” นายสุเทพ กล่าว
ต่อจากนั้นนายสุเทพได้เดินให้สัมภาษณ์ว่า ไม่คิดว่าการมายื่นหนังสือเป็นการยกระดับการชุมนุม “คุยกันได้ก็คุย ไม่เข้าใจก็ไม่ต้องคุย เข้าใจกันก็ดีต่อบ้านเมือง จะได้ไม่เหนื่อย เขาจะได้ไปทำมาหากิน พวกผมจะได้ปฏิบัตหน้าที่ราชการ ประชาชนจะได้ไม่กังวลใจ วันนี้พวกเขาติดต่อมาเอง และถ้ากลุ่มอื่นติดต่อมา ผมก็ยินดีพบทุกกลุ่ม พร้อมที่ตอบรับข้อเรียกร้อง” รองนายฯ กล่าว
ด้าน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์กรณีที่กลุ่มเสื้อแดงประกาศจะชุมุนมใหญ่ในวันที่ 31 มกราคมนี้ว่า ทางตำรวจเตียมการรักษาความปลอดภัยพร้อมแล้ว คงไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้นเพราะเสื้อแดงชุมนุมมาหลายครั้งก็มีความเรียบ ร้อย ไม่มีความวุ่นวายอะไร หากจะปักหลักชุมนุมทางเจ้าหน้าที่ ตร.นครบาลก็ดูแลความเรียบร้อยมานาน ดังนั้นที่สนามหลวงคงไม่มีปัญหา
ถามว่ามองการเจรจาของเสื้อแดง คิดว่าเขาจะปรับเปลี่ยนท่าทีการชุมุนมหรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เลื้อแดงก็คนไทย เขาก็คงอยากเจรจาแจ้งวัตถุประสงค์ว่ารัฐบาลทำให้ได้แค่ไหน ซักว่ามีกระแสข่าวว่าเสื้อแดงแตกเป็น 2 กลุ่ม คิดว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่แตกมาหรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ไม่ทราบ
ม็อบกลุ่มคนเสื้อแดงจี้นายก”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”ยุบสภา หลังนำม็อบปิดล้อมอาคารที่ประชุมกดดันรัฐบาล ระบุ เปิดช่องให้ สส.เข้าประชุมได้
(29ธ.ค.) เวลา 07.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มนปช. กล่าวว่า การชุมนุมปิดล้อมอาคารรัฐสภาของนปช.ครั้งนี้ เพื่อเรียกร้อง ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาทันที เพราะรัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบ ยืนยันว่าไม่ได้มีเป้าหมายขัดขวางการแถลงนโยบายรัฐบาลวันนี แต่ต้องการแสดงพลังประชาชน ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลชุดนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่ม นปช.จะเปิดประตูทางเข้าบริเวณประตูปราสาทเทวฤทธิ์พิทักษ์ แยกพิชัย ความกว้างประมาณ 2 เมตร ให้ รัฐบาล และ ส.ส.เดินเท้าเข้าประชุมรัฐสภาเพื่อฟังการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในเช้า วันนี้ โดยไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปภายในอาคารรัฐสภา ขณะที่บริเวณประตูด้านหน้าอาคารรัฐสภามีการตั้งเป็นเวทีปราศรัยของนปช.และ ที่ประตูปราสาทเทวฤทธิ์พิทักษ์ถูกปิดล็อกตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา มีรายงานว่า เช้าวันนี้ รัฐบาล นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นัดรวมตัวกันที่พรรคประชาธิปัตย์ เวลา 07.00 น. ก่อนเดินทางมายังอาคารรัฐสภา
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 01.15 น.วันเดียวกัน พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบก.น.1 เจรจาแกนนำนปช.ขอให้เปิดถนนหน้าวัดเบญจมบพิตร ซึ่งภายหลังเจรจาทางแกนนำก็ได้เปิดการจราจรผ่านถนนเส้นดังกล่าวได้ ขณะเดียวกันได้ให้รถของผู้ที่มาร่วมชุมนุมไปจอดที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ส่วนบนเวทีปราศรัยได้มีแกนนำนปช.ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นเวทีปราศรัย กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น.มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนทยอยเดินทางกลับบ้าน ขณะเดียวกัน แกนนำบนเวทีได้แจ้งว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้เตรียมอาหารไว้ แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้สั่งซื้ออาหารไว้เพื่อให้ผู้ชุมนุมแล้ว
ก่อนหน้านั้น เวลา 01.00 น. แกนนำกลุ่มนปช.นำรถ 6 ล้อ พร้อมเจรจาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านกั้นอยู่หน้าประตูข้างสภา โดย นายจตุพร พรหมพันธ์ บอกว่าขอให้ตำรวจเปิดทางให้ผู้ชุมนุม เพราะเรามาโดยสงบและยืนยันว่าจะต้องเข้ามาให้เต็ม ถ.ราชวิถี เรายอมให้ ส.ส.เข้าประชุมเพื่อร่วมแถลงนโยบายรัฐบาลแต่เราไม่มีเวลาเจรจากับตำรวจทั้ง คืน ดังนั้นจะให้เวลาตำรวจ 10 นาทีในการถอนกำลังและนำรถขนผู้ต้องหาที่จอดขวางออกจากพื้นที่ ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยอมเปิดทางให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวมาปิดบริเวณ ประตูด้านข้างสภา พร้อมนำรถ 6 ล้อปราศรัยมาจอดขวางประตูด้านข้างสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.45 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้เดินมาถึงหน้ารัฐสภา โดยปิดถ.อู่ทองใน รวมถึง ถ.ราชวิถี บริเวณข้างรัฐสภา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็กมากั้น และมีรถขังผู้ต้องหา 3 คัน จอดกีดขวง โดยมีตำรวจวางแนวป้องกันอยู่300-400 นาย พร้อมด้วยโล่ และมีชุดตำรวจปราบจราจลเสริมเป็นแนวกั้นอีกชั้นหนึ่ง โดยรักษาประตูทางเข้ารัฐสภา รวมถึงแยกการเรือน เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาปิดกั้นได้
ก่อนหน้านั้น เวลา 00.05 น. ผู้ชุมุนมเดินมาถึงแยกสะพานผ่านฟ้า โดยได้พบแนวกั้นของตำรวจแนวแรกประมาณ 100 นาย ตำรวจยืนยันว่าจะไม่มีการปะทะกับผู้ชุมนุม โดยจะขอเจรจากับแกนนำ เพื่อให้แกนนำบอกจุดประสงค์ของการเดินทางไป พร้อมบอกวันนี้จำเป็นต้องประชุมสภา จึงขอให้ผู้ชุมนุมที่จะเดินทางไปอยู่ในความสงบและไม่ทำลายทรัพย์สินของทาง ราชการ หากแกนนำยอมรับและตกลง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะยอมปล่อยให้ผ่านไป
แกนนำพรรคเพื่อไทย มั่นใจตั้งรัฐบาลได้แน่ แย้มไต๋ไพ่ใบสุดท้ายยุบสภาหากตั้งไม่ได้ “สมศักดิ์” ระบุ รัฐบาลมีสิทธิ์ยุบสภาก่อนที่นา ยกฯคนใหม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ
(12ธ. ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังล่าสุดวันนี้ (12 ธค.) พรรคเพื่อแผ่นดินแถลงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ตลอดช่วงเช้าตั้งเวลา 10.00 น. ที่อาคารชินวัตรไหมไทย ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ยังมีบรรดาส.ส.โดยเฉพาะส.ส.เหนือและส.ส.อีสาน เดินทางเข้าประชุมพรรคอย่างคับคั่ง อาทิ นายอิทธิเดช แก้วหลวง ส.ส.เชียงราย นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รักษาการรมว.ยุติธรรมแลเส.ส.ขอนแก่น เป็นต้น
ทั้งนี้ส.ส.ส่วนใหญ่ยังแสดงความเห็นด้วยความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทย จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน เพราะมีส.ส.เป็นจำนวนมากทยอยย้ายกลับมาอยู่พรรคเพื่อไทยแล้ว รวมทั้งมีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการยุบสภาด้วย
นาย สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงรายงานข่าวที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทยได้มีการร่างพระราชกฤษฎีกา ยุบสภาว่า ยังไม่ทราบเรื่องว่ามีการร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้แม้จะมีกฤษฎีกาให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีไป แล้วก็ตาม แต่ตามกฎหมายแล้วรักษาการนายกรัฐมนตรียังสามารถยุบสภาได้ โดยใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีเองหรือจะขอความเห็นจากมติของคณะรัฐมนตรีในการยุบ สภาก็ได้
“จริงๆแล้วเรื่องการยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ โดยรัฐบาลมีหน้าที่เสนอพระราชกฤษฎีกาเท่านั้น อย่างไรก็ตามตราบใดที่นายกฯคนใหม่ที่ได้รับเลือกจากสภายังไม่ได้รับการโปรด เกล้าฯก็ถือว่ายังไม่มีนายกรัฐมนตรี ดังนั้นรักษาการนายกรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้สามารถยุบสภาได้” นายสมศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การยุบสภาถือเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่พรรคเพื่อไทยจะใช้หากจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้รับฉันทามติด้วยเสียงข้างมากของประชาชน ดังนั้นจึงถือเป็นสิทธิ์ในการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนให้ตัดสินใจใหม่ การยุบสภาจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
ด้านนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี สมาชิกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยก่อนเข้าประชุมส.ส.ว่า ขณะนี้แน่นอนว่าส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน 17 คนตอบรับจะเข้าพรรคเพื่อไทย ส่วนส.ส.ที่เหลือจะไปพรรคประชาธิปัตย์ คิดว่าถ้าส.ส.ทั้ง 17 คนมาเพื่อไทยแล้ว จะทำให้ที่เหลือ รวมทั้งส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้ ยังไงก็ต้องย้ายเข้าพรรคเพื่อไทยแน่นอน
ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยเสนอพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรค รับตำแหน่งนายกฯ แม้ก่อนหน้านี้พล.ต.อ.ประชา จะออกมาปฏิเสธแต่ท่าทีล่าสุดได้พูดลักษณะเป็นกลางๆ แล้ว ซึ่งก็ยังไม่แน่ แต่ตอบไม่ได้ว่าท่านจะตอบรับจริงหรือไม่ แม้พล.ต.อ.ประชา ไม่อยากเป็นนายกฯแต่ถ้าเพื่อนส.ส.เสนอชื่อพร้อมโหวตให้ในสภา คงจะไม่รับก็ไม่ได้ ก็ต้องเป็นอยู่ดี
นายชูวิทย์ กล่าวถึงกระแสข่าวยุบสภาหากพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาลว่า ไม่เกี่ยวเพราะเวลานี้ไม่มีใครอยากยุบสภา ไม่มีเหตุผล ไม่รู้จะยุบไปทำไมการเมืองมาทางประชาธิปไตยก็ต้องไปตามทางประชาธิปไตยและยัง เห็นว่าแนวทางออกวันนี้ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่ารัฐบาลเพื่อชาติ ตามข้อเสนอของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชารราช
นายชูวิทย์ กล่าวว่า วันนี้ชาวบ้านต่างกดดันส.ส.อีสาน ถามว่ายังอยู่พรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะเขาตั้งใจเลือกมาเพื่อให้เป็นรัฐบาล ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นหนทางสุดท้ายหากไม่สามารถหาทางออกอะไรได้อีกแล้ว นอกจากนี้ในวันที่ 15 ธ.ค.ในวันโหวตเลือกนายกฯจะมีชาวบ้านเดินทางมาฟังการโหวตเลือกนายกฯเป็นจำนวน มากแน่นอน
ขณะที่นายอิทธิเดช กล่าวเพียงว่า รอดูวันนี้จะมีแถลงเป็นข่าวดี เมื่อถามว่าเป็นข่าวดีจากพรรคเพื่อแผ่นดินใช่หรือไม่ นายอิทธิเดช กล่าวว่า คอยดูละกัน เขายังให้เป็นความลับอยู่ยังไม่อยากพูดอะไรมาก
ที่มา คมชัดลึก
ที่กระทรวงสาธารณสุข เวลา 14.00 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรให้นายกรัฐมนตรีลาออกว่า ข้อเสนอของกลุ่มพันธมิตรให้นายกฯลาออกหรือยุบสภา เป็นข้อเสนอที่เป็นไปไม่ได้ และไม่ได้สามารถทำให้ประเทศชาติออกจากความขัดแย้งได้ เพราะเมื่อนายกฯประกาศลาออก ก็จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วัน หรือยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ พรรคพลังประชาชนก็กลับเข้ามาเป็นรัฐบาลอยู่ดี การลาออกของนายกรัฐมนตรีจึงไมใช่ทางแก้ปัญหา เห็นได้ว่าพันธมิตรก็จะออกมาเรียกร้องต่อไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเป้าหมายพันธมิตรคือให้พลังประชาชนออกจากเวทีการเมืองที่เป็นไปไม่ได้
ส่วนที่มีนักวิชาการเสนอใช้มาตรา 7 รัฐธรรมนูญนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ประเด็นนี้เคยมีการเสนอมาแล้วตั้งแต่ปี 2549 เห็นได้ว่าเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามสถานการณ์การเมืองต้องรอการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีว่าจะ ตัดสินใจอย่างไร ซึ่งตนเห็นว่า นายกรัฐมนตรีเคยเป็นผู้พิพากษามาก่อน เป็นที่ทราบว่าคนทำอาชีพนี้ใจเด็ดกว่าตำรวจหลายเท่า เพราะต้องตัดสินลงโทษผู้กระทำความผิด
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิของพันธมิตร สร้างเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างร้ายแรง ทั้งในรูปธรรมและนามธรรม โดยรูปธรรมคือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นที่ไม่เปิดสนามบินได้ ส่วนนามธรรมคือกระทบต่อความเชื่อมั่น และชื่อเสียงของประเทศ เกิดภาพลักษณ์ว่าประเทศไทยมีความรุนแรง ซึ่งภาพนี้จะติดไปอีกนาน นอกจากนี้ทั่วโลกที่ติดตามความเคลื่อนของเมืองไทย เช่น ออสเตรเลียประกาศแล้ว เหตุการณ์ยึดสนามบินเป็นการก่อการร้าย ขณะที่พันธมิตรกลับมองว่าไม่ได้เสียหายอะไร ส่วนพันธมิตรประกาศเตรียมบุกยึดวิทยุการบินเพื่อปิดเส้นทางจราจรทางอากาศ นั้น เป็นสิ่งที่ทำเกินไป เพราะถือว่าเป็นการปิดน่านฟ้าประเทศ
“ขณะนี้รัฐบาลไม่ใช่ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ แต่ยังไม่ได้เข้าคุม และที่ผ่านมาพันธมิตรเองก็ไม่ยอมเจราจา ส่วนข้อเรียกร้องที่พันธมิตรประกาศนั้น ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะไม่ยอม แต่มันเป็นข้อเรียกร้องที่เป็นไปไม่ได้ และไม่มีเป้าหมายตามหลักประชาธิปไตย และยังไม่สิ้นสุด”
ต่อข้อซักถามว่า จะมีอะไรฝากไปยังพันธมิตรหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่มี จะมีก็มีแต่จะฝากถึงนายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำพันธมิตรว่า “ธิ เยี่ยม ที่เทรนโฆษกสาวๆ ให้มีสุ่มเสียงเหมือนกันหมดได้เวลาพูดบนเวที แน่ เก่ง เยี่ยม หลังจากนี้ต้องขอศึกษาวิชานี้ด้วย”
ที่มา คมชัดลึก