สุชาติจับตา วิทยุชุมชน หมิ่นเบื้องสูงจับดำเนินคดี
October 28, 2008
“สุชาติ” เพิ่งตื่น สั่งทุกหน่วยงานตรวจสอบสื่อทุกแขนง โดยเฉพาะวิทยุชุมชน หากพบมีข้อความหมิ่นเบื้องสูงดำเนินการตามกฎหมายทันที ยืนยัน นปช.-พธม.หากมีการพาดพิงจับแน่ ส่วน “สุชาติ นาคบางไทร” ผู้ต้องหาหมิ่นเบื้องสูง ตร.ยังไร้น้ำยาหาตัวไม่เจอ
วันนี้ (28 ต.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.มีคำสั่งกำชับทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการกรณีหมิ่นเบื้องสูงว่า ได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการ โดยให้ตรวจสอบสื่อมวลชนทุกแขนง และกลุ่มบุคคลต่างๆ ที่ออกมาปราศรัย โดยเฉพาะวิทยุชุมชน ให้ศูนย์สืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาลจัดชุดเฝ้าระวัง หากพบมีข้อความหมิ่นเบื้องสูงจะดำเนินการตามกฎหมายทันที นอกจากนี้ ตำรวจยังได้แจ้งข้อมูลเบาะแสบางส่วนจากประชาชนอยู่แล้ว ส่วนนี้ยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินคดีต่อทุกกลุ่มบุคคลที่มีการพาดพิงหมิ่น เบื้องสูง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม นปช. หรือกลุ่มพันธมิตรฯ

พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนนายสุชาติ นาคบางไทร หนึ่งในผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงที่ถูกออกหมายจับและหลบหนีอยู่ประเทศ เพื่อนบ้านนั้น ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี ส่วนกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ออกมาส่งสัญญาณให้ทุกหน่วยงานดำเนินการต่อกลุ่มบุคคลที่หมิ่นเบื้อง สูงนั้นตนถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากกองทัพมีหน้าที่ปกป้องสถาบันฯ เมื่อมีกลุ่มบุคคลหมิ่นสถาบัน ทางกองทัพจึงอยู่เฉยไม่ได้ ในส่วนของตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ติดตามความเคลื่อนไหวตลอด เพราะตำรวจก็มีหน้าที่ต้องปกป้องสถาบันด้วยเช่นกัน
“ส่วนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช.ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันเสาร์ที่ 1 พ.ย.นี้ เชื่อว่า ไม่น่ามีปัญหา เพราะจากการข่าวยังไม่มีการเคลื่อนขบวนจึงไม่น่าจะมีเหตุรุนแรง โดยเบื้องต้น จัดกำลังจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 จำนวน 150 นาย ดูแลรักษาความปลอดภัยตามปกติ” พล.ต.ท.สุชาติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากมีการตั้งเต็นท์แจก “เหรียญกู้วิกฤตชาติ” ภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล บริเวณด้านหน้าเริ่มมีรถจักรยานยนต์รับจ้างมาคอยให้บริการ นอกจากนี้ยังมีบางส่วนนำสินค้ามาเดินเร่ขายด้านหน้า แต่ก็ยังคงมีประชาชนที่เดินทางมารับเหรียญเพียงบางตาเท่านั้น
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง Advertisingสมชายดูแลกรณีหมิ่นเบื้องสูงพร้อมดำเนินการทันที
October 28, 2008
สมชาย” ทำปากกล้าขาสั่น อ้างพร้อมจับตา “พี่เมีย” โฟนอินเข้าเวที นปช.1 พ.ย.นี้ หากพบทำผิดกฎหมายพร้อมดำเนินการทันที ยันพร้อมดูแลกรณีหมิ่นเบื้องสูงอยู่แล้ว แต่ไม่อยากให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ และไม่ควรดึงสถาบันมาเกี่ยวโยงการเมืองไม่ว่าฝ่ายใด
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว เมื่อเช้า (28 ต.ค.) ที่ผ่านมา กรณีการจัดการกัต่อผู้ที่หมิ่นสถาบันเบื้องสูงว่า รัฐบาลให้การดูแลกรณีการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่แล้ว โดยไม่ต้องการให้มีการวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้น และขอให้อยู่ในจิตสำนึกของทุกคน เพราะกรณีดังกล่าวมีผลกระทบทางจิตใจกับคนไทยทุกคน ซึ่งส่วนตัวได้มีการสั่งการในการดูแลอย่างเต็มที่อยู่แล้ว เนื่องจากไม่ควรดึงสถาบันมาเกี่ยวโยงกับการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด

สำหรับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังหลบหนีโทษอยู่ในประเทศอังกฤษจะโทรศัพท์มายังที่ชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่สนามรัชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ นายสมชาย กล่าวว่า ต้องจับตาการพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยระบุว่าหากใครทำผิดกฎหมายต้องดำเนินการ
ส่วนการทำบุญใหญ่ของประเทศนั้น นายสมชาย เปิดเผยว่า จะจัดขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคม เพราะถือว่าเป็นวันที่ดีที่สุด ส่วนการการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันนี้จะได้มอบนโยบายและรับฟังราย ละเอียดปัญหาในพื้นที่
อนึ่ง เช้าวันนี้ นายสมชายเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ท่าอากาศยานดอนเมือง ต่อมาในเวลา 10.00 น.ได้ขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปที่ จ.ปัตตานี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ร่วมกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี นับเป็นการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งแรกหลังรับตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีของนายสมชาย โดยจะมีวาระสำคัญในการดูแลรับฟังปัญหาในพื้นที่ และให้กำลังใจกำลังพล
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ม.ล.ปนัดดาเสนอถอนสัญชาติคนหมิ่นเบื้องสูง
October 28, 2008
“มหาดไทย” ตั้ง กก.พิเศษติดตามเอาผิดการหมิ่นเบื้องสูงทุกรูปแบบ “ม.ล.ปนัดดา” เผยได้ข้อมูลจำนวนมากแล้ว พบมีการจัดตั้งเป็นขบวนการเพื่อหมิ่นสถาบัน สร้างความเจ็บปวดให้คนไทย ติงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่าช้า คนพูดหมิ่นกลางสนามหลวงยังตามจับไม่ได้ เตรียมเสนอกรรมการสัญชาติ ถอนสัญชาติคนปากพล่อยพูดกับสื่อนอกดูหมิ่นบ้านเมืองตัวเอง
ในช่วงเย็นวันที่ 27 ต.ค.ที่กระทรวงมหาดไทย นายพีรพล ไตรทศาวิทย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เรียกพบ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทยฝ่ายข้าราชการประจำ เพื่อหารือข้อราชการ หลังจากนายพีรพลไปร่วมประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ดอนเมือง

จากนั้น ม.ล.ปนัดดา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า กระทรวงมหาดไทยจะมีการตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อพิจารณา สอบสวนและเอาผิดผู้เกี่ยวข้องกับการหมิ่นสถาบันทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ การปราศรัย การจัดทำเว็บไซต์จาบจ้วงสถาบัน เนื่องจาก ขณะนี้กระทรวงมาหาดไทยได้รับข้อมูลจำนวนมากทั้งจากที่ประชาชนร้องเรียนมายัง กระทรวงและข้อมูลที่กระทรวงมีอยู่จากการข่าว รวมถึงข้อมูลที่ได้รับจากกองปราบปรามและกระทรวงไอซีที ซึ่งพบว่าเวลานี้มีขบวนการจัดตั้งเพื่อหมิ่นสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นการพูดในเชิงไม่เหมาะสม โดยพาดพิงถึงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ซึ่งประทับอยู่ในคนไทยทั้งชาติมาเป็นระยะยาวนาน อันเป็นการกระทำที่สร้างความเจ็บปวดให้กับคนไทยทั้งชาติ ดังนั้นต้องมีการดำเนินการเอาผิดกับเหล่าบุคคลเหล่านี้อย่างเด็ดขาด
“การดำเนินการเรื่องนี้ ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมามีความล่าช้า เรื่องนี้หน่วยงานทีเกี่ยวข้องไม่ว่าเป็นกระทรวง ไอซีที กองปราบปราม และกระทรวงมหาดไทย หากจะใช้กระบวนการตามกฎหมายปกติคงไม่ทันการ เห็นได้จากคนที่ไปปราศรัยพาดพิงสถาบันที่ท้องสนามหลวง ซึ่งยังไม่สามารถเอาตัวมาลงโทษได้ ที่ผ่านมาการตรวจสอบคนที่จวบจ้วงสถาบันที่กระทำการจัดทำเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน ซึ่งเรามีข้อมูลว่ามีจำนวนมาก
หรือการโพสต์แสดงความคิดเห็นด้วยข้อความไม่เหมาะสม ก็ไม่เข้าใจทำไมไม่มีการตรวจสอบ ทั้งที่ปัจจุบันสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ที่โพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันเป็นใคร เพราะมีกฎหมายออกมาแล้ว ข้าราชการมหาดไทยไม่ยอมเรื่องนี้ ถามว่าคนที่พูดจาพาดพิงสถาบันตอนนี้เขาเป็นคนไทยหรือเปล่า ขนาดคนต่างด้าวยังรักเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน แต่คนพวกนี้ทำแบบนี้ได้อย่างไร อย่างวิทยุชุมชนที่มีการพาดพิง กรมประชาสัมพันธ์ต้องจัดการเด็ดขาด อย่าให้มีวิทยุชุมชนแบบนี้นอกคอก อย่าทำเรื่องไม่เหมาะสม” ม.ล.ปนัดดากล่าว
ม.ล.ปนัดดา กล่าวต่อว่า ที่มีบางฝ่ายกล่าวโจมตี จาบจ้วงเบื้องสูงอย่างโจ่งแจ้งว่า ฟังข่าวทีไร มันเจ็บปวด เป็นพลเมืองไทยในยุคนี้ในยุคโลกาภิวัตน์ บอกครอบครัวและเพื่อนร่วมชาติว่า ความอดทนมีขีดจำกัด เมื่อทนไม่ไหว บางสิ่งบางอย่างจะต้องเกิดขึ้น คนไทยไม่เคยแบ่งแยกพูดจาอะไรเช่นนี้ อย่างนี้ชัดเจน งานข่าวกรองก็บอกว่ามีคนสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง พูดหยาบคายแม้กระทั่งที่ท้องสนามหลวง พูดกับสื่อมวลชนต่างประเทศลบหลู่ดูหมิ่นประวัติศาสตร์ชาติบ้านเมืองตนเอง อยากถามว่าหัวใจเขาทำด้วยอะไร เป็นคนไทยหรือเปล่า คณะกรรมการสัญชาติอาจต้องพิจารณาถอนสัญชาติคนเหล่านี้ ซึ่งมีเพียงไม่กี่คน หรือไม่ก็กำหนดหลักสูตรเป็นแบบ Intensive Training อย่างกับโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ดัดนิสัยไม่ได้ก็ไม่ปล่อย ข้อนี้ละเลยไม่ได้ เพราะถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็ถือเป็นแบบอย่างที่เลว เด็กจะเลียนแบบ โดยสรุป เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำให้กฎหมายบ้านเมืองมีความศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏข้อความใดบนเว็บไซต์อันเป็นการทำร้ายจิตใจคนไทย ต้องเร่งดำเนินการทางกฎหมายทันที ร่วมกับฝ่ายตุลาการ เพราะทุกสิ่งที่ข้าราชการทำไว้ย่อมถือเป็นแบบอย่างแก่คนรุ่นต่อๆ ไป ไม่ใช่หยุดไว้เพียงแค่คนรุ่นตนเสียที่ไหน
กอ.รมน.ตั้ง กก.ติดตามขบวนการหมิ่นฯ
มีรายงานว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการติดตามการกระทำอันเป็นการละเมิดสถาบันและหมิ่นพระ บรมเดชานุภาพ ในสื่อทุกประเภท รวมทั้งพฤติกรรมที่ส่อไปในทางบ่อนทำลายสถาบัน ให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรอง ผอ.รมน.เป็นประธาน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการ เพื่อติดตามผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิดมาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อไม่ ให้กระบวนการบ่อนทำลายสถาบันขยายวงกว้างไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการเข้ายึดอำนาจของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ กองทัพบกได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 1 จัดตั้ง ฉก.6080 เพื่อดำเนินการติดตามขบวนการละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งการเผยแพร่ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่ออื่นๆ เพื่อยับยั้งการดำเนินการดังกล่าวไม่ให้ขยายตัวไปมากกว่านี้ โดยกองทัพบกจะปรับ ฉก.6080 รองรับการการปฏิบัติงานตามคำสั่งดังกล่าว เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพ
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ปลัด มท.ออกหนังสือเวียนสั่งผู้ว่าฯ ตรวจสอบแก๊งหมิ่นเบื้องสูง
October 27, 2008
ปลัด มท.ออกหนังสือเวียนกำชับผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ตรวจสอบการกระทำที่เข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง ย้ำหากพบในพื้นที่ใดจะดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด รับเบื้องต้นได้รับรายงานมีบางจังหวัดที่เข้าข่ายหมิ่น โดยจะติดตามตรวจสอบตามสถานีวิทยุชุมชนเป็นหลัก
วันนี้ (27 ต.ค.) นายพีรพล ไตรทศาวิทย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้มีการออกหนังสือเวียนกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ตรวจสอบแล้ว โดยหากพบว่าเขตพื้นที่มีการกระทำในลักษณะดังกล่าวก็จะดำเนินการทางกฎหมาย ขั้นเด็ดขาดทันที แต่เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานว่ามีภาคใดบ้าง เพียงแต่ได้รับรายงานเป็นบางจังหวัดเท่านั้นที่เข้าข่าย
ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังได้กล่าวถึงวิธีการตรวจสอบการกระทำในลักษณะดัง กล่าวว่า เบื้องต้นจะมีการติดตามทางสถานีวิทยุชุมชนเป็นหลัก
ทั้งนี้ เมื่อวานที่ผ่านมา (26 ต.ค.) กองทัพได้ออกมากำชับทุกหน่วยงานประสานตำรวจจัดการอย่างเฉียบขาดกับบุคคลที่ มีพฤติกรรมหมิ่นสถาบันเบื้องสูงอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย รวมทั้งออกมาเตือนกระทรวงเทคโนโลยีฯ เร่งจัดการเว็บไซต์จาบจ้วงสถาบันด้วย
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ผบ.ทบ.สั่งกองทัพคุมเข้ม กลุ่มคนมีพฤติกรรมหมิ่นเบื้องสูง
October 27, 2008
” ผบ.ทบ.”สั่งกองทัพคุมเข้ม กลุ่มคนมีพฤติกรรมหมิ่นเบื้องสูง หากพบดำเนินเฉียบขาด โฆษก ทบ.ระบุสถาบันไม่เลือกข้าง ทรงเมตตาทุกหมู่เหล่า อย่าดึงเกี่ยวกับการเมือง วอนทุกฝ่ายช่วยปกป้อง กองทัพเกาะติด”แม้ว”โฟนอิน กำชับทุกหน่วยพร้อมป้องกันเหตุ “จตุพร”ยัน”ทักษิณ”ต่อสายคนเสื้อแดง 1 พ.ย.แน่ เล่าชะตากรรมชีวิตต่างแดนหลังคำพิพากษาจำคุก พร้อมปลุกต้านรัฐประหาร
@ สมชายไปเชียงใหม่เจอทั้งต้าน-หนุน
นาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปปฏิบัติภารกิจ จ.เชียงใหม่ เจอทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นำมือตบกระพือไล่และกลุ่มเสื้อแดงสนับสนุนต้อนรับ ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 26 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชายไปเป็นประธานเปิดเชียงใหม่ ซู อควาเรียม หรือสถานแสดงสัตว์น้ำภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ มีนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายศรีเมือง เจริญศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายพายัพ ชินวัตร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนายคะแนน สุภา พ่อตานายเนวิน ชิดชอบ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย และประชาชนในพื้นที่ร่วมต้อนรับ
ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า ในช่วงที่นายสมชายเดินเข้าสวนสัตว์เชียงใหม่เพื่อเป็นประธานเปิดงานนั้น มีกลุ่มชาวบ้าน อ.สันกำแพง กว่า 100 คน พร้อมใจสวมเสื้อแดง ชูป้ายสนับสนุนการบริหารประเทศ บริเวณด้านหน้าทางเข้าและมีตัวแทนจำนวน 15 คน ตั้งแถวต้อนรับซึ่งนายสมชายทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และช่วงเดินทางกลับหลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายสมชายลงจากรถเข้าไปทักทายเด็กและผู้ปกครองที่มารอต้อนรับด้วยท่าทาง อารมณ์ดี แต่หลังเดินทางออกจากสวนสัตว์เชียงใหม่ มีกลุ่มพันธมิตรนำมือตบมาโบกสะบัดใส่ขบวนรถนายกรัฐมนตรีรวม 2 จุด บนถนนห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ จุดแรกบริเวณปากซอยฝั่งตรงข้ามร้านโบ๊ท มีกลุ่มพันธมิตรจำนวน 5 คน และบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย มีกลุ่มพันธมิตรจำนวน 8 คน
ต่อมาเวลา 10.50 น. นายสมชายไปเป็นประธานเปิดการแข่งขันคณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ 2008 ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อ.เมืองเชียงใหม่ มีนายศรีเมืองนำทีมเด็กเยาวชนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น 25 ประเทศ จากทั่วโลกกว่า 700 คน ต้อนรับ ส่วนที่บริเวณด้านหน้าโรงแรมมีกลุ่มเสื้อแดงจากกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 มารอต้อนรับด้วย โดยบางคนทำตัวเป็นการ์ดคอยตรวจสอบบุคคลที่เข้าโรงแรมอย่างละเอียด เกรงว่าจะมีกลุ่มพันธมิตรแฝงตัวเข้าไปก่อนเหตุความวุ่นวาย
@ ผบ.ทบ.สั่งคุมเข้ม”หมิ่นเบื้องสูง”
ส่วน กรณีที่มีกลุ่มบุคคลเผยแพร่ข้อความผ่านทางอินเตอร์เน็ต วิทยุชุมชนและใบปลิว โดยมีเนื้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูงนั้น วันเดียวกัน พ.อ. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหน้าที่ของทุกองค์กรทุกสถาบัน และคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันทุกฝ่าย ต้องช่วยกันเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นมา กองทัพก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ อยากให้คิดว่าปัจจุบันประเทศไทยมีความขัดแย้งทางความคิดค่อนข้างมาก แต่ละฝ่ายก็สามารถประคับประคองสถานการณ์ต่างๆ ให้สามารถไปได้ โดยไม่ให้มีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทำให้สังคมสามารถไปได้ จึงอยากให้ทุกฝ่าย ช่วยกันปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
“เรื่องนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งการกำชับให้หน่วยขึ้นตรงของกองทัพทุกหน่วย ไปดูแลพื้นที่ในความรับ ผิดชอบของตัวเองในแต่ละจังหวัด หากพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะที่หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้ประสาน งานกับตำรวจอย่างใกล้ชิดและดำเนินการอย่างเฉียบขาด ในส่วนของเว็บไซต์ต่างๆ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกัน โดยเฉพาะกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ส่วนหน้าที่จับกุมเป็นของตำรวจ แต่เราก็ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบไปให้ตำรวจแต่เพียงอย่างเดียว โดยเจ้าหน้าที่ทหารที่มีอยู่ในกองทัพภาค ทุกหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกทั่วประเทศไทย จะต้องช่วยกันสอดส่องดูแลในพื้นที่ รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรม วิทยุชุมชน การแจกจ่ายใบปลิว” พ.อ.สรรเสริญกล่าว
@ ชี้ทรงร่วมงาน”โบว์”ถูกโยงการเมือง
ผู้ สื่อข่าวถามว่า ได้ประเมินถึงจุดประสงค์ของ ผู้ที่ดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า คงเนื่องมาจากหลายๆ ส่วน ซึ่งพระองค์อยู่เหนือความขัดแย้งทั้งทางด้านความคิดและการเมือง ฉะนั้น สิ่งที่ดีที่สุด คืออย่าพยายามแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและทำให้คนในสังคมเข้าใจว่า พระองค์ท่านมีความคิดทางการเมืองอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ ถูกต้อง เพราะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของคนไทยทั้ง 63 ล้านคน เหมือนที่ ผบ.ทบ.ได้เคยพูดเอา ไว้ว่า อย่าพยายามไปแบ่งว่า พระองค์ทรงเป็น พระมหากษัตริย์ของคนส่วนใดส่วนหนึ่ง มันไม่ถูกต้อง และจากส่วนนี้เอง ทำให้บางส่วนออกมา วิพากษ์วิจารณ์ออกมาโจมตีหมิ่นเหม่
“อยากให้ ย้อนไปในอดีตที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ท่านทรงมีเมตตา กับพสกนิกรคนไทยทุกหมู่เหล่า โดยไม่เลือกเพศ ไม่เลือกชนชั้น ไม่เลือกอายุ ไม่เลือกวัย ดูตัวอย่างเช่น คริส เบญจกุล ปู่เย็น คุณครูจูหลิง ผู้กองแขก ผู้หมวดตี้ ที่พระองค์ทรงช่วยเหลือน้องโบว์ (น.ส. อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ กลุ่มพันธมิตร ซึ่งเสีย ชีวิตจากเหตุการณ์สลายผู้ชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา) ก็เป็นหนึ่งในนั้น บังเอิญว่าน้องโบว์มาเกี่ยวข้องในเรื่องทางการเมืองก็เลยโยงใยและสร้างความ เข้าใจที่ไม่ถูกต้อง อยากให้ทุกคนพิจารณาให้รอบคอบว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ช่วยให้บ้านเมืองพ้น จากวิกฤตการณ์ต่างๆ” พ.อ. สรรเสริญกล่าว
ที่มา มติชน
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง