สมเด็จพระราชินี รับสั่งกาชาดเพชรบุรี ช่วยเหยื่อรับน้องโหด

October 27, 2008



สมเด็จพระราชินี รับสั่งกาชาดเพชรบุรี ช่วยน้องโอ เหนื่อรับน้องที่มีอาการทางสมอง ไม่รู้สึกตัว

นาง พิจิตรา พานิชพรพันธุ์ นายกเหล่ากาชาด จ.เพชรบุรี ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี เพื่อเยี่ยมอาการของนายนิโรจน์ศักดิ์ อินทาโชติ เหยื่อรับน้อง ที่มีอาการสมองบวม ไม่รู้สึกตัว โดยนำความที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รับสั่งผ่านท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการกองงานส่วนพระองค์ ว่า ทรงห่วงใยในอาการของนายนิโรจน์ศักดิ์ และให้สอบถามทางโรงพยาบาลว่าต้องการให้ยาอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ และจะทรงรับดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายที่เป็นหนี้โรงพยาบาลเอกชน ซึ่งขณะนี้ได้ข้อมูลแล้ว จะได้รีบนำถวายรายงานโดยด่วน

ก่อนหน้านี้ นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เปิดเผยว่า สช. ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นในการรักษาพยาบาลแล้ว 10,000 บาท และนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนโพลีเทคนิคพณิชย์กรุงเทพ ได้ไปเยี่ยมดูอาการนักเรียนเมื่อวานนี้ (25 ต.ค.) พร้อมกับมอบเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลประมาณ 50,000 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายเบื้องต้นของการรักษาตัวประมาณ 80,000 บาท

ขณะที่พ่อแม่ของนายนิโรจน์ศักดิ์ ร้องขอสภาทนายความแห่งประเทศไทย เข้าช่วยเหลือเรื่องคดี เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน และไม่มีความรู้ทางกฎหมาย แต่จากการติดตามความคืบหน้าของคดี พบว่าพนักงานสอบสวนไม่นำพยานหลักฐานสำคัญ และคลิปวิดีโอที่นักท่องเที่ยวถ่ายไว้ ขณะรุ่นพี่สั่งรุ่นน้องทิ้งดิ่ง มาประกอบสำนวนคดี จึงเตรียมยื่นหนังสือขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม.

ที่มา โพสท์ทูเดย์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
Advertising

นำรุ่นพี่สาวรับน้องโหดยื่นศาลขอฝากขัง

October 25, 2008

ตร.เตรียมนำรุ่นพี่สาวรับน้องโหดยื่นศาลขอฝากขัง หมอเผยอาการน.ศ.เหยื่อยังโคม่าเยื่อสมองตาย ถ้าปาฏิหารย์ก็เป็นเจ้าชายนิทรา อาจารย์เพิ่งโผล่เยี่ยม ตั้งกก.ช่วยเหลือค่ารักษา ตร.เร่งสอบเอาผิดรุ่นพี่เพิ่ม ปธ.สภาการศึกษาเอกชนเตรียมชงที่ประชุมออกกฎห้ามร.ร.เอกชนรับน้องนอกสถานที่

จากกรณีรุ่นพี่ โรงเรียนโปลีเทคนิคกรุงเทพฯ นำนักศึกษา ชั้นปวช.ปี 1 และ ปี 2 จัดกิจกรรมรับน้องบริเวณชายหาดบังกะโล หาดวงจันทร์ หมู่ 2 ต.หาดเจ้าสำราญ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา และบังคับให้รุ่นน้องกอดคอและทิ้งน้ำหนักตัว โดยให้ศรีษะกระแทกลงพื้นทรายหลายครั้ง หรือการ ทิ้งดิ่ง ส่งผลให้ นายนิโรจน์ศักดิ์ หรือโอ อินทโชติ อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/2 ถ.ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นักศึกษาชั้น ปวช. ปี 1 แผนกช่างไฟฟ้า ได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นสมองบวมและเลือดคั่งในสมองเป็นเจ้าชายนิทรานั้น

ตร.เตรียมนำ รุ่นพี่สาว รับน้องโหดยื่นศาล ขอฝากขัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ต.ค. พนักงานสอบสวน สภ.หาดเจ้าสำราญ เตรียมนำตัว น.ส.ณัฐกานต์ ศรีคลัง ผู้ต้องหาในคดีรับน้องโหด จนเป็นเหตุให้นายนิโรจน์ศักดิ์ อินทาโชติ รุ่นน้องปี 1 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ยื่นฝากขังต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากยังสอบปากคำพยานไม่แล้วเสร็จ

ขณะที่นายประวิทย์ อินทาโชติ และนางนันทพรอินทาโชติ พ่อและแม่ ของนายนิโรจน์ศักดิ์ เตรียมเอกสารยื่นคัดค้านขอประกันตัวในชั้นศาล เนื่องจากเกรงว่าหากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว อาจเข้าไปยุ่งกับพยานและคิดหลบหนีคดีได้ เนื่องจากอาการของนายนิโรจน์ศักดิ์ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ

ตร.เร่งสอบเอาผิดรุ่นพี่เพิ่ม

พ.ต.อ.ประภากร ริ้วทอง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี กล่าวเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมว่า จากการตรวจสอบสำนวนคดีนี้พบว่า กรณีดังกล่าวน่าจะมีผู้ร่วมกระทำผิดมากกว่า 1 คน เบื้องต้นจะเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนติดตามหาหลักฐานและพยานเพิ่ม เพื่อดูว่ามีบุคคลอื่นที่เข้าข่ายความผิดด้วยหรือไม่ หากพบจะต้องนำตัวดำเนินคดี

ด้าน น.ส.ณัฐกาญจน์ ศรีคลัง อายุ 20 ปี อดีตนักศึกษารุ่นพี่โรงเรียนโปลีเทคนิค กรุงเทพฯ ที่ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ซึ่งถูกจับเป็นคนแรก ภายหลังมีพยานระบุเป็นผู้ออกคำสั่งให้รุ่นน้องทิ้งดิ่งและถูกควบคุมตัวที่ สภ.หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี เป็นวันที่สองนั้น ล่าสุด ยังไม่มีญาติมาขอประกันตัวแต่อย่างใดและเจ้าตัวปฏิเสธให้สัมภาษณ์

เหยื่ออาการแย่ เยื่อสมองตายหมด

ส่วนที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี นพ.สมศักดิ์ พรพรรณรัตน์ แพทย์ที่รักษานายนิโรจน์ศักดิ์ กล่าวว่า ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและเฝ้าดูอาการอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ร่างกายผู้ป่วยไม่มีอาการตอบสนอง อยู่ในช่วงโคม่า มีโอกาสรอดชีวิตน้อยมาก นอกจากนี้ ผู้ป่วยไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้ หากถอดเครื่องช่วยหายใจ จะเสียชีวิตทันที แต่หากเกิดปาฎิหารย์รอดชีวิต ก็ต้องเป็นเจ้าชายนิทรา เนื่องจากเนื้อเยื่อสมองตายหมดแล้ว

อจ.เพิ่งโผล่เยี่ยม ตั้งกก.ช่วยค่ารักษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวัฒน์ชัย เอี่ยมสะอาด อาจารย์ฝ่ายปกครองโรงเรียนโปลีเทคนิค กรุงเทพฯ ได้เป็นตัวแทนนายดวงฤทธิ์ เบญจาธิกุล ผู้อำนวยการ มาเยี่ยมอาการนายนิโรจน์ศักดิ์ที่โรงพยาบาลและกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุที่เกิดขึ้น ส่วนการช่วยเหลือของโรงเรียนนั้น จะนำรายละเอียดถึงเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดและอาการของนายนิโรจน์ศักดิ์เข้าที่ประชุมคณะอาจารย์ที่โรงเรียนเพื่อมีมาตรการช่วยเหลือต่อไป

ขณะที่นายสมเกียรติ กิจพาณิชย์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนโปลีเทคนิคกรุงเทพ กล่าวว่า โรงเรียนได้ตั้งคณะกรรมการจากนักเรียนและครู เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายการรักษานายนิโรจน์ศักดิ์ ขณะเดียวกันได้ส่งอาจารย์ฝ่ายปกครองไปดูแลนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งหารือถึงการย้ายเข้ามารักษาในกรุงเทพฯ

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังหาข้อมูลรายละเอียด คาดว่าไม่น่าจะเกินวันที่ 27 ตุลาคม และจะแถลงให้สื่อมวลชนทราบ เบื้องต้นได้รายชื่อนักเรียนชั้นปี 1 และชั้นปี 2 จากตำรวจแล้ว รวม 8 คน ทั้งนี้ เมื่อสอบถามไปยังผู้ปกครองก็จะบ่ายเบี่ยงว่าลูกไม่เกี่ยวข้องด้วย แต่เปิดเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ โรงเรียนจะมีวิธีสอบถามความจริงจากเด็ก เพื่อนำข้อมูลเป็นประโยชน์ทางคดี” นายสมเกียรติ กล่าว

นายชาย พานิชพรพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งไปเยี่ยมอาการนายนิโรจน์ศักดิ์ด้วย กล่าวว่า ทางจังหวัดจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมเตือนผู้ประกอบการบ้านพักตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่ว่า ต่อไปนี้ หากพบเห็นการทำกิจกรรมกลุ่มใหญ่แบบผิดปกติ ให้รีบแจ้งตำรวจเพื่อตรวจสอบโดยด่วน เพื่อป้องปรามมิให้เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจเช่นนี้อีก

ส่วนบทลงโทษของโรงเรียนนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า อาจต้องพักการเรียน ทราบว่ารุ่นพี่ซึ่งเป็นศิษย์เก่าไปอยู่สถาบันอื่นแล้ว โดยเชื่อมโยงกันเป็นเพียงกลุ่มเด็กบ้านใกล้กันชักชวนกันไป บางคนไม่รู้จักรุ่นพี่ด้วยซ้ำ สำหรับมาตรการป้องกันนั้น โรงเรียนมีกฎมาตลอดว่า ห้ามรับน้องเด็ดขาด เพราะโรงเรียนจะมีพิธีช่วงเปิดเทอมต้น ใช้ชื่อว่า พิธีรักน้อง โดยนิมนต์พระมาเทศน์สั่งสอน มีผู้ปกครองมาร่วมพิธี ร่วมกิจกรรม สอนให้เด็กรู้จักเคารพ ให้เด็กซาบซึ้งใจ มีความรักกันในระหว่างพี่น้อง

พี่ชายเสียใจ จะบวชให้เมื่อเสร็จคดี

นายณัฐพล อินทโชติ อายุ 18 ปี พี่ชายนายนิโรจน์ศักดิ์ ซึ่งศึกษาอยู่สถาบันศึกษาเดียวกันและเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องครั้งนี้ กล่าวว่า นอกจากรุ่นพี่ได้สั่งรุ่นน้อง ทิ้งดิ่ง แล้ว ยังสั่งให้รุ่นน้องทำท่า จรวด โดยให้นั่งคุกเข่ามือไขว้หลัง แล้วรุ่นพี่จะวิ่งเข้าใส่พร้อมกระโดดเอาเข่าทั้งสองข้างกระแทกที่หน้าอก หากใครล้มจะถูกลงโทษโดยการทิ้งดิ่ง หากรุ่นน้องผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้ ถือว่ามีความอดทน จะได้เสื้อช็อปไปใส่

“ขณะทิ้งดิ่งมีเพื่อนหลายคนคางแตก ปากแตก ฟกช้ำดำเขียวตามลำตัว เนื่องจากถูกรุ่นพี่ตบ เตะ กระชากลาก ผมเสียใจมาก และยินดีเป็นพยานเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษ ส่วนผมจะไม่ไปเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้อีก และหลังเสร็จคดีจะบวชให้น้องชาย เพื่อหายเป็นปกติโดยเร็ว” นายณัฐพล กล่าว

สช.บอกถ้า ร.ร.รู้เห็น ถึงขั้นยึดใบอนุญาต

นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เปิดเผยว่า สช. ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน อยู่ระหว่างการเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้ปากคำที่ สช. หากได้ข้อสรุปว่าโรงเรียนมีส่วนรู้เห็นจะต้องถูกลงโทษ มีตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ให้หยุดพักการเรียนการสอน และยึดใบอนุญาต ยืนยันว่า ในทุกต้นปีการศึกษา สช. ได้มีหนังสือกำชับไปยังสถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งให้ดูแลการจัดกิจกรรมรับน้องใหม่อย่างเข้มงวด ไม่ใช่มาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแบบวัวหายล้อมคอก ทั้งนี้สำหรับผู้บริหารโรงเรียนนั้นยังไม่สามารถติดต่อสอบถามอะไรได้เพราะอยู่ต่างประเทศ

นายบัณฑิต กล่าวว่าสช. ยินดีช่วยเหลือครอบครัวนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ ส่วนรุ่นพี่ที่ก่อเหตุนั้น ได้ประสานกับตำรวจให้ลงโทษตามกฎหมายอย่างจริงจัง ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าเด็กก่อเหตุนั้นเป็นเด็กรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้ว

ชงกฎห้ามรร.เอกชน รับน้องนอกสถานที่

นางจิระพันธ์ พิมพันธุ์ ประธานสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย กล่าวที่ จ.พระนครศรีอยุธยาว่า ในสัปดาห์หน้าจะเข้าประชุมร่วมกับนายกสมาคมโรงเรียนเอกชน และหารือร่วมกันถึงแนวทางปัญหากรณีรับน้องรุนแรงเกินเหตุรายล่าสุด ข้อสรุปที่ได้จะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อลงนามใช้เป็นกฎระเบียบของโรงเรียนเอกชนต่อไป และสิ่งที่จะเสนอเพิ่ม คือ สั่งห้ามไม่ให้มีการรับน้องนอกสถานที่ ให้ทำกิจกรรมภายในโรงเรียนเท่านั้นโดยมีครูผู้สอนดูแลอย่างใกล้ชิด

นางจิระพันธ์ กล่าวต่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นสร้างความไม่มั่นใจให้กับผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานเข้าเรียนในสถานศึกษาของเอกชนทั่วประเทศ เพราะถูกมองว่ามาตรฐานดูแลความปลอดภัยนักเรียนแย่เหมือนกัน แท้จริงแล้วโรงเรียนเอกชนหลายแห่ง มีมาตรฐานการดูแลความปลอดภัย รวมถึงความเข้มงวดกับกิจกรรมรับน้องมากกว่าโรงเรียนของรัฐเสียอีก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นได้ส่งผลทางลบกับโรงเรียนเอกชนเช่นกัน

ศธ.ดูแลไม่ทั่วถึง ผู้ปกครองต้องสอดส่องเอง

นายศรีเมือง เจริญศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นคงเป็นการชักชวนกันไปเที่ยวของนักศึกษากันเองมากกว่า เนื่องจากอยู่ในช่วงปิดภาคเรียน ซึ่งจะต้องสืบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป และจะต้องมีบทลงโทษกับนักศึกษาที่หนีไปทำกิจกรรมรับน้องอย่างแน่นอน โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้อนุมัติเงินอุดหนุนการศึกษาเอกชนมาตลอด และเมื่อโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล แต่ไม่เคยดูแลเด็ก ปล่อยให้ออกไปทำกิจกรรมที่ไม่สร้างสรรค์จนก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดเช่นนี้ ก็ควรจะพิจารณาเอาเองว่ารัฐบาลสมควรจะให้เงินอุดหนุนต่อไปหรือไม่

นายศรีเมือง กล่าวต่อว่า โรงเรียนต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ตนได้มอบหมายให้ สช.ไปดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว และทราบว่าผู้บริหารโรงเรียนเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งหากมีความคืบหน้าทาง สช.จะรายงานให้ตนทราบทันที ทั้งนี้ ตนขอฝากถึงผู้ปกครองทุกคนให้ทราบว่า ศธ.มีนักเรียนอยู่ในความดูแล 14 ล้านคน ครูและบุคลากรทางการศึกษาเพียง 600,000 คน ดังนั้น คงจะดูแลเด็กไม่ทั่วถึง ซึ่งผู้ปกครองจะเป็นกำลังหลักสำคัญในการช่วยเหลือโรงเรียนอีกทางหนึ่งในการควบคุมและดูแลสอดส่องพฤติกรรมบุตรหลานของตัวเองได้ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการลงโทษกับรุ่นพี่โหดอ่อนไปหรือไม่ จึงมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นทุกปี นายศรีเมือง กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมันขึ้นอยู่แต่ละสถานการณ์ ซึ่งเด็กที่ก่อเหตุอาจมีความผิดปกติทางจิตก็ได้ถึงได้ทำกิจกรรมออกไปในแนวทางที่รุนแรง แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็คงจะต้องมีการทบทวนเพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบเกี่ยวกับการลงโทษนักเรียนที่มีปัญหาเรื่องพฤติกรรม เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากสมาคมโรงเรียนเอกชนว่า ไม่สามารถลงโทษนักเรียนที่กระทำผิดได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงโทษด้วยการตีหรือไล่ออก เพราะผิดกฎหมาย ตอนนี้กำลังรวบรวมปัญหาให้ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงพิจารณาอยู่ ถ้าเป็นสมัยตนเป็นนักเรียนเกเรแบบนี้ต้องถูกไล่ออกแน่นอน ไปเข้าเรียนที่อื่นก็ไม่ได้ บางคนต้องไปบวช

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

รับน้องโพลีเทคนิคพานิชกรุงเทพ ปางตาย

October 23, 2008

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 22 ต.ค. พ.ต.ท.ชัยยุทธ ถมยา สวญ.สภ.หาดเจ้าสำราญ อ.เมืองเพชรบุรี รับแจ้งมีนักศึกษาได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะร่วมกิจกรรมรับน้องถูกส่งมารักษาที่ รพ.เมืองเพชร-ธนบุรี อ.เมืองเพชรบุรี จึงไปตรวจสอบ ทราบชื่อนายนิโรจน์ศักดิ์ หรือโอ อินทาโชติ อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/2 ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เป็นนักศึกษา ปวช.ปี 1 แผนกช่างไฟฟ้า โรงเรียนโพลีเทคนิคพานิชกรุงเทพ ย่านทวีวัฒนา กทม. แพทย์นำเข้ารักษาตัวในห้องไอซียู หลังพบศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนและมีเลือดคั่งในสมอง

นายปิยะพงษ์ อินทาโชติ อายุ 20 ปี พี่ชายนายนิโรจน์ศักดิ์ และเป็นนักศึกษา ปวช.ปีที่ 2 แผนกช่างยนต์ โรงเรียนเดียวกัน ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องดังกล่าว ให้การว่า เมื่อวันที่ 21 ต.ค. นักศึกษารุ่นพี่ ปวช.ปี 3 รวมทั้งรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้วจำนวน 22 คน ได้พานักศึกษา ปวช.ปี 1 และ ปวช.ปี 2 ไปรับน้องนอกสถานที่ที่บังกะโลวงศ์จันทร์ หมู่ 2 ต.หาดเจ้าสำราญ อ.เมือง�เพชรบุรี มีนักศึกษารุ่นน้องเข้าร่วมทั้งหมด 14 คน โดยรุ่นพี่ได้เช่ารถเมล์สองแถวจากกรุงเทพฯเดินทางมาถึงบังกะโลในช่วงบ่ายวัน เดียวกัน เมื่อมาถึงพวกรุ่นพี่ได้ซื้อเหล้าขาวผสมน้ำแดงมานั่งดื่มจนเมา

นายปิยะพงษ์ให้การต่อว่า จากนั้นเวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีรุ่นพี่สาวที่เรียนจบไปแล้วทราบชื่อเล่นว่า น.ส.บิว ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาบอกให้รุ่นน้องประมาณ 10 คน ออกไปทำกิจกรรมที่ชายหาด โดยสั่งให้ทั้งหมดกอดคอกัน และทิ้งตัวลงบนพื้นทรายให้ใบหน้ากระแทกกับพื้นในลักษณะทิ้งดิ่ง โดยให้ทำติดต่อกันหลายครั้ง ปรากฏว่ามีรุ่นน้องคนหนึ่งเกิดหน้ามืดทำไม่ไหว ต้องพาออกมาปฐมพยาบาล และนั่งพัก ส่วนรุ่นน้องที่เหลือถูกสั่งให้ทำกิจกรรมดังกล่าวต่ออีกหลายครั้ง

พี่ชายนักศึกษาเหยื่อรุ่นพี่โหดให้การอีกว่า กระทั่งช่วงประมาณ 3 ทุ่ม ขณะนั่งกินอยู่ เห็นนายนิโรจน์ศักดิ์ นอนแน่นิ่งหมดสติจึงรีบบอกรุ่นพี่ให้ช่วยพาน้องชายส่งโรงพยาบาล แต่กลับไม่มีใครสนใจ ตนจึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าของรถสองแถวคันที่เช่ามาให้ช่วยนำน้องชาย ไปส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจอาการพบศีรษะนายนิโรจน์ศักดิ์ได้รับความกระทบกระเทือนและสมองบวม เลยโทรศัพท์บอกนายประสิทธิ์ อินทาโชติ อายุ 47 ปี และนางนันทพร อินทาโชติ อายุ 48 ปี พ่อกับแม่ หลังทราบเรื่องทั้งสองก็รีบเดินทางมาดูน้องชายทันที

หลังสอบปากคำในเบื้องต้น พ.ต.ท.ชัยยุทธ ถมยา สวญ.สภ.หาดเจ้าสำราญ สั่งให้ พ.ต.ท.สังวาลย์ สวัสดิมงคล พนักงานสอบสวน และ พ.ต.ต.อาวุธ ศิลาสุวรรณ์ สว.สส. เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่บังกะโลดังกล่าว พบเป็นอาคาร 2 ชั้นติดกับชายทะเล เมื่อไปถึงพบกลุ่มนักศึกษาทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องนั่งดื่มเหล้าอยู่ชั้นล่าง สภาพเมาไม่ได้สติ บางส่วนก็เข้านอนไปแล้ว ตรวจสอบพบจานใส่อาหารและเครื่องดื่มวางกระจัดกระจาย โดยพบขวดเหล้าขาวกว่า 10 ขวด นอกจากนี้ ยังพบขวดน้ำพลาสติกถูกตัดผ่าครึ่งนำทรายมาใส่และมีธูปปักเหมือนจุดไหว้เจ้า ที่ จากนั้นได้เชิญตัวรุ่นที่ทั้งหมดจำนวน 22 คน มาสอบปากคำที่โรงพัก

ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนสอบปากคำ น.ส.ธัชมาภรณ์ รัตนรัตน์ อายุ 30 ปี พนักงานบังกะโล ระบุว่า กลุ่มนักศึกษาวัยรุ่นดังกล่าวได้มาพักที่บังกะโลกว่า 30 คน มีทั้งผู้ชายและหญิง แต่ตนก็ไม่ได้สนใจ รู้แต่ว่ากลุ่มนักศึกษา ไปทำกิจกรรมที่ชายหาด สักพักมีตำรวจมาเตือน จนเวลา 20.00 น. กลุ่มนักศึกษาก็ได้ออกไปทำกิจกรรมกันอีก จาก นั้นเห็นรถสองแถวขับออกจากที่พักอย่างรวดเร็ว เข้าใจว่าออกไปหาอะไรรับประทาน กระทั่งทราบว่าเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น

ด้านนายประสิทธิ์พ่อนายนิโรจน์ศักดิ์เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจและไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับลูกชาย ที่สำคัญทางครอบครัวของตนก็ไม่ค่อยมีเงิน เบื้องต้นทราบว่าค่ารักษาพยาบาลตอนนี้กว่า 1 แสนบาทแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินตรงไหนมาช่วยลูกและใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ แม้ว่าพวกนักศึกษารุ่นพี่จะติดต่อมาว่าจะช่วยกันออกค่ารักษาพยาบาล ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเปลี่ยนโรงพยาบาลไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า เพชรบุรี อ.เมืองเพชรบุรี เพราะเป็นโรงพยาบาลของรัฐ  เนื่องจากลูกชายของตนมีบัตรประกันสุขภาพ 30 บาทจะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย

ส่วนนางนันทพรแม่นักศึกษาเคราะห์ร้ายกล่าวว่า เท่าที่สอบถามอาการลูกชาย แพทย์บอกให้ตนทำใจ เนื่อง จากอาการของลูกชายสาหัสมาก ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ต้องเฝ้ารอดูอาการอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ จะเอาเรื่องกลุ่มนักศึกษารุ่นพี่ให้ถึงที่สุด

ขณะที่ พ.ต.ต.อาวุธ ศิลาสุวรรณ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเรื่องดังกล่าว เมื่อช่วงหัวค่ำได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ละแวกใกล้เคียงว่ามีนักศึกษารุ่นพี่จัดกิจกรรมรับน้องใหม่ กันแบบทารุณ  อาจเกิดอันตรายกับรุ่นน้อง จึงนำกำลังไปดู และห้ามปรามให้หยุดกระทำกิจกรรมแบบรุนแรง กระทั่งมีการแยกย้ายกันไป มาทราบตอนหลังว่าทั้งหมดกลับมา ทำกิจกรรมแบบเดิมอีก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างนำ ตัวรุ่นพี่ทั้งหมดไปสอบสวนเพื่อหาคนรับผิดชอบต่อไป

นางศาลีนา วงศ์วิริยะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานโรงเรียน อาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ความสำคัญมาก โดยได้ทำหนังสือแจ้งมายังสถานศึกษาเอกชนทุกแห่งห้ามไม่ให้มีการจัดกิจกรรม รับน้องอย่างเด็ดขาด นอกจากเป็นกิจกรรมในความดูแลของสถานศึกษานั้นๆอย่างใกล้ชิด หากผลการตรวจสอบพบว่า สถานศึกษารู้เห็นหรือละเลยต่อการควบคุมดูแลเรื่องนี้ สช.ก็จะมีบทลงโทษตั้งแต่การว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ หรือมีโทษสูงสุดถึงขั้นยกเลิกใบอนุญาต เพราะมีการดำเนินการกับสถานศึกษาบางแห่งเป็นบรรทัดฐานอยู่แล้ว

ที่มา ไทยรัฐ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

รับน้องโหดปี1สมองบวมเลือดคั่งอาการโคม่า

October 22, 2008

นักศึกษาเทคนิคเมืองกรุงกว่า 30คน จัดกิจกรรมรับน้อง เมาได้ที่รุ่นพี่รุ่นพี่รับน้องโหดหามรุ่นน้องเด็กปี1เข้าโรงพยาบาล แพทย์ชี้สมองบอม เลือดคั่ง อาการโคม่า พ่อ-แม่ร้องระงม ก่อนแจ้งความเอาผิดแล้ว

เมื่อเวลา11.30 น.ของวันที่ 22 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้รับทราบว่ามีนักศึกษาได้รับบาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรง มาเข้ารับการผ่าตัดที่โรงโรงพยาบาลเมืองเพชร – ธนบุรี อ.เมือง จ.เพชรบุรี จึงได้เดินทางไปยังโรงพยาบาล พบว่า แพทย์ได้นำเข้าห้องผ่าตัดเพื่อทำการผ่าตัดสมองช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน ทราบชื่อทราบชื่อนายนิโรจน์ศักดิ์ (โอ) อินทาโชติ อายุ 16 ปี บ้านเลขที่ 64/2 ต.ตลิ่งชัน – สุพรรณ ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี  ซึ่งเป็นนักศึกษาโรงเรียนเทคนิคแห่งหนึ่ง  ในกรุงเทพฯ แผนกช่างไฟฟ้า ปีที่ 1 ได้รับบาดเจ็บทางสมอง มีลักษณะสมองบวม มีเลือดคลั่งในสมอง

นายปิยะพงษ์ อินทาโชติ อายุ 20 ปี พี่ชายของนักศึกษาชั้น ปวช.ปี 2 แผนกช่างยนต์ เผยว่า สาเหตุที่น้องชายจะได้รับบาดเจ็บทางสมองคาดว่าน่าจะถูกกระแทกอย่างแรงบริเวณ ศีรษะ ช่วงที่รุ่นพี่จัดกิจกรรมรับน้อง ที่บังกะโลวงศ์จันทร์ ม.2 ต.หาดเจ้าสำราญ อ.เมือง จ.เพชรบุรี

ก่อนเกิดเหตุ นักศึกษารุ่นพี่ของโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งมีทั้งรุ่นพี่ที่จบออกไปแล้ว และรุ่นพี่ที่กำลังศึกษาอยู่ ได้พารุ่นน้องชั้นปีที่ 1 และปีที่ 2 รวมทั้งหมดประมาณ 36 คน มาจัดกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่ ซึ่งได้เช่ารถเมล์สองแถว มาจากกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมาถึงสถานที่พักช่วงบ่ายของวันเดียวกัน

เมื่อมาถึงสถานที่พักทางรุ่นพี่ได้พากันซื้อเหล้าขาวมาผสมน้ำแดง และดื่มกันจนเกิดอาการมึนเมาขึ้น หลังจากนั้นในเวลาประมาณ 18.00 น.เป็นต้นไป ทางรุ่นพี่มีอาการมึนเมาได้สั่งให้รุ่นน้องประมาณ 10 คน ได้ออกไปทำกิจกรรม โดยให้ทั้งหมดกอดคอกัน และทิ้งตัวลงบนพื้นทรายให้บริเวณใบหน้ากระแทกกับพื้น (ทิ้งดิ่ง) บริเวณชายทะเล และรุ่นพี่ยังได้สั่งให้รุ่นน้องทำติดต่อกันเป็นระยะๆ

นายปิยะพงษ์ กล่าวอีกว่า ในระหว่างที่รุ่นน้องได้ทำกิจกรรมดังกล่าวอยู่ ได้มีรุ่นน้องคนหนึ่งเกิดอาการหน้ามืด จึงได้พากันออกมาปฐมพยาบาล จนอาการดีขึ้น จึงให้นั่งพัก ส่วนรุ่นน้องที่เหลือ ทางรุ่นพี่ยังได้สั่งให้ทำกิจกรรมดังกล่าวต่อไป จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น.ตนเห็นน้องชายนอนแน่นิ่งจึงวิ่งเข้าไปดู พบว่าน้องชายนอนหมดสติ จึงได้บอกรุ่นพี่ให้ช่วยนำน้องชายส่งโรงพยาบาล แต่ทางรุ่นพี่ไม่สนใจ ตนจึงได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือเจ้าของรถเมล์คันที่เช่ามา ช่วยนำน้องชายของตนส่งโรงพยาบาล

“เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์ตรวจอาการแล้วก็พบว่าที่บริเวณศีรษะของน้องชาย มีเลือดคั่งในสมอง และมีอาการสมองบวม ต้องทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลโทรศัพท์บอกพ่อกับแม่ เพื่อขออนุญาตทำการผ่าตัด “นายปิยะพงษ์ กล่าว

ด้านนายประสิทธิ อินทาโชติ อายุ 47 ปี พ่อของนายนิโรจน์ศักดิ์ เปิดเผยว่า หลังจากเห็นอาการลูกชาย ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก และไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับลูกชายของตน ที่สำคัญทางครอบครัวของตนก็ไม่ค่อยมีเงิน

“เบื้องต้นทราบว่าตอนนี้ค่ารักษาพยาบาลสูงมาก จึงยังไม่รู้ว่าจะหาเงินตรงไหนมาช่วยลูกและใครจะเป็นผู้รับผิดชอบกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นไปได้ตนก็อยากจะเปลี่ยนโรงพยาบาล ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของรัฐ เนื่องจากลูกชายของตนมีบัตรประกันสุขภาพ 30 บาท จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ “นายประสิทธิ กล่าว

นางนันทพร อินทาโชติ อายุ 48 ปี แม่ของนายนิโรจน์ศักดิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง ตนได้รับการติดต่อจากรุ่นพี่ที่จัดกิจกรรมดังกล่าวว่าจะช่วยกันออกค่ารักษา พยาบาลให้ แต่อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้แจ้งค่ารักษาเบื้องต้นแล้วเป็นเงินกว่า 1 แสนบาท ซึ่งสูงมาก ตนยังไม่ทราบว่าจะไปนำเงินตรงไหนมาจ่าย

นอกจากนั้นแพทย์ยังบอกให้ตนทำใจ เนื่องจากอาการของลูกสาหัสมากและไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ต้องรอดูอาการอย่างใกล้ชิดซึ่งหลังเกิดเหตุตน และสามีได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.หาดเจ้าสำราญ อ.เมืองเพชรบุรี เรียบร้อยแล้ว

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุบริเวณบังกะโลพบว่าบริเวณที่พักมีลักษณะ 2 ชั้นติดกับทะเลที่นักศึกษากลุ่มดังกล่าวเข้าพัก บริเวณชั้นล่างติดกับริมทะเล พบภาชนะใส่อาหาร และเครื่องดื่มวางอยู่กระจัดกระจาย ลักษณะยังไม่ได้เก็บทำความสะอาด

นอกจากนี้ยังพบขวดสุราขาวทั่วบริเวณกว่า 10 ขวด ซึ่งมีทั้งขวดเปล่า และขวดที่มีน้ำสุราเหลืออยู่ อีกทั้งยังมีขวดน้ำพลาสติก ที่ถูกตัดผ่าครึ่งแล้วนำทรายใส่ และนำธูปมาปักเป็นจำนวนมาก ลักษณะเหมือนไหว้เจ้าที่

นางสาวธัชมาภรณ์ รัตนรัตน์ อายุ 30 ปี พนักงานบังกะโลหลังดังกล่าว กล่าวว่า เมื่อบ่ายของวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มหนุ่มสาวกว่า 30 คน มาเข้าพัก หลังจากตนจัดพื้นที่ให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ได้สนใจอะไร เนื่องจากมีผู้มาพักมากตนเห็นกลุ่มดังกล่าวทำกิจกรรมกันอยู่ และสักพักก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเตือน และเห็นเลิกรากันไป

แต่ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น.ก็เห็นออกมาทำกิจกรรมกันอีก จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ตนเห็นรถเมล์คันดังกล่าว วิ่งออกจากที่พักอย่างรวดเร็ว ตนก็ไม่ทราบว่าไปไหนโดยคิดว่าอาจจะออกไปหาอะไรรับประทาน มาทราบอีกทีเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเชิญตัว  และรุ่นพี่อีกหลายคนไปสอบปากคำที่ สภ.หาดเจ้าสำราญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเบื้องต้นขณะนี้รุ่นพี่ที่ก่อเหตุ ยังอยู่ในอาการมึนเมา ยังไม่สามารถให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ คงต้องรอให้ทั้งหมดสร่างเมาเสียก่อน จึงจะทำการสอบสวนต่อไป

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

รับน้องอุเทนถวาย จัดนอกสถานที่มี นศ. ตาย

July 15, 2008

รักษาการแทนอธิการบดีฯ ยอมรับมีรายงานแล้ว เหยื่อเป็นนักศึกษาสาขาเทคโนโลยีโลจิสติกส์และการจัดการระบบขนส่ง โดยจัดกิจกรรมที่หัวหิน อ้างสถาบันไม่รู้เรื่อง

นายทวีชัย เหลี่ยมศิริวัฒนา รองอธิการบดีรักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก กล่าววันนี้ (14 ก.ค.) ว่า ได้รับรายงานมีนักศึกษาจาก วิทยาเขต อุเทนถวาย เสียชีวิตจากกิจกรรมรับน้องวันนี้ ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยทราบเบื้องต้นว่า เป็นการจัดรับน้องกันเองของนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีโลจิสติกส์และการจัดการระบบขนส่ง จำนวนประมาณ 30 คน ที่แม้แต่ทางสาขาวิชาก็ไม่ทราบเรื่องจึงสั่งการให้รองอธิการบดีที่รับผิดชอบด้านนี้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วนแล้ว

รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเห็นว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่านักศึกษายังไม่ตระหนักให้ความสำคัญ แม้ทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกระเบียบเข้มงวดเอาผิดกับการจัดกิจกรรมรับน้องที่ไม่เหมาะสมไปแล้ว

ด้าน นพ.วิชัย เจริญกิจภัณฑ์ แพทย์เวรโรงพยาบาลหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลรับตัว นายกฤษณะ ฉัตรสุวรรณ อายุ 26 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เข้ารับการรักษาตัวตั้งแต่เวลา 22.50 น. เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2551 สภาพอาการโคม่า ไม่สามารถหายใจได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ม่านตาขยาย ไม่รู้สึกตัวและร่างกายมีรอยฟกช้ำ

แพทย์เวรโรงพยาบาลหัวหิน กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น เมื่อแพทย์เอกซเรย์ที่ศีรษะยังพบว่า ผู้ป่วยมีเลือดคั่งในสมอง เบื้องต้นสันนิษฐานว่า อาการทั้งหมดเกิดจากการหกล้ม โดนเหวี่ยง หรือถูกกระแทกอย่างแรง ทำให้เส้นเลือดในสมองฉีกขาด ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเปิดกะโหลกเพื่อรักษาความดันในสมองถึง 2 ครั้ง แต่เนื่องจากผู้ป่วยมีอาการโคม่าแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และ นายกฤษณะ ได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปรับศพของ นายกฤษณะ กลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดใน จ. สมุทรปราการแล้ว

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง