เมื่อเวลา 17.00 น.วานนี้ (25 ธ.ค.) พ.ต.ท.กฤษณ์ แจ้งแสง สว.สส.สน.บางโพงพาง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.บางโพงพาง เข้าจับกุมนายวุฒิชัย พันภูรักษ์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 681/36 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา และนายเอกชัย ธรรมขุนนุ้ย อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106/2 หมู่ที่ 2 อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.1183/2551 ลงวันที่ 25 ธ.ค. 2551 ในข้อหาร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี เสียไปจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจาร และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นในลักษณะเป็นการโทรมหญิง

พ.ต.ท.กฤษณ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา นางศิ (นามสมมติ) ได้พานางสาวเอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ผู้เป็นลูกสาว เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง ให้ดำเนินคดีกับนายวุฒิชัย พันภูรักษ์ นายเอกชัย ธรรมขุนนุ้ย และนายหนิง ไม่ทราบชื่อและนามสกุล หลังถูกผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ฉุดลูกสาว และ น.ส.ซี อายุ 15 ปี เพื่อนของลูกสาวไปข่มขืนกระทำชำเรา

โดยนางศิ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ลูกสาวตนกับ น.ส.ซี กำลังเดินอยู่หน้าแฟลตภายในซอยกลับชม แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา ผู้ต้องหาทั้งสามคนก็ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาจอดข้างๆก่อนจะฉุดลูกสาวตนกับ น.ส.ซี ขึ้นรถไป จากนั้นก็ขับรถพาไปตามถนนสาธุประดิษฐ์ แล้วปล่อย น.ส.ซี ลงที่บริเวณหน้าชุมชนช่องนนทรี แต่ไม่ยอมปล่อยลูกสาวตนลงจากรถด้วย จากนั้นนายวุฒิชัยและนายเอกชัย ก็ใช้กำลังบังคับข่มขืนลูกสาวตนจนสำเร็จความใคร่ไป โดยมีนายหนิง เป็นคนดูต้นทางให้ จากนั้นทั้งสามก็ขับรถมาส่งลูกสาวตนที่แฟลต แล้วมาเล่าเรื่องให้ตนฟัง ตนจึงรีบมาแจ้งความกับตำรวจทันที

พ.ต.ท.กฤษณ์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม และสเก๊ตช์ภาพคนร้ายทั้งหมด จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายวุฒิชัย และนายเอกชัย เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ จึงนำกำลังไปจับกุมนายวุฒิชัยได้ที่ บริเวณชุมชนเจ้าพระยา ถนนพระราม3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา และจับกุมนายเอกชัย ได้ที่ สุดซอยสาธุประดิษฐ์ 45 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำ

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพจึงแจ้งข้อหาร่วมกันพราก ผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี เสียไปจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจาร และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นในลักษณะเป็นการโทรมหญิง ส่วนนายหนิง ผู้ต้องหาอีกคนนั้น เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนติดตามจับกุมต่อไป
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

  • Comments Off
  • ปู่จูงหลานสาววัย 13 รุดแจ้งความ ล่า 11 วัยรุ่น รุมข่มขืนด.ญ. ยับ เผยออกไปเที่ยวกับแฟนหนุ่มวัย 15 พร้อมเพื่อนรุ่นเดียวกันทั้งชาย-หญิง ขากลับเพื่อนชายพาซ้อนท้ายจยย.ไปที่กระท่อมร้าง อ้างมาเอาของที่ฝากไว้ ไปถึงพบกลุ่มวัยรุ่นนับสิบในสภาพเมาช่วยกันจับถอดเสื้อผ้าแล้วเรียงคิวจนเหยื่อสลบเหมือด ตร.รู้ชื่อหมดแล้วเป็นเด็กในหมู่บ้าน


    ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
    ไม่เกี่ยวข้องกับข่าว

    ไม่เกี่ยวข้องกับข่าวเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ก.ค. พ.ต.ท. ประสาน อินนาคกูล สารวัตรเวร สภ.นครไทย จ.พิษณุโลก สอบปากคำเพิ่มเติมนายเสา อายุ 70 ปี ชาวบ้าน ต.ยางโกลน อ.นครไทย และด.ญ.ฟ้า (นามสมมติ) อายุ 13 ปี หลานสาว หลังเข้าแจ้งความหลานสาวถูกกลุ่มวัยรุ่นชาย 11 คนรุมโทรม และข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร เหตุเกิดวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา

    จากการสอบสวนนายเสาซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ ให้การว่า เมื่อวันที่ 21 ก.คที่ผ่านมา หลานสาวไปเที่ยวกับเพื่อนรุ่นเดียวกันทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยมีแฟนหนุ่มอายุ 15 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์มารับจากบ้าน กระทั่งใกล้ค่ำกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดต่างพากันกลับบ้าน ส่วนหลานสาวกลับมากับเพื่อนชาย 2 คน ระหว่างทางเพื่อนชายพาหลานสาวไปที่กระท่อมร้าง หมู่ 1 ต.ยางโกลน ออกอุบายว่านัดไปเอาของที่ฝากไว้ เมื่อไปถึงพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นอีกหลายคน นั่งรออยู่ในกระท่อม บางคนเมาสุรา ก่อนจะฉุดกระชากลากหลานสาวจับถอดเสื้อผ้า และข่มขืนจนครบทุคน จนหลานสาวหมดสติ พอฟื้นกลุ่มวัยรุ่นพูดขู่บังคับไม่ให้นำเรื่องไปเล่าให้ใครฟัง หากเรื่องแดงจะทำร้ายร่างกาย และพาไปข่มขืนอีก ทำให้หลานสาวไม่กล้านำเรื่องมาเล่าให้ฟัง

    นายเสาให้การต่อว่า กระทั่งเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ได้ยินข่าวชาวบ้านพูดคุยให้ฟังว่า หลานสาวถูกกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านพาไปข่มขืน เรื่องนี้กลุ่มวัยรุ่นชอบพูดในวงเหล้า ทำให้มีชาวบ้านและคนที่ได้ยินนำเรื่องไปพูดต่อๆ กัน นอกจากนี้ มีนักเรียนในโรงเรียนพูดคุยกัน กระทั่งทราบเรื่อง หลังจากนั้นสอบถามหลานสาวว่ามีเรื่องอะไรเกิดกับตัวเองหรือไม่ ตอนแรกหลานสาวไม่กล้าบอกและร้องไห้ ก่อนยอมเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง จึงพาหลานสาวเข้าแจ้งความตำรวจ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทราบชื่อกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 11 คนแล้ว โดยมีนายนิตินันท์ จันวิสิทธิ์ อายุมากที่สุดคือ 21 ปี ส่วนที่เหลืออายุ 15-18 ปี ทั้งหมดเป็นกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านและตำบลเดียวกัน ส่วนมากเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกันในหมู่บ้านนั้น มีเพียงนายนิตินันต์ ที่อยู่โรงเรียนอื่น ขณะนี้หลบหนีการจับกุมของตำรวจ จะรวบรวมหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับนำตัวมาดำเนินคดี ในข้อหา กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีซึ่งมิใช่ภรรยาตนและร่วมกันกระทำชำเราด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง

    หมดอนาคต หนุ่มนักศึกษา 2 มหาวิทยาลัยดัง ลวงอาหมวยสัญชาติจีนนักศึกษาแลกเปลี่ยนสถาบันเดียวกัน ไปขืนใจในโรงแรมดังกลางเมือง ก่อนส่งเหยื่อกลับหอพักกลางดึก อาจารย์เห็นผิดสังเกต เลยเค้นถามจนเรื่องแดง พากันเข้าแจ้งความจับกุม ด้านหนุ่มนักศึกษาให้การปฏิเสธขอสู้คดี ตร.แจ้งข้อหา-คุมตัวเข้าซังเต

    ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
    ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

    นักศึกษาหมดอนาคตลวงหมวยจีนนักเรียนแลกเปลี่ยนไปขืนใจครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 17 ก.ค. พ.ต.ท.สรรค์ กุลนานันท์ สว.เวร สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งจาก น.ส. หมวย (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี นักศึกษาสัญชาติจีน ตามโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา ไทย-จีน มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่เดินทางมาพร้อมอาจารย์ปกครองให้การผ่านล่าม อ้างว่าถูกนายวัชระ เทียนเที่ยง อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเดียวกัน หลอกตนเองเข้า ไปข่มขืนในโรงแรมสุธาทิพย์ ใกล้ตลาดโอเดี้ยน อ.เมืองนครปฐม หลังเสร็จกิจได้พากลับมาส่งที่หอพักภายในมหาวิทยาลัย โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ก.ค. เวลาประมาณ 19.00 น.

    น.ส.หมวย ให้การเสียงสั่นเครือว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวัชระได้ขี่ รถ จยย. มารับที่มหาวิทยาลัย โดยบอกว่าจะพาไปนั่งรถเที่ยวในเมือง ตนจึงยอมนั่งไปด้วย จากนั้นนายวัชระได้พาตนไปนั่งทานอาหารที่ห้องอาหารสุธาทิพย์ ตั้งอยู่ด้านหน้าโรงแรมเกิดเหตุ หลังจากทานอาหารเสร็จ นายวัชระได้พาตนขึ้นไปบนชั้น 2 และดึงมือเข้าไปในห้องพัก ก่อนจะปลุกปล้ำจนสำเร็จความใคร่ และพากลับมาส่งหอพัก เวลาประมาณ 23.00 น. ทางอาจารย์ผู้คุมหอเห็นตนกลับผิดเวลาจึงได้สอบถาม ตนจึง เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง หลังรับแจ้งพนักงานสอบสวน ได้ส่ง น.ส. หมวยไปตรวจร่างกายเพื่อหาร่องรอยของการถูกข่มขืน และควบคุมตัวนายวัชระมาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

    ด้าน พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผบก. ภ.จว.นครปฐม ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า หลังเกิดเหตุได้รับรายงานในเบื้องต้น ทราบว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาข่มขู่บังคับกระทำชำเราหญิงที่ไม่ใช่ภรรยาตนและกักขังหน่วงเหนี่ยว ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ขณะนี้คุมตัวฝากขังที่เรือนจำจังหวัดนครปฐม.

    Tags


    Recent Posts


    Recent Comments