ศาลฎีกาฯรับฟ้องคดีหวยบนดิน

July 28, 2008



หมอเลี้ยบ,ป้าอุ,อนุรักษ์ ต้องหยุดทำหน้าที่ หลังศาลฎีการับฟ้องคดีหวยบนดิน นัดเปิดคดีครั้งแรก 26 ก.ย.10โมงเช้า

วันนี้ (28กรกฏาคม) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งรับคำฟ้อง คดีที่ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่รัฐ (คตส.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมพวกรวมทั้งสิ้น 47 คน เป็นจำเลยในโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 ตัวและ 3 ตัว(หวยบนดิน) โดยได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 26 ก.ย.2551 เวลา 10.00 น.

“คำฟ้องเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาล…และคำฟ้องถูกต้องตามข้อกำหนด จึงมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้อง” ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน กล่าว

ศาลเลื่อนฟังคำสั่งคดีหวยบนดินเป็น10โมงเช้า

วันนี้ (28กรกฏาคม) นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ทนายความ ของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. เปิดเผยว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งแจ้งเลื่อนเวลานัดฟังคำสั่ง คดีหวยบนดินว่าจะรับฟ้อง หรือไม่รับฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ครม. และผู้บริหารกองสลาก รวม 47 คน จากเดิมในเวลา 14.00 น.เป็น 10.00 น.

องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีนายรุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ รองประธานศาลฎีกา เป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน คดีออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือ หวยบนดิน จะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งรับฟ้องคดีหรือไม่ในวันนี้ ซึ่งคดีดังกล่าวมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวก ซึ่งเป็นคณะรัฐมนตรี และผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวม 47 คน ตกเป็นจำเลยในความผิดฐาน ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ,152 , 153,154 ,157 ประกอบมาตรา 83,84,86,90,91 และความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 3,4,8,9,10 และ 11

ทั้งนี้ หากศาลฎีกาฯ มีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้วจะทำให้ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง , นาง อุไรวรรณ เทียนทอง รมว.กระทรวงแรงงาน และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.กระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีนี้ด้วย นั้นจะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งบริหารงานดังกล่าวทันที.

สำหรับรายชื่อจำเลยรัฐบาลทักษิณ ทั้ง 47 คนประกอบด้วย

1.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
2.พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี
3.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี
4.นายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี
5.นายกร ทัพพะรังสี รองนายกรัฐมนตรี
6.ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ รองนายกรัฐมนตรี
7.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี
8.พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหม
9.ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ์ รมว.คลัง
10.นายวราเทพ รัตนากร รมช.คลัง
11.นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา
12.นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมว.พัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์
13.นายสรอรรถ กลิ่นประทุม รมว.เกษตร และสหกรณ์
14.นายเนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรและสหกรณ์
15.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม
16.นายพิเชษฐ สถิรชวาล รมช.คมนาคม
17.นายนิกร จำนง รมช.คมนาคม
18.นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
19.นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร
20.นายพรหมินทร์ เลิศสุริยเดช รมว.พลังงาน
21.นายอดิศัย โพธารามิก รมว.พาณิชย์
22.นายวัฒนา เมืองสุข รมช.พาณิชย์
23.นายวันมูหมัดนอร์ มะทา รมว.มหาดไทย
24. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ยุติธรรม
25.นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รมว.แรงงาน
26.นางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.วัฒนธรรม
27.นายพินิจ จารุสมบัติ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
28.นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สาธารณสุข
29.พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมช.สาธารณสุข
30.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.อุตสาหกรรม
31.นายสมใจนึก เองตระกูล ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
32.นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง
33.นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
34.นายพรชัย นุชสุวรรณ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ในฐานะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
35.นางสาวสุรีพร ดวงโต ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ในฐานะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
36.นายณัฐวิช อินทุภูมิ ผู้แทนสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในฐานะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
37.นายชัยวัฒน์ พสกภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
38.นายกำธร ตติยกวี ในฐานะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
39.พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้อำนวยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลและเลขานุการ
40.นายชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
41.นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ ผู้แทนสำนักงบประมาณ
42.พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ ในฐานะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
43.นางสตรี ประทีปปะเสน ผู้แทนสำนักงบประมาณ ในฐานะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
44.นายอำนวยศักดิ์ พูลศิริ ในฐานะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
45.พล.ต.ท.อิสระพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ในฐานะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
46.นายบัณฑูร สุภัควณิช ผู้แทนสำนักงบประมาณ ในฐานะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
47.นางอรอนงค์ มณีกาญจน์ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
Advertising

สมัครเพิ่ม มาตรการรัฐบาล ช่วยเหลือประชาชน 6 เดือน

July 15, 2008

นายสมัคร สุนทรเวชนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลง 6 มาตรการรัฐบาล ช่วยเหลือประชาชน 1. ลดอัตราภาษีน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนใช้น้ำมันราคาถูกลงและรัฐจะยอมแบกภาษีไว้ 6 เดือนเพื่อรองรับเมกะโปรเจ็คต์เกิดขึ้น 2.ชะลอการขึ้นราคาก๊าซหุงต้มแอลพีจี ในครัวเรือน เพื่อรักษาสภาพครัวเรือน 3.ลดค่าใช้จ่ายในการใช้น้ำประปา สำหรับผู้ที่ใช้ไม่เกิน 50 คิวต่อหนึ่งเดือน 4.ช่วยจ่ายค่าไฟฟ้าถ้าใช้ไม่เกิน 80 ยูนิต แต่หากใช้ 81-150 ยูนิต รัฐบาลจะจ่ายให้ครึ่งหนึ่ง 5.ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยจัดรถเมล์ร้อนขึ้นฟรี 800 คันโดยจะมีรถออกวิ่งรถคันที่เก็บเงินกับไม่เก็บเงิบวิ่งคันเว้นคัน6.รถไฟชั้น 3 ไม่ปรับอากาศไม่เสียเงินทั่วประเทศ

นายสมัครกล่าวว่า มาตราการดังกล่าวเป็นการผ่อนคลายเพื่อช่วยเหลือประชาชนเป็นเวลา 6 เดือน

รบ.ลดภาษีแก๊ซโซฮอล์เหลือ1%-ดีเซล21.4-2.74สต.

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตนีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแนวคิดการกำเนิด 6 มาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น 6 เดือนของรัฐบาลว่า เนื่องมาจากปัญหาสภาวะน้ำมันแพง ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น โดยคนยากจนและคนที่มีรายได้น้อย ได้รับผลกระทบมหาศาลโดย 6 มาตรการดังกล่าว จะสามารถบรรเทาทั้งค่ำน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทางของประชาชนได้เป็นอย่างดี

รมว.คลังกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการทีเกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง นั้น ได้แก่ การลดอัตรภาษีสรรพสามิตน้ำมัน โดยจะมีการลดภาษีน้ำมันแก๊ซโซฮอลล์ 91 และ 95 และน้ำมันดีเซล

สำหรับแก๊ซโซฮอล์ 91 และ 95 ที่ไม่ผสมเอทานอล จากเดิมที่มีการเก็บภาาษีน้ำมัน 30 สต./ลิตร เมื่อมาใช้มาตราการดังกล่าววจะเหลือ แค่ ลิตรละ 1 สต.เท่านั้น ซึ่งมีราคาต่างจากน้ำมันเบนซินธรรมดาถึง 8 บาท

ส่วนการลดภาาษีน้ำมันดีเซล จากเดิมมีการเก็บภาษี 2.19 สต. แต่มาตราการนี้ จะทำให้ลดลงได้ 2.14 -2.74 สต.ต่อลิตร ทำให้ประชาชนผู้ใช้น้ำมันดีเซวลและลดบรรทุกบรรเทาค่าใช้จ่ายลงไปได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังจะมีการออกประกาศของกระทรวงการคลังให้เป็นไปตามกฎหมาย ในวัที่ 25 ก.ค. เพื่อลดน้ำมันขายปลีก ให้ทุกหน้าปั๊ม

‘รมว.พลังงาน’ลั่น 25 ก.ค.ลดราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊ม

พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงแนวคิดการกำเนิด 6 มาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น 6 เดือนของรัฐบาลว่า ว่า ตัวเลขที่ลดที่กระทรวงการคลังประกาศไป โดยประมาณราคาน้ำมันขายปลีกจะเรียนให้ทราบอีกครั้งว่า เราต้องเช็คสต็อคในคลังก่อน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 7-9 วัน เพื่อตรวจดูว่าเหลือเท่าไหร่ ทั้งนี้ เราจะใช้เงินกองทุนน้ำมันเพื่อให้มีผลทันที โดยขอให้ประชาชนสบายใจว่าจะไม่ขาดแคลนน้ำมัน หรือระบายของเก่า หรือกักตุนของใหม่

‘25 ก.ค.นี้เราพร้อมที่จะลดราคาน้ำมันขายปลีกที่หน้าสถานีทุกแห่ง โดยคาดว่ายอดของการใช้จะสูงขึ้น แต่กระทรวงพลังงานยืนยันว่า จะจัดแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยการลดดีเซลจะมีผลต่อราคาน้ำมันม่วงที่ชาวประมงใช้ลดไป 2.70 บาทต่อลิตร ซึ่งการช่วยเหลือครั้งนี้ ก็เพื่อให้มีรายจ่ายลดลง แต่เรื่องประหยัดคงยังทิ้งไม่ได้’ รมว.พลังงาน กล่าว

‘เฉลิม’ชี้’ครม.สมัคร1′หล่อทุกคน ถาม’ขี้เหร่’ตรงไหน

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าจะถูกปรับตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ว่า ที่กลับมาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะจะมีการประชุมเรื่องมาตรการแก้เศรษฐกิจที่จะแถลงในบ่ายวันนี้ (15 ก.ค.) ซึ่งตนได้มีส่วนร่วมมาตั้งแต่ต้น จึงต้องมาชี้แจง โดยยืนยันว่าที่กลับมา ไม่ใช่เพราะมีกระแสข่าวการปรับตนออกจาก ครม.และอยากถามว่า ถ้าตนอยู่กรุงเทพฯจะปรับ ครม.ไม่ได้หรืออย่างไร ทั้งนี้ ที่ตอนแรกคิดไว้ว่าจะกลับในวันพรุ่งนี้ (16 ก.ค.) เพราะไม่ทราบว่ามาตรการแก้เศรษฐกิจจะเข้า ครม.วันนี้ อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับ ครม.เพราะว่าไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน (พปช.) เรื่องดังกล่าวต้องไปถามจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค

เมื่อถามว่า ครม.สมัคร 2 จะขี้เหร่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม ย้อนถามว่า ครม.สมัคร 1 ขี้เหร่ตรงไหน เห็นหน้าตาหล่อกันทุกคน ตนไม่ขอพูดเรื่องนี้มาก แต่เท่าที่ลงพื้นที่อีสานมา รู้เลยว่า หากมีการเลือกตั้งเมื่อใด พปช.ยึดได้หมด และจะได้มากกว่าเดิมด้วย

‘เหลิม’โวรอดูคนเป็นลมเหตุอิจฉามาตรการศก.รบ.บ่ายนี้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวถึงการประเมินผลงานที่ผ่านมาของรัฐบาลบ้างหรือไม่ว่า คนที่ด่ารัฐบาล ก็ไม่ชอบรัฐบาลมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ดังนั้น เขาก็จะไม่ชอบต่อไป อยากถามว่า หากรัฐบาลไม่ดี ชาวบ้านจะชอบหรือ แค่รอฟังนายสมัครแถลงมาตรการทางเศรษฐกิจบ่ายนี้ คนก็จะเป็นลมกันเป็นทิวแถว เพราะอิจฉา เนื่องจากสมัยตนเองคิดไม่เป็น

‘การเมืองมันก็แค่นี้ อย่าไปซีเรียส ทุกอย่างที่เกิดขึ้นขณะนี้ ถือเป็นบรรยากาศที่นำไปสู่ประชาธิปไตยแบบเต็มใบ มีเลือกตั้งเร็วเมื่อไหร่ จะน้ำตาเช็ดหัวเข่ากันทุกพรรค บอกให้พรรคอื่นๆ ไปเตรียมเพลงธรณีกรรแสงไว้ได้แล้ว’ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

‘สมัคร’ฟอร์มเดิมจ้องสื่อบอกหลัง28ก.ค.รู้ชื่อครม.ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลเพื่อประชุมคณะรัฐมนตรี นายสมัครหยุดมองหน้านักข่าวครู่หนึ่ง ก่อนตอบคำถามเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ‘การปรับ ครม.จะแจ้งให้ทราบ หลังวันที่ 28 ก.ค.โดยขณะนี้มีรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ครบแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้’ จากนั้นนายสมัครได้เดินขึ้นตึกเพื่อเข้าประชุม ครม.ทันที

‘หมัก’คุยที่บ้านกินไข่อาทิตย์ละ150ฟอง เชื่อไม่มากไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายสมัคร ได้เดินชมร้านค้าต่างๆ ในโครงการร้าน 30 บาท โดยหยุดที่หน้าร้านขายน้ำผลโม้ จากนั้นหยิบผลบีทรูดและลูกมะแว้ง มาสอบถามอย่างสนใจ

ทั้งนี้ นายสมัครยังได้พูดคุยกับนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า ที่บ้านของตนทานไข่ไก่สัปดาห์ละ 5 แผง หรือ 150 ฟอง ซึ่งก็ไม่เห็นว่าจะมากไปตรงไหน อย่าง พล.ต.อ.สันต์ (ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) ยังทานไข่ถึงวันละ 6 ฟอง ตัวก็สูงโย่ง แต่พอไปปรึกษาแพทย์ กลับให้คำแนะนำว่าควรรับประทานไข่สัปดาห์ละ 2 ฟองก็พอ จึงโต้เถียงกันใหญ่

ต่อมา นายสมัคร ได้เดินไปที่ซุ้มขายปลากรอบ โดยชิมไปพร้อมกับแนะนำการทำอาหาร และอุดหนุนปลากรอบไป 6 กล่อง จากนั้นซื้อมะขามจี๊ดไป 1 กระปุก และผลไม้ดองอีก 1 กระปุก

จากนั้น นายกฯเดินไปที่ซุ้มขายภาพ 3 มิติ เลือกชมภาพถ่ายอย่างสนใจ โดยซื้อภาพทั้งหมด 9 ภาพ ซึ่งแม่ค้าได้ขายที่ใส่มือถือด้วยและต้องการมอบให้เป็นของที่ระลึก แต่นายสมัคร กล่าวว่า ‘ไม่ขอรับไว้ เดี๋ยวถูกตีความอีกว่าของราคาเกิน 3,000 บาทหรือเปล่า ผมจะโดนตารางวันไหน ไม่รู้เลย’ ด้านแม่ค้า จึงตอบว่า ‘ขอให้สู้ๆ’

‘เลี้ยบ’ปรามคนให้ข่าวปรับครม. ยันเก้าอี้ไม่เกี่ยวโควต้า

ขณะที่นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้สรุปจำนวนตำแหน่งที่จะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในครั้งนี้ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการปรับใหญ่ ครม.ด้านเศรษฐกิจนั้น ก็ต้องรับฟังความเห็นจากบุคคลภายนอก เพราะอาจได้มุมมองอีกด้านหนึ่ง จากนั้นก็จะนำความคิดเห็นทั้งภายในและภายนอกมาพิจารณาร่วมกัน ทั้งนี้ การออกมาพูดเรื่องปรับครม.ต่อสาธารณะนั้น ยังไม่สมควร เพราะควรพูดคุยกันภายในก่อน

เมื่อถามว่า การปรับครม.จะต้องคำนึงถึงโควต้าหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องโควต้าไม่มีผล เพราะว่าเราอยากให้ ครม.ชุดใหม่มีความรู้ความสามารถ เพื่อแก้ปัญหาบ้านเมืองได้อย่างแท้จริง

พึ่งคิดได้เหรอ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง