40 ส.ว.นัดรุมถล่มค้านตั้ง ส.ส.ร.3 กลางสภาพรุ่งนี้24 ตุลา
October 23, 2008
40 ส.ว.เตรียมใช้เวทีสภาสูงรุมถล่มพวกหนุนตั้ง ส.ส.ร.3 พรุ่งนี้ ย้ำชัดหวังช่วยพวกพ้องและยืดอายุรัฐบาลเขยแม้ว พร้อมล่ารายชื่อคัดค้านแก้ ม.291 เต็มที่ แฉรัฐหนุนหลัง “สล้าง” หวั่นนองเลือดแน่นเหตุดึงผีมาใช้งาน
วันนี้ (23 ต.ค.) นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีที่มี ส.ว.กลุ่มหนึ่งจะรวบรวมรายชื่อเพื่อให้สนับสนุนตั้ง ส.ส.ร.3 ว่า กลุ่ม 40 ส.ว.ก็พยายามรวบรวมจำนวน ส.ว.ที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้ง ส.ส.ร.3 เช่นกัน เพื่อให้ได้จำนวน 80 คน ขณะนี้ได้มากกว่า 40 คนแล้ว ส่วนกลุ่ม ส.ว.ที่หนุนตั้ง ส.ส.ร.3 ถือว่าเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่คิดว่ากลุ่มที่อยากให้แก้ ส.ส.ร.3 ก็เพื่อพวกพ้องตัวเองทั้งนั้น ซึ่งรัฐธรรมนูญ 50 ไม่ได้มีความผิดอะไรที่จะต้องแก้ แต่คนที่จะแก้ก็เพราะเป็นปัญหากับตัวเอง จะสังเกตได้จากเดิมทีตั้งกรอบการแก้มาตรา 291 ไว้ 240 วัน แต่ก็ลดให้เหลือเพียง 120 วัน ยิ่งทำให้เห็นถึงความพยายามลุกลี้ลุกลนเพื่อที่จะแก้ให้ได้ จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 50 ยังใช้เวลาในการพิจารณาถึง 1 ปี แต่นี่จะใช้เวลาแค่ 4 เดือน จะเป็นไปได้อย่างไร

“แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเป็นการยื้อเวลาของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้นายกฯ ควรจะลาออกได้แล้ว แต่ก็ยังเอาเรื่อง ส.ส.ร.3 มาถ่วงเวลาให้กับตัวเองแลรัฐบาล และสาเหตุที่จะตั้ง ส.ส.ร.3 เพราะมีวาระซ่อนเร้นที่จะสอดใส้ คปพร.ซึ่งเป็นร่างรัฐธรรมนูญของ นพ.เหวง เกรงว่ายิ่งมี ส.ส.ร.3 จะยิ่งสร้างความร้าวฉานให้แก่สังคมมากยิ่งขึ้น” นายประสาร กล่าว
นายประสาร กล่าวอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ (24 ต.ค.) จะมีการประชุมวุฒิสภา 40 ส.ว.จะหยิบประเด็นปัญหาเรื่อง ส.ส.ร.3 เพื่อหารือในที่ประชุม ตนคิดว่าน่าจะพูดให้ถล่มกันไปเลย และจะชี้แจงในที่ประชุมเห็นว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาแก้รัฐธรรมนูญ อยากให้หาทางออกให้ประเทศก่อน
นายประสาร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กลุ่ม 40 ส.ว.ยังได้หารือกันถึงแนวทางที่ พล.ต.อ.สล้าง บุญนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ จะนำกลุ่มกองกำลังติดอาวุธเข้าล้อมทำเนียบว่า เป็นแผนของเขาซึ่งเขามีแผนเปลี่ยนกำลังคนมาใช้งาน เพราะก่อนหน้านี้ใช้กลุ่ม นปช.มามาปลุกปั่นก็ทำอะไรไม่ได้ จึงใช้ พล.ต.อ.สล้าง มาเคลื่อนไหว เพราะเห็นว่าเป็นผู้มีบทบาทในวันที่ 6 ตุลาคม ถือว่าเป็นอีกเกมหนึ่งของรัฐบาลที่จะยั่วยุทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อทำให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ยังจะใช้กำลังติดอาวุธจากต่างประเทศเข้ามาช่วยอีก ซึ่งจะก่อให้เกิดเงื่อนไขการนองเลือด
นายประสาร กล่าวว่า การที่ พล.ต.อ.สล้าง ออกมาเคลื่อนไหวแบบนี้คงหลีกเลี่ยงความรุนแรงไม่ได้ น่าจะก่อให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น เพราะจะเห็นจากการทำบุญเจริญพระพุทธมนต์เพื่อกู้วิกฤตชาติที่ลานพระบรมรูป ทรงม้านั้น ปากก็บอกว่าสวมชุดขาวมาทำบุญ แต่ทางกลับกันกับแจกวีซีดี กล่าวหาว่าพันธมิตรฯ ทำร้ายประชาชน หลังจากนี้ไปคนที่น่าเป็นห่วงคือเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เพราะจะเกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
“รัฐบาลนี้เรือดีๆ ไม่ขี่ข้าม กลับเอาเรือรั่วน้ำมาข้ามขี่ อยากจะได้แต่การงานดีๆ กลับเอาคน ผีๆ มาใช้งาน”
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
รัฐบาลเตรียมออกรายการรัฐบาลของประชาชนออกทีวีทุกวันอาทิตย์
October 22, 2008
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมออกรายการรัฐบาลของประชาชนให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีผลัด กันออกอากาศทางรายการโทรทัศน์ เพื่อชี้แจงการทำงานของรัฐบาล ทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.30-09.30 น. โดยเริ่มเทปแรกวันที่ 26 ต.ค. เทปแรกจะมีนายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมาชี้แจงหลังจากเดินทางกลับจากการประชุมอาเซมที่ประเทศจีน นอกจากนี้รัฐบาลเตรียมจะเปิดตู้ปณ.รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน และจะนำข้อมูลเรื่องนี้มาทำสารคดีสั้นประมาณ 1-2 นาทีเพื่อออกอากาศในสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ทั้งนี้รัฐบาลจะยังคงรายการคุยนอกทำเนียบ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ซึ่งออกอากาศทุกวันเสาร์ โดยมีทีมโฆษกรัฐบาลจะมาพูดคุยในประเด็นต่างๆ
นายณัฐวุฒิ ยังได้กล่าวประณามม็อบมือตบของพนักงานทีโอทีที่ตะโกนประท้วงนายกรัฐมนตรีขณะ ตรวจงานที่กระทรวงไอซีที ว่า เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขตในการล่วงละเมิดผู้อื่น ถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตยและขอเรียกร้องให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รับผิดชอบต่อการปลุกระดมผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี นอกจากนี้ตนขอท้าให้แกนนำพันธมิตรคนใดคนหนึ่งก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นนายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสุริยะใส กตะศิลา ให้ลองไปเดินห้างสรรพสินค้า หรือตามที่สาธารณะดูบ้างเพื่อเช็คเรตติ้งของตัวเอง และหากแน่จริงอย่ามีการ์ดพันธมิตรเดินล้อมหน้าล้อมหลังด้วย
คณะกรรมการสิทธิฯระบุรัฐบาลต้องรับผิดชอบ สั่งตำรวจสลายม็อบ7ตุลา
October 18, 2008
คณะกรรมการสิทธิฯระบุรัฐบาลเป็นผู้สั่งการให้ตำรวจใช้ความรุนแรงเกินความ จำเป็นสลายการชุมนุม 7 ต.ค. เพียงเพื่อเปิดทาง ส.ส.เข้าประชุมสภาฯ ชี้ต้องรับผิดชอบทางการเมือง พร้อมเดินหน้าสอบสวนหาตัวผู้สั่งการ
![]()
ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 17 ต.ค. ศ.เสน่ห์ จามริก ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายสุรสีห์ โกศลนาวิน ประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ร่วมกันแถลงข้อสรุปการพิจารณาในเบื้องต้นของคณะอนุกรรมการฯว่า จากการสอบถามผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจและพยานในเหตุการณ์ เช่น สื่อมวลชน พบว่า ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมเพื่อสลายการชุมนุมที่บริเวณต่าง ๆ รวม 3 ครั้ง ได้แก่ ในเวลา 06.15 น. 16.00 น. และ 19.00 น. เป็นเหตุให้มีผู้ชุมนุมจำนวนมากได้รับบาดเจ็บสาหัสแขนขาขาด รวมถึงเสียชีวิต
นายสุรสีห์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาเทียบกับหลักการสากลในการใช้กำลังสลายการชุมนุมและหลักปฏิบัติ ของเจ้าหน้าที่ ที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้ถืออำนาจต้องใช้ความอดทนจนถึงที่สุด พยายามที่สุดในการใช้วิธีไม่รุนแรง หรือต้องใช้กำลังอย่างยับยั้งให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด และต้องให้ความช่วยเหลือรักษาพยาบาลและแจ้งญาติโดยเร็วที่สุด หรือในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน เริ่มจากการต่อรองก่อน จึงใช้โล่ผลักดัน จึงเป็นการฉีดน้ำโดยประกาศเตือนก่อน และหากยังไม่สำเร็จให้ประกาศเตือนจะใช้แก๊สน้ำตา จากนั้นจึงค่อยใช้แก๊สน้ำตา
“แต่ในเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. พบว่ามีการใช้แก๊สน้ำตาโดยไม่ประกาศเตือนผู้ชุมนุมก่อน และยังพบว่าคืนวันก่อนหน้านั้น (6 ต.ค.)เป็นที่ทราบในหมู่สื่อมวลชนแล้วว่า รัฐบาลได้เรียกประชุมเพื่อวางแผนจะใช้กำลังสลายการชุมนุมอยู่แล้ว เพื่อจะเปิดทางให้ ส.ส. ส.ว. และคณะรัฐมนตรี สามารถเข้าไปในอาคารรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลได้” นายสุรสีห์ กล่าวและว่า
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน พิจารณาแล้วเห็นว่า การใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม เป็นการกระทำรุนแรงที่เกินความจำเป็น เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน และละเมิดกฎหมาย ส่วนผู้ที่ต้องรับผิดชอบนั้น พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าว เกิดจากความต้องการแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยมีการประชุมวางแผนไว้ก่อนแล้ว จึงเชื่อว่าการกระทำเกิดจากการสั่งการของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบในฐานะผู้สั่งการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ปฏิบัติ ซึ่งรัฐบาลมีแนวทางปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอยู่แล้ว
นายสุรสีห์ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเร่งสอบสวนเพื่อหาตัวบุคคลที่ต้องรับผิด ชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าวโดยเร็ว แต่จะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพราะมีหลักฐานและบุคคลเกี่ยวข้องจำนวนมาก จากนั้นจะนำผลการพิจารณาเสนอต่อรัฐบาลต่อไปส่วนการแถลงครั้งนี้ เป็นการสรุปเบื้องต้นตามที่มีความชัดเจนเท่านั้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ
ที่มา คมชัดลึก
อนุพงษ์ ยันรัฐบาลต้องรับผิดชอบที่สลายม็อบ
October 10, 2008
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้ “ทางช่อง 3 เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเมื่อวัน ที่ 7 ตุลาคม ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยระบุว่าปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐครั้งนี้ ก่อให้เกิดความสูญเสียและเป็นปฎิบัติการที่ค่อนข้างรุนแรง
” ถ้าผมไม่ออกมาพูดอย่างนี้ สังคมก็ไม่มีทางยอมรับ ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลผิดหรือไม่ผิด แต่ต้องมีผู้รับผิดชอบ ต้องพิจารณาตัวเองว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ไม่เช่นนั้นก็จะมีการออกมากดดันให้ทหารปฎิวัติอีก ซึ่งไม่ดีกับประเทศอย่างยิ่ง ส่วนรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร ก็มีหลายหนทาง ซึ่งผมคิดว่าทุกคนคงทราบดีว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองสามารถเดินต่อไปได้ ” ผบ.ทบ.กล่าว

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวอีกว่า ได้ประเมินแล้วว่าหากทหารจะออกไป ก็หมายถึงการทำปฎิวัติรัฐประหาร ซึ่งผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็ออกมาพูด เช่น นพ.ประเวศ วะสี ราษฏรอาวุโส ก็ออกมาพูดชัดว่า ปฎิวัติไม่ได้ และยังมีกลุ่มนักวิชาการอีกหลายต่อหลายคนที่เห็นว่าทหารไม่ควรออกมาปฎิวัติ ถ้าทำปฎิวัติแล้วเหตุการณืเรียบร้อยก็น่าศึกษาพิจารณา แต่เมื่อพิจารณารอบด้านแล้วเห็นว่า แม้ทหารจะออกไปทำปฎิวัติ แต่การชุมนุมก็ยังอยู่ต่อไป ประเทศชาติก็เสียหาย การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยังไม่รู้จะเป็นอย่างไร ถ้ามีเลือกตั้ง นักการเมืองเก่าก็จะกลับเข้ามาอีก รวมๆแล้วทำไปแล้วไม่มีประโยชน์และไม่น่าจะคุ้มกัน ถ้าจะทำเช่นนั้น ยังมีวิธีอื่นที่ดีกว่า เช่น การเรียกร้อง การแสดงพลังให้ผู้มีอำนาจได้พิจารณา
ส่วนที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าไม่มีทางอื่นนอกจากทหารจะเข้ามายึดอำนาจและบอกว่าพล.อ.อนุพงษ์อย่า กลัวนั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดทันทีว่า “ผมไม่มีความกลัว ท่าน (พล.อ.ชวลิต)เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า คิดว่าท่านควรแก้ปัญหาว่าใครสั่งการคืนวันที่ 6 ตุลาคมต่อเนื่องวันที่ 7 ตุลาคมให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า ไปพูดกับหมอประเวศให้เรียบร้อยก่อน”
ส่วนที่ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรอง ผบ.ตร.อาสาจะนำอดีตตำรวจเข้ายึดทำเนียบคืนนั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนว่าถ้าว่าตามกฎหมายไม่น่าจะทำได้ และไม่น่าจะเป็นประโยชน์
ผบ.ทบ.ยังกล่าวถึงข้อสงสัยว่าเหตุใดทหารจึงไม่ออกมาช่วยประชาชนว่า ถ้าทหารออกไปก็ต้องมีการปะทะกับตำรวจและแน่นอนว่าย่อมมีลูกหลงโดนประชาชน และอาจมีคำถามว่าทหารออกมาได้อย่างไร ทั้งที่ยังไม่มีกฏหมายรองรับ นอกจากนี้ประเทศจะแบ่งเป็นฝ่าย ไม่เกิดผลดี ซึ่งวันเกิดเหตุ 3 เหล่าทัพได้ประสานไปยังผบ.ตร.แล้วว่าให้หยุดการใช้ความรุนแรง ยืนยันว่าทหารเป็นทหารของประชาชน เราจะไม่ทำในสิ่งที่เสียหายกับประเทศ แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางปฎิวัติของตำรวจที่ทำให้เกิดความสูญเสีย
ส่วนสถานการณ์จะยุติอย่างไรนั้น ผบ.ทบ.กล่าวว่าขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะให้สถานการณ์เป็นอย่างไร
ที่มา คมชัดลึก
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องมือดีใช้สีแดงเหมือนเลือดพ่นเต็มหน้าภาพ สมชาย วงศ์สวัสดิ์
October 10, 2008
รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า เช้าวันนี้ (10 ต.ค.) ผู้ที่เดินทางผ่านไป-มาบริเวณหน้าสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ได้เห็นป้ายต้อน รับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งติดรูปครึ่งตัวของนายสมชาย ไว้ด้วยนั้น ปรากฏว่ามีการนำสีแดงมาพ่นติดตามบริเวณใบหน้า และลำตัว จนมีลักษณะคล้ายหยดเลือดเต็มใบหน้า

โดยคาดว่าเป็นการแสดงออกของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ที่ใช้กำลังตำรวจสลายการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ด้วยความรุนแรง เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 51 ที่ผ่านมา รวมทั้งมีการใช้อาวุธหนักจนเป็นเหตุทำให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมบาดเจ็บ และเสียชีวิตหลายคน
ทั้งนี้หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบได้มีการปลดป้ายดังกล่าวออกไปแล้ว
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง