ศาลฟ้อง ทักษิณ เอื้อประโยชน์ ชินคอร์ป
July 12, 2008
ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ก.ค. นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ นำสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และพยานหลักฐานคดีภาษีสรรพสามิต จำนวน 3 ลัง 20 แฟ้ม รวม 19,933 แผ่น พร้อมความเห็นของนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด ที่สั่งฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทที่รับสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัด การหรือดูแลกิจการใดเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตัวเองหรือผู้อื่น เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสีย หายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 152, 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 4, 100, 122 ยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลฎีกาฯ
ระบุเครือญาติถือหุ้นได้ประโยชน์
ตามโจทก์ฟ้องสรุปว่า ระหว่างวันที่ 9 ก.พ.44-วันที่ 8 มี.ค.48 และระหว่างวันที่ 9 มี.ค.48-วันที่ 19 ก.ย.49 จำเลยได้ฝ่าฝืนกฎหมายด้วยการเป็นผู้ถือหุ้นของ บริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,419,490,150 หุ้น ซึ่งบริษัทชินคอร์ปฯเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัทดิจิตอลโฟน จำกัด บริษัทชิน แซทเทิลไลท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งทุกบริษัทล้วนเป็นบริษัทที่รับสัมปทานจากรัฐและเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ โดยจำเลยอำพรางการถือหุ้นไว้ ด้วยการให้บริษัทแอมเพิลริช อินเวสต์เมนท์ จำกัด บริษัท วินมาร์ค จำกัด ซึ่งทั้งสองบริษัทเป็นของจำเลย โดยมี นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรและธิดา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายคู่สมรส มีชื่อถือหุ้นแทน
ชัดเจนแก้กฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์
นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 9 ก.พ.44-วันที่ 19 ก.ย. 49 ขณะจำเลยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต ได้เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการโทรคมนาคมด้วยการกระทำการ Read more
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง Advertising
