อาจารย์ มธ.บังคับศิษย์สาว อมนกเขา
July 16, 2008
คดีอาจารย์ มธ.บังคับศิษย์สาว “อมนกเขา” ถูกปลดออกแล้ว โดยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยผลการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงกรณี นายกำธร เชิดชูเกียรติ ตำแหน่งอาจารย์ สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มีพฤติกรรมอนาจารต่อนักศึกษาหญิงคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยให้นักศึกษาอมนกเขาเพื่อแลกกับเกรด ว่า กรณีดังกล่าวมหาวิทยาลัยได้มีคำสั่งให้นายกำธรออกจากราชการไว้ก่อนตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 2551 และตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง ซึ่งเปิดโอกาสให้นายกำธรนำพยานหลักฐาน เอกสารต่างๆมาแก้ข้อกล่าวหา แต่นายกำธรส่งหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์ อักษรเท่านั้น ซึ่งผลจากการสอบสวนทั้งนายกำธรและนักศึกษาที่เสียหาย คณะกรรมการสอบสวนฯ ได้สรุปความเห็นว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นสิ่งที่บุคคลที่อยู่ในฐานะอาจารย์ไม่ควรประพฤติ เป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง จึงเสนอโทษให้ปลดออกจากราชการ โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 2551 เป็นต้นไป
นายสุรพลกล่าวต่อว่า โทษของวินัยร้ายแรงสูงสุดคือ ไล่ออก รองลงมาคือ ปลดออก ซึ่งสาเหตุที่คณะกรรมการสอบสวนฯ ไม่ได้เสนอโทษไล่ออก เนื่องจากทางคณะกรรมการสอบสวนฯ ไม่มีพยานหลักฐานที่เป็นพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ หรือพยานวัตถุ คือ เทปบันทึกภาพและเสียงจากพนักงานสอบสวนที่จะมาเป็นพยานหลักฐานได้ แต่จากพฤติกรรมของนายกำธร ก็ถือว่าทำให้เกิดความเสียหายต่อมหาวิทยาลัย และจรรยาบรรณวิชาชีพอาจารย์แล้ว ทั้งนี้ กรณีปลดออกนั้น ตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547 จะห้ามมิให้ส่วนราชการใดรับกลับเข้ารับราชการได้อีก
“ผมในนามของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอโทษต่อสังคมไทยอีกครั้ง ที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นในสถาบันการศึกษาที่เก่าแก่ และขอรับรองต่อสังคมไทยในการดูแล ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ทั้งนี้ มธ.กำลังทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับจรรยาบรรณของบุคลากร มธ. ซึ่งระบุว่า การล่วงละเมิดทางเพศหรือมีความสัมพันธ์ทางเพศกับนักศึกษา เป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณร้ายแรงและเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรง ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยในสัปดาห์หน้า” นายสุรพลกล่าว
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง Advertisingเผย มี อจ.หญิงฉาว โดนนศ.ร้อง
July 11, 2008
เลขาฯ กกอ.เผยขณะนี้จับตาดูอยู่ 4 เรื่องมีความผิดชัดเจน ชื่นชม นศหญิงที่กล้าหาหลักฐานมัดตัวอาจารย์ ด้าน ม. อุบลฯ ล้อมคอก จัดห้องทำงานอาจารย์ให้โล่งขึ้น
คดี ผศ.จักรฤทธิ์ อุทโธ อาจารย์ประจำภาควิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กระทำอนาจาร น.ส.เฟิร์น (นามสมมติ) นักศึกษาปี 3 และขอร่วมหลับนอนเพื่อแลกกับการให้เกรดการเรียนบางวิชา และ น.ส. เฟิร์นเข้าแจ้งความ ทำให้หลายฝ่ายออกมาให้กำลังใจนักศึกษาสาวให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเช้าวันที่ 10 ก.ค. ที่รัฐสภาภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร นายประกอบ รัตนพันธ์ โฆษกคณะกรรมาธิการการศึกษาฯ แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องปัญหาคุณธรรมและจริยธรรมของนายจักรฤทธิ์ อุทโธ โดยเชิญนายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ กกอ. นายประกอบ วิโรจน์กูฎ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี น.ส.อินทิรา ซาฮี คณบดีคณะศิลปศาสตร์ และนายขจร จิตสุขุมมงคล นิติกร 8 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เข้าชี้แจง
นายประกอบเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยฯ ให้ข้อมูลว่า ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับนายจักรฤทธิ์ และได้ปรับปรุงห้องทำงานของอาจารย์ทั้งหมดให้โล่งแจ้ง และให้นักศึกษาที่มีความประสงค์จะเข้าพบอาจารย์ต้องไปเป็นกลุ่ม สำหรับประวัติส่วนตัวของนายจักรฤทธิ์เป็นคนเรียนดีและชอบทำกิจกรรม ทำให้มีนักศึกษาบางกลุ่มชอบการทำงาน ก่อนหน้านี้มีข่าวลือกับนักศึกษาชาย แต่ระยะหลังเป็นนักศึกษาหญิง
โฆษกคณะกรรมาธิการการศึกษาฯ เผยอีกว่า เมื่อปี 2546 เคยมีพฤติกรรมลักษณะเดียวกันโดยมหาวิทยาลัยฯ ลงโทษภาคทัณฑ์และตัดเงินเดือน และจับตาดูพฤติกรรมมาตลอด เพราะเกรงจะเกิดขึ้นอีก มหาวิทยาลัยมีความกังวลอย่างมาก โดยผู้บริหารมหาวิทยาลัยระบุว่า คนที่เป็นอาจารย์จะต้องมีจริยธรรม คุณธรรมสูง อาจารย์จะต้องขีดเส้นของตัวเองไว้ แม้ว่านักศึกษาจะวางแผนหรือแต่งตัวหมิ่นเหม่อย่างไร คณะกรรมาธิการฯจะรอผลการสอบสวนวินัยและการดำเนินคดีอาญา ถ้าเป็นที่พอใจคงไม่ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลอีก
ส่วนนายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ กกอ.เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎรเชิญตน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปให้รายละเอียด ในเชิงมาตรการของเรื่องที่เกิดขึ้นว่าจะดำเนินการอย่างไร และได้ไปให้รายละเอียดต่อคณะกรรมาธิการการศึกษาวุฒิสภาด้วย ต่อไปนี้ กกอ. จะต้องดูแลนักศึกษามากยิ่งขึ้น ส่วนอาจารย์จะต้องอยู่ในระเบียบวินัย ยอมรับว่าเรื่องร้องเรียนระหว่างอาจารย์กับนักศึกษามีมาก ไม่ใช่ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีแห่งเดียว
เลขาธิการ กกอ.กล่าวต่อไปว่า ต้องขอชมเชยนักศึกษาที่กล้าหาหลักฐานมัดตัวอาจารย์ที่ขอมีความสัมพันธ์เพื่อแลกเกรด ได้กำชับการสอบสวนทางวินัยต้องโปร่งใส เพราะหลักฐานชัดเจน หากคณะกรรมการกล้าปกป้องกัน ตนจะตั้งคณะกรรมการจาก กกอ.สอบสวนคณะกรรมการชุดนี้เอง
“ตั้งแต่ กกอ. เปิดเว็บไซต์รับเรื่องร้องเรียน ก็มีการแจ้งเข้ามามาก ขณะนี้มีอยู่ 4 เรื่องที่มีความผิดชัดเจน และไม่ใช่ว่าจะมีแต่อาจารย์ชายที่ถูกร้องเรียน เพราะมีอยู่รายหนึ่งที่ผู้ถูกร้องเรียนเป็นอาจารย์ ผู้หญิง” นายสุเมธกล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.ประทีป กิจจะวัฒนะ รอง ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี พร้อมด้วยคณะกรรมการสอบสวน สอบปากคำพยาน อาทิ มารดาของ น.ส.เฟิร์น และนายตำรวจที่ร่วมกันวางแผนให้ น.ส.เฟิร์นหาหลักฐานมัดตัวนายจักรฤทธิ์จนได้ภาพสำคัญ เพื่อเร่งทำคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วเนื่องจากเป็นที่สนใจของสังคม
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องแอบถ่ายผู้ช่วยศาสตราจารย์ฉาว
July 1, 2008
มาอีกแล้วข่าว ของอาจารย์กับลูกศิษย์ เป็นถึง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เลวจริงๆ
พอเหยื่อปฏิเสธกลับกลั่นแกล้งปรับเกรดต่ำกว่าทุกคน ภายหลังพยายามเลี่ยงไม่เรียนวิชาที่อาจารย์ฉาวสอน แต่กลับไม่พ้นต้องมาเจออีก มักสั่งให้ไปพบที่ห้องพัก แล้วฉวยโอกาสลวนลาม เคยนำเรื่องไปแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาแต่ถูกเมิน สุดทนเลยหารือกับ ตร.วางแผนติดกล้องกับเทปบันทึกเสียง
เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 29 มิ.ย. พ.ต.ต.รักเกียรติ แย้มบางยาง พนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี รับแจ้งจาก น.ส.เฟิร์น (นามสมมติ) อายุ 21 ปี อยู่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เป็นนักศึกษาปีที่ 3 คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ว่า ขอให้ดำเนินคดีกับ ผศ.จักรฤทธิ์ อุทโธ อายุ 41 ปี อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดียวกัน ในข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ

ทั้งนี้ น.ส.เฟิร์นให้รายละเอียดว่า ภาคเรียนก่อนหน้านี้เคยเรียนวิชาที่ ผศ.จักรฤทธิ์ เป็นผู้สอน ภายหลัง ผศ.จักรฤทธิ์ ได้ขอเบอร์โทรศัพท์มือถือไป ตอนแรกไม่ได้คิดอะไร เพราะเข้าใจว่าอาจารย์คงขอไปเพื่อความสะดวกในการติดต่อเรื่องการเรียนการสอนแบบอาจารย์กับลูกศิษย์ตามปกติทั่วไป แต่เรื่องกลับตรงกันข้ามเมื่อ ผศ.จักรฤทธิ์ได้โทรศัพท์มาหาพูดจาแทะโลมไม่เว้นแต่ละวัน รวมทั้งชวนไปกินข้าว ชวนไปเที่ยว แต่ไม่เคยรับปากและบ่ายเบี่ยงตลอดมา พอปฏิเสธไปกลับถูก ผศ.จักรฤทธิ์ ข่มขู่ว่าหากไม่ให้ความร่วมมือให้ระวังเรื่องเกรดในวิชาที่เรียนอาจจะมีปัญหา สุดท้ายวิชาดังกล่าวเพื่อนที่เรียนด้วยกันได้เกรดเอหมดยกเว้นตนได้เกรดต่ำกว่าเพื่อน
นักศึกษาสาวเหยื่ออัพเกรด กล่าวอีกว่า กระทั่งมาภาคเรียนปัจจุบัน ตนพยายามหลีกเลี่ยง ไม่เลือกเรียนวิชาเลือกที่ ผศ.จักรฤทธิ์เป็นผู้สอน แต่ก็หนีไม่พ้นต้องเรียนวิชาที่ ผศ.จักรฤทธิ์สอนอีกจนได้ และก็ถูกอาจารย์พยายามแทะโลม และลวนลามทุกครั้งที่มีโอกาส จนทนไม่ไหวนำเรื่องไปหารือกับอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาก็ได้แต่บอกให้ระวังตัวเอง ไม่สามารถดำเนินการอะไรกับอาจารย์คนนี้ได้ ถึงแม้ว่าจะมีบรรดานักศึกษาพูดจากันหนาหูว่ามีนักศึกษาหลายรายต้องพลีกายให้กับอาจารย์คนนี้เพื่อแลกกับเกรด ซึ่งมีทั้งนักศึกษาหญิงและนักศึกษาชายที่หน้าตาดี
“เมื่อหาทางออกไม่ได้ จึงไปปรึกษากับนายตำรวจคนหนึ่ง วางแผนให้ติดอุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงติดตัวไปทุกครั้ง หาก ผศ.จักรฤทธิ์นัดหมายให้เข้าไปพบที่ห้องพักอาจารย์ ชั้น 3 อาคารคณะศิลปศาสตร์ เพราะเชื่อว่าต้องถูกลวนลามอย่างแน่นอน และทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด เมื่อ ผศ.จักรฤทธิ์ได้นัดให้ไปพบที่ห้องพักอาจารย์ หนูจึงติดอุปกรณ์ถ่ายภาพและเสียงไว้ตามแผน เมื่อไปในห้องพักก็ถูก ผศ.จักรฤทธิ์เข้ามาลวนลาม โอบกอด แถมยังขอทำอะไรมากกว่านั้นในห้องพัก แต่หนูพยายามบ่ายเบี่ยงเอาตัวรอด ขอผลัดไว้เป็นวันหลัง โดยบอกว่ามีเพื่อนมารออยู่ชั้นล่าง อาจารย์ก็ยินยอม แต่ขอจูบมัดจำโดยหอมแก้มหนึ่งครั้ง เมื่อได้หลักฐานแล้วหนูจึงมาแจ้งความดำเนินคดี” น.ส.เฟิร์นกล่าว
หลังการแจ้งความ น.ส.เฟิร์น เปิดเผยอีกครั้งว่า หลังการแจ้งความรู้ดีว่าจะต้องได้รับแรงกดดันจากทางมหาวิทยาลัยอย่างไรบ้าง แต่ขอยืนยันว่าเรื่องราวลักษณะนี้เกิดขึ้นมานานแล้วกับนักศึกษาหลายคนหลายรุ่น ทั้งที่เต็มใจและไม่เต็มใจ ตนจำเป็นต้องกล้าทำและกล้าแจ้งความเพื่อกระชากโฉมหน้าที่แท้จริงของอาจารย์คนนี้ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง และปกป้องไม่ให้นักศึกษาคนอื่นต้องมาเสี่ยงภัยกับอาจารย์ที่ไร้คุณธรรมเช่นนี้
ทางด้าน พ.ต.ต.รักเกียรติเปิดเผยว่า เมื่อมีผู้เสียหายมาแจ้งความทางพนักงานสอบสวนจะทำหนังสือส่งไปยังอธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีให้ส่งตัว ผศ.จักรฤทธิ์ มารับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำในฐานะที่เป็นข้าราชการ หากยังไม่มาคงต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์มือถือของ ผศ.จักรฤทธิ์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่ยอมรับสาย พอโทร.ไปอีกครั้งปรากฏว่าปิดเครื่องไปแล้ว จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ผศ.มนูญ ศรีพิพัฒน์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาอาจารย์คนนี้มีหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมหลายครั้ง แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะผู้ร้องเรียนไม่ลงชื่อจริง แต่ครั้งนี้มีนักศึกษาถูกกระทำและมีการแจ้งความพนักงานสอบสวน ทางผู้บริหารคงนิ่งเฉยไม่ได้ ต้องตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงอย่างเร่งด่วน และจะไม่มีการปกป้องคนผิดอย่างเด็ดขาด
ม.อุบลฯจ่อไล่ออก ผศ.หื่นลวนลามน.ศ.สาว
วันนี้ (30 มิ.ย.) ศ.ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวถึงความคืบหน้าคดี ผศ.จักรฤทธิ์ อุทโธ อายุ 41 ปี อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ กระทำอนาจารนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภายในห้องพักครู ว่า ล่าสุดได้สั่งพักราชการผศ.จักฤทธิ์แล้ว และสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่ง ผศ.จักรฤทธิ์เคยถูกภาคทัณฑ์มาแล้ว 1 ครั้ง เนื่องจากก่อเหตุลวนลามนักศึกษาและภรรยาได้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้ตั้งกรรมาการมาสอบสวนและผศ.จักรฤทธิ์ก็ยอมรับสารภาพ จึงลงโทษภาคทัณฑ์
ศ.ดร.ประกอบ กล่าวต่อว่า มาครั้งนี้ก็ยังมาก่อเหตุอีก ซึ่งตามกฎ คือ ไล่ออก โดยจากนี้ทางคณะกรรมการชุดสอบสวนจะพิจารณาโทษตามกฎของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวนั้น เคยถูกร้องเรียนจากนักศึกษามาแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันเอาผิดได้ จนนักศึกษาทนไม่ไหวไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำกล้องวิดีโอสามารถบันทึภาพอาจารย์ลวนลามได้อย่างชัดเจน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำหนังสือประสานงานไปยังมหาวิทยาลัย เพื่อให้นำตัวผศ.จักรฤทธิ์มาสอบปากคำและแจ้งข้อหากระทำอนาจาร ทั้งนี้ หากผศ.จักรฤทธิ์ไม่มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินการออกหมายจับตามขั้นตอนกฎหมาย เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันชัดเจน.
ข่าว : เดลินิวส์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง