“ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รับถนัดบทพระเอกแนวตลก เพราะเป็นตัวเองที่สุด เผยปีหน้าเตรียมผลิตรายการท่องเที่ยวป้อนบริษัทอาร์เอส

พลิก บทบาทมาเล่นภาพยนตร์เรื่อง “ซุปเปอร์แหบ-แสบ-สะบัด” ต้องรับบทเป็นนักร้องซูเปอร์สตาร์ แต่ว่าเสียงแหบ งานนี้ “ฟิล์ม” รัฐภูมิ ออกตัวว่าไม่ง่ายเลย แถมยังไม่กล้าคาดหวังอะไรด้วย เมื่อเจอหน้าพ่อหนุ่มเลยถามถึงเรื่องนี้ได้ความ

“จริงๆ ผมหวังทุกเรื่อง อย่างแรกอยากให้เขารักหนังของเรา ดูแล้วอยากให้เขายิ้ม อยากให้เขามีความสุข อย่างที่สอง คือเรื่องของรายได้ เพื่อเป็นกำลังใจกับนักแสดง และทีมงานทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดหลายเดือน” ฟิล์มแจกแจง

เมื่อ ถาม ว่าหนังเรื่องนี้จะเรียกความเป็นซูเปอร์สตาร์คืนมาหรือเปล่า ฟิล์ม ตอบว่า ตั้งแต่วันแรกที่เข้าวงการจนถึงวันนี้ ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป ทำงานเยอะเหมือนเดิม และยังคงผลิตผลงานออกมาเรื่อยๆ แต่ที่รับเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะต้องการที่จะเปลี่ยนคาแรกเตอร์ตัวเอง ซึ่งได้บอกผู้ใหญ่ไว้นานแล้ว ว่าถนัดแนวตลก กระทั่งได้มาเล่นในเรื่องนี้

ถามถึงแผนงานปีหน้า นักร้องหนุ่มคนเดิม เผยให้ฟังว่า

” ผมกำลังจะมีรายการทีวี รายการใหม่ ผมเป็นผู้ผลิตร่วมกับพี่ชาย ชื่อว่ารายการ “ชิวเอ้าว์” ทางช่อง 5 ออกทุกวันหยุด เวลาบ่าย 14.10-15.05 น. เป็นรายการท่องเที่ยวไปทั่วโลกที่มีประโยชน์ สร้างสรรค์และช่วยเหลือสังคม แต่ยังมีอาร์เอสช่วยดูแลเหมือนเดิม รายการนี้เน้นการทำกิจกรรม ผมต้องเดินทางไปต่างประเทศทั้งหมด 6 ประเทศในปีหน้า

ผมอยู่อาร์เอสมานานแล้ว ทำงานเบื้องหลังแบบไม่ออกหน้าออกตา ผลิตรายการให้กับอาร์เอสมาตลอด แต่ว่าตอนนี้เห็นว่าพร้อมและเริ่มโตแล้วด้วยก็เลยเริ่มเปิดตัว” ฟิล์มกล่าวสรุป

ที่มา คมชัดลึก

  • Comments Off
  • “กั๊ก เล้าโลม” รับมิวสิควิดีโอเพลง “เรียนผูกไม่เรียนแก้” เหมือนกับมิวสิควิดีโอของเพลงเกาหลีจริง บอกตนเองไม่มีส่วนรับผิดชอบในการสร้างสรรค์ ส่วนเรื่องการฟ้องร้องเจ้าตัวเชื่อยังเป็นแค่ข่าวลือเพื่อสร้างกระแส

    ทำเอาแฟนเพลงศิลปินแดนโสมรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันทีสำหรับค่ายเพลง ไทยอย่างบริษัท อาร์เอส จำกัด หลังปล่อยมิวสิค วิดีโอ เพลง “เรียนผูกไม่เรียนแก้” ของ “เล้าโลม” ศิลปินในสังกัดออกมาเนื่องด้วยทั้งเรื่องราวและภาพที่ปรากฏในมิวสิควิดีโอ ที่ว่านี้เหมือนกันเป๊ะกับมิวิสิควิดีโอเพลง “Im sorry” ของ “Gummy” สังกัด “วายจี เอนเตอร์เทนเมนต์” ชนิดเพียงแต่เปลี่ยนตัวนักแสดงเท่านั้น

    นอกจากนี้ยังปรากฏเป็นข่าวออกมาทางหน้าเว็บไซต์บางเว็บไซต์ด้วยว่า ทางต้นสังกัดของ “Gummy” อย่าง “วายจี เอนเตอร์เทนเมนต์” ที่มีศิลปินในสังกัดอาทิ BigBang,Seven ฯ ได้เตรียมหลักฐานเพื่อที่จะทำการฟ้องร้องบ.อาร์เอสผ่านทาง บ.แกรมมี่ฯ ในฐานะของพันธมิตรเป็นจำนวนที่สูงถึง 300 ล้านบาทเลยทีเดียว

    อย่างไรก็ตามในเรื่องของการฟ้องร้องกันนั้น เมื่อสอบถามไปยังบ.แกรมมี่ฯ แหล่งข่าวคนหนึ่งเผยว่ายังไม่ได้รับการติดต่อมาจากทางเกาหลีแต่อย่างใด ขณะที่ทางฟากของอาร์เอสฯ ก็บอกว่ายังไม่ได้รับเรื่องเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวเช่นกัน

    สำหรับในส่วนของเนื้อหาและภาพของมิวสิควิดีโอของเพลง “เรียนผูกไม่เรียนแก้” ที่ เหมือนกันเป๊ะกับ “Im sorry” นั้นเป็นเรื่องของหนุ่มนักบิดคนหนึ่งที่จู่ๆ แฟนสาวที่รักกันมากก็มาหนีจากไป ทิ้งไว้เพียงรูปถ่ายของสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นเหตุให้ทำให้พระเอกต้องตามหาสถานที่แห่งนั้น

    เมื่อตามหาสถานที่ดังกล่าวเจอ เขาก็ได้รู้ว่าแฟนสาวของเขาเสียชีวิตไปแล้ว และเขาก็ได้รู้ว่าเหตุที่เธอต้องจำใจทิ้งเขาไปก็เพราะเธอป่วย และรู้ดีว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนั่นเอง

    สอบถามความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ไปยังหนุ่ม “กั๊ก” นักร้องนำวง “เล้าโลม” เจ้าตัวเผยว่าทั้งตนและเพื่อนในวงไม่ได้มีส่วนที่จะไปรับผิดชอบในเรื่องของ การคิดพล็อตเรื่องแต่อย่างใด…“ผมก็บอกตรงๆว่า มันได้เกิดจากตัวพวกผมเอง ไม่ได้เกิดจากว่าเราไปคิดพล็อตเรื่องแล้วเราเล่นเอง”

    “สิ่งที่ผมรับผิดชอบเป็นเรื่องของลายเซ็นมากกว่า เป็นเรื่องของแบนด์เรามากกว่า แต่ในเรื่องของภาพที่มันไปเหมือนหรืออะไรตรงนั้น ก็อาจจะเป็นที่ทางผู้ใหญ่ หรือ ไดเร็กเตอร์ การที่ครีเอทีฟของผมเป็นคนทำมา คือผมก็ไม่ได้ถึงกับตัดสินได้ว่า เราจะเอาอันนี้นะ ผมทำออกมาก็จะต้องไปกองไว้ก่อน และเขาก็จะต้องตัดสินว่าจะใช้อันไหน มันก็เป็นเรื่องของทางผู้ใหญ่”

    “ผมก็ทำในสิ่งที่ผมทำอยู่ เรารักร็อกเราก็ทำร็อก เราไม่เคยฟังเกาหลี เราจะไปเป็นเกาหลีได้ไง มันก็มีทั้งแง่บวกแง่ลบ ก็คือว่าเราก็ทำตรงนี้ให้ดีไปก่อน และเรื่องที่ว่ามันจะไปเกาหลีไหม กั๊กจะไปร้องเพลงเกาหลีไหม หรือว่ากั๊กจะออกเดี่ยวเป็นบอยแบนด์ไหม หรือว่าเอ็มวีมันจะไปซ้ำอะไรยังไง ผมว่ามันก็ต้องมีอยู่แล้วครับ”

    เจ้าตัวยอมรับหลังดูมิวสิควิดีโอแล้วต้องบอกว่าเหมือนกันจริงๆ…“เอ็มวี หรือครับ ผมดูแล้ว แต่ผมก็ดูแต่หน้าตัวเอง ผมก็จะไม่ได้ดูอะไรในเรื่องของพระเอกนางเอก แต่คือว่าเราได้แค่ดู เพราะว่าเราไม่มีสิทธิ์จะตัดสินใจอะไร เราก็เป็นแค่ศิลปินที่เผยแพร่ เราไม่ได้เป็นคนที่จะบอกว่าผมจะตัดออกนะ ผมจะเอาอันนี้เข้านะ ผมจะใส่อันนี้ได้ไหม”

    “ส่วนทางด้านเอ็มวีของทางเกาหลีผมก็ดูแล้ว ได้ดูทั้งสองฝั่งแล้ว มันก็ค่อนข้างชัดเจน คือ มันก็เหมือนเลยแหละ แต่มันจะเหมือนทางนักแสดงมากกว่า มันไม่ได้เหมือนในตัวของผม ตัวของผมก็ยังเป็นตัวของผม เล้าโลมก็คือเล้าโลม ผมก็รู้สึกว่า มันก็เป็นแค่ เอ็มวีตัวนึง อีกสักประมาณเดือนสองเดือนมันก็เงียบหายไป”

    “ก็คือว่าเราก็ทำงานให้มันดีไปเรื่อยๆ ครั้งนี้ที่มันออกมาอย่างนี้ก็ไม่ได้โทษใคร เพราะมันไม่ใช่ความผิดเรา ก็อย่าให้มันเกิดกับศิลปินเมืองไทย อย่าให้มันเกิดกับกับคนอื่น หรือว่าในอะไรอื่นๆ อีก ก็อยากให้เป็นอย่างนี้มากกว่า”

    ทั้งนี้นักร้องนำวงเล้าโลมยังเชื่อด้วยว่าในส่วนของข่าวคราวการฟ้องร้องนั้น น่าจะเป็นเรื่องของการสร้างกระแสกันมากกว่า…”เรื่องการฟ้องร้อง ถ้าเป็นตอนนี้ ผมว่ามันเป็นกระทู้ลอยอยู่ มันเป็นโคมลอยหรือว่ามันจะจริงไม่จริง ก็ยังไม่มีผู้ใหญ่ฝ่ายไหนมา ก็ต้องอยู่ที่เขาว่าเขาจะมายังไง จะเป็นเรื่องจริงไหม หรือจะเป็นการสร้างกระแสยังไง แต่สิ่งที่ผมตอบได้คือ เราก็ยังไงดูๆ กันอีกที”
    ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

  • Comments Off
  • ลิเดีย” ฟ้องหมิ่น “หมอกฤษฏ์ คอนเฟิร์ม” ตอบคำถามนักข่าวบันเทิง ทีวีพูลไลฟ์ ทำนายดวง ชี้ ตั้งครรภ์ ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง 16 ก.พ.ปีหน้า

    ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 16 ธ.ค. น.ส.ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา หรือลีเดีย นักร้องสาวค่าย อาร์เอส มอบอำนาจให้ทนายความ เดินทางมาเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายศุภกฤษฏ์ ปทุมศรีวิโรจน์ หรือ “หมอกฤษฏ์ คอนเฟิร์ม” หมอดูชื่อดัง เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา

    ตามฟ้องโจทก์ สรุปว่า ระหว่างวันที่ 20-25 พ.ย.51 จำเลยซึ่งอวดอ้างว่าตัวเองเป็นหมอดูในชื่อ “หมอกฤษฏ์ คอนเฟิร์ม” ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวรายการโทรทัศน์ “ทีวีพูลไลฟ์” ที่ใช้ชื่อนามแฝงว่า “เต๋า ทีวีพูล” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 โดยผู้สื่อข่าวถามว่า “ล่าสุดมีกระแสข่าวลือนะคะ เกี่ยวกับน้องลิเดีย ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ ดวงเธอตอนนี้ถึงเกณฑ์ตั้งครรภ์หรือยังคะ” ซึ่งจำเลย ตอบว่า “อึ้งเล็กน้อยนะครับ…แต่จากดวงชะตานะครับ จากดวงบริเฉท ณ เวลานี้ที่ผมดูนะครับ ต้องบอกว่าดวงชะตาของคุณลิเดีย นั้นมีดาวปุตตะเข้ามาสัมพันธ์กับดวงชะตาค่อนข้างมาก ดาวปุตตะ ตามโหราศาสตร์ หมายถึง ลูก นะครับ เป็นดาวศุกร์นะครับ เพราะงั้นผมคอนเฟิร์ม เลยนะครับ แบบไม่กลัวจะทายผิดเลย ดวงคุณลิเดีย ตอนนี้ท้องแน่นอน คอนเฟิร์ม โดยการที่จำเลยให้สัมภาษณ์ด้วยข้อความดังกล่าว ณ เวลานั้นมีความหมายให้เข้าใจได้ว่า โจทก์กำลังตั้งครรภ์อยู่ ซึ่งเป็นความเท็จ และมีเจตนาจงใจ ประสงค์ต้องการสื่อให้บุคคลที่ 3 ที่ได้รับรู้ข้อความเข้าใจว่า ขณะจำเลยกำลังให้สัมภาษณ์อยู่นั้น โจทก์กำลังตั้งครรภ์จริง ซึ่งต่อมาได้มีการออกอากาศคำให้สัมภาษณ์ของจำเลย ดังกล่าวทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5

    โดยข้อความที่จำเลยให้สัมภาษณ์นั้น เป็นการกล่าวหาว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี มีพฤติการณ์ปกปิดซ่อนเร้นมั่วผู้ชาย และมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับชายอื่นที่ไม่ใช่สามีของตนโดยถูกต้อง จนตั้งครรภ์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียต่อชื่อเสียงและเกียรติคุณต่อส่วนตัวและวงศ์ตระกูล ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เสียหายแก่ทางเจริญของโจทก์ ความจริงแล้วปัจจุบันโจทก์ยังมีสถานภาพโสด ไม่เคยผ่านการสมรสมาก่อน เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนเรื่อยมา จึงขอให้ศาลลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 , 393 และขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยลงคำโฆษณาคำพิพากษาคดีนี้ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ , เดลินิวส์ , คม ชัด ลึก , ข่าวสด , บางกอกโพสต์ , กรุงเทพธุรกิจ และ แนวหน้า ติดต่อกับเป็นเวลา 15 วัน

    ศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.4878/2551 และนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ในวันที่ 16 ก.พ.52 เวลา 13.30 น.
    ที่มา คมชัดลึก

  • Comments Off
  • “ลีเดีย” โต้ไม่ได้ท้อง-ไม่เคยทำแท้ง วอนหยุดกุข่าวลือ เล็งฟ้อง “หมอกฤษฏ์ คอนเฟิร์ม” หมิ่นประมาท ทำให้เสียความรู้สึก-เสียชื่อเสียง

    หลังจากนายศุกฤษฎ์ ปทุมศรีวิโรจน์ หรือ หมอกฤษฎ์ คอนเฟิร์ม หมอดูชื่อดัง ออกมาระบุว่า น.ส.ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา หรือ ลีเดีย นักร้องอาร์แอนด์บี สังกัดค่ายอาร์เอส ได้ตั้งครรภ์ โดยมีกระแสข่าวว่านักร้องดังตั้งท้องกับอดีตนักการระดับบิ๊ก แม้ที่ผ่านมานายสุทธิพงศ์ วัฒนจัง ผู้บริหารค่ายดังกล่าวจะออกมายืนยันว่านักร้องสาวในสังกัดไม่ได้ท้อง แต่ น.ส.ศรัณย์รัชต์ก็ไม่ได้ไปปรากฏตัวงานใดเลย

    ล่าสุดเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 9 ธันวาคม น.ส.ศรัณย์รัชต์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนครั้งแรกในงานแถลงข่าวเปิดตัวรายการ ครัวอินดี้ รายการชีสทีวี รายการบางจะเกร็ง และรายการสาระแนโชว์ ที่ร้านเซ้นส์ ชั้น 17 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยสวมชุดเดรสสั้นเกาะอกสีดำ มีเข็มขัดเส้นโตคาดที่เอว หุ่นผอมเพียว เดินทางมาพร้อมกับนายแมทธิว ดีน แฟนหนุ่ม

    น. ส.ศรัณย์รัชต์กล่าวว่า เรื่องที่หมอดูออกมาคอนเฟิร์ม คงต้องฟ้อง เพราะหมิ่นประมาทอย่างมาก ตนเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่อยากโดนรังแกอย่างนี้อีกแล้ว และอยากขอร้องให้หยุดสักที ข่าวมีเยอะมากจนไม่รู้ว่าเรื่องไหนบ้าง

    ” หมอดูออกมาคอนเฟิร์มว่าเดียท้อง 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเราเองไม่ได้ท้อง แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเราท้องหรือไม่ท้อง การออกมาคอนเฟิร์มเป็นเรื่องไม่สมควร ทำให้เสียความรู้สึกอย่างมาก ทำให้เราเดือดร้อน ชื่อเสียงของเดียย่ำแย่มากๆ อย่างไรก็ต้องดำเนินคดี แต่เรื่องขั้นตอนเดียไม่แน่ใจ อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานก็คงต้องกลับไปคุยกับปาป๊าอีกครั้ง เพราะให้ปาป๊าเป็นคนดูเรื่องนี้” น.ส.ศรัณย์รัชต์กล่าว

    ส่วนจะเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านตามที่มีข่าวลือหรือไม่ น.ส.ศรัณย์รัชต์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ยังไม่รู้

    ลี เดียกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารู้สึกแย่มาก เพราะเป็นช่วงที่เก็บตัวทำอัลบั้มใหม่ ไม่ได้ออกมาเจอหน้าใครอยู่แล้ว ทำให้ถูกมองว่าหลบ กลัว พอคนรู้ข่าวลือว่าท้องก็คิดอีกว่าไปทำแท้งมาแล้ว จึงเป็นเรื่องที่กระทบจิตใจมากๆ ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้ออกมาแก้ข่าว เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่จำเป็นต้องออกมาพูด แต่ช่วงหลังเริ่มมีการด่าทอกันหยาบคาย ทำให้ต้องออกมา

    “มีข่าวว่าเดียไปที่นั่นที่นี่ ไปหาคนนั้นคนนี้ อยากจะบอกว่าเดียไม่ได้ไปไหน ถ้าไม่เชื่อก็ให้มาหาเดียได้ เดี๋ยวเดียเปิดพาสปอร์ตให้ดู เดียไม่ท้องด้วย ใครอยากรู้ก็ไปตรวจพิสูจน์ได้เลย จะดูกันตรงนี้เลยก็ได้ เดียไม่เคยท้องและไม่เคยทำแท้ง ข่าวที่ว่าเดียไปประเทศดูไบ ก็ไปกับครอบครัว ส่วนมัลดีฟส์เดียยังไม่เคยไปเลยในชีวิต คนบางคนสนุกกับการเม้าท์กัน เดียเครียดนะกับข่าวแบบนี้ แถมตอนนี้ก็อยู่ระหว่างทำอัลบั้มด้วย น้ำหนักก็เลยยิ่งลด ทำให้ดูผอมลง ผู้ใหญ่บางคนก็มีสื่ออยู่แล้ว หากเขาอยากจะโจมตีก็คงทำได้ทุกวัน จนกระทั่งคนที่เสพข่าวเชื่อ และเอนเอียงไปทางด้านนั้น เดียเป็นแค่นักร้องผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ ณ จุดนี้ เวลาเจอข่าวก็ทำได้อย่างเดียว คือการออกมาบอกความจริง แต่ก็ไม่สามารถบอกทุกวันได้” น.ส.ศรัณย์รัชต์กล่าวโต้ข่าวลือที่ว่าเดินทางไปต่างประเทศเพื่อพบกับอดีต นักการเมืองคนหนึ่ง

    ด้านนายแมทธิวกล่าวว่า หมอดูคนนี้พยายามเอาเปรียบดาราหลายๆ คน ประชาชนที่มักจะเชื่อในเรื่องของการดูดวง ดูหมอ หลายคนก็อาจจะเชื่อในสิ่งที่ไม่จริง

    ที่มา คมชัดลึก

  • Comments Off
  • อยากโต “แดน” ลาอาร์เอสแน่นอนแล้ว เซ็นโซนี่ฯ 5 ปี รับบ้านใหม่ให้อิสระการทำงานมากกว่า ไม่สนคนมองเนรคุณเฮียฮ้อ บอกแล้วแต่คนจะมอง บอกเหมือนเป็นแค่การย้ายที่ทำงานเท่านั้น ปัดข่าวค่าตัวสูงเทียบชั้น “ทาทา” แต่รับได้มากกว่าอยู่ค่ายเดิม ปัดทะเลาะ “บีม” เตรียมทำละครป้อน ช่อง 3 พร้อมแจงสถานภาพยังโสด

    เรียบร้อยโรงเรียนโซนี่ บีเอ็มจี ตามคำร่ำลือแล้วแน่นอนแล้ว สำหรับ “แดน วรเวช ดานุวงศ์” หรือ “แดน ดีทูบี” อดีตสมาชิกบอยแบนด์ชื่อดังวงดีทูบี แห่งค่ายอาร์เอส ที่หมดสัญญาต้นเดือนตุลาคม ปุ๊บก็เซ็นต์สัญญากับค่ายโซนี่ฯปั๊บ เรียกว่างานนี้เปลี่ยนค่าย เปลี่ยนลุคส์ ใหม่สะดุดตาไม่น้อยทีเดียว ส่วนงานเพลงชุดใหม่ของหนุ่มแดนนั้น จะได้ฟังกันต้นปีหน้า ก่อนเผยกรณีโดนด่าอกตัญญู”เฮียฮ้อ” แล้วแต่คนจะคิด บอกแค่ขอออกมาเติบโต ทำงานแบบอิสระเท่านั้น แต่ยอมรับเครียดกับการย้ายสังกัดครั้งนี้

    ก่อนที่จะเปิดใจกับสื่อมวลชน ก็ได้ลงบันทึกเซ็นสัญญา 5 ปีกับโซนี่ก่อนที่โรงแรมดุสิตธานี เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยบรรดาผู้บริหารและศิลปินในค่ายโซนี่อย่างโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ,สล็อท แมชชีน ก็ร่วมแสดงความยินดีด้วย โดยมีพ่อแม่ของหนุ่มแดนยืนให้กำลังใจไม่ห่างเช่นกัน โดยเจ้าตัวเผยว่าหนักใจไม่น้อยกับการย้ายค่ายครั้งนี้ แต่ยอมรับเต็มปากออกมาเพื่อเติบโตจริงๆ ไม่ได้เนรคุณใครแค่ย้ายที่ทำงานเท่านั้น แต่ยอมรับเครียดกับการย้ายค่ายครั้งนี้ไม่น้อย

    “วันนี้การต้อนรับอบอุ่นมากจริงๆ โซนี่เป็นค่ายที่ทำงานได้ทุกๆที่และทุกค่ายรวมไปถึงความอิสระรวมไปถึงเรื่อง ของการแสดง ก็มีการติดต่อทาบทามมามีการติดต่อพูดคุยกันระยะหนึ่ง ก็ช่วงประมาณครึ่งปีแล้วมั้งครับ กลางปีที่ติดต่อมา แต่ว่ามีการคุยกันก่อนหมดสัญญากับทางอาร์เอส หมดทางอาร์เอสก็เซ็นเลย ล่าสุดยังไม่ได้คุยกับเฮียครับ เฮียไม่ชอบให้พูดผ่านสื่อครับ”

    “เรื่องอกตัญญูอันนั้นก็แล้วแต่คนมองนะครับ แต่ว่าแดนว่ามันแค่การย้ายทีทำงานน่ะครับ อย่างผมเองผมอยากจะหาประสบการณ์ใหม่ๆ ผมว่าผมโตมากพอสมควรที่จะได้พบปะกับทีมงานที่เปลี่ยนทีมบ้าง เพื่อนๆพี่ๆศิลปินที่มาร่วมงานได้ นั่นคือเหตุผลของผมส่วนใครจะมองว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ที่ผมออกมาก็ไม่ได้มีปัญหาใดๆกับทางบริษัทใดๆทั้งสิ้นนะครับ แล้วก็ทางเฮียก็ได้พูดคุยกันบ้าง ว่าผมเลือกที่จะไปหาประสบการณ์ในทางของผม จากกันด้วยดีครับ ถ้ามีการร่วมงานกันอีกก็ไม่มีปัญหา”

    “ก็ยอมรับว่าเครียดมากนะครับ มันยากมากนะครับ ที่เก่าก็คิดถึงอยู่กันมา 6-7 ปีก็คิดถึง ทีมงานที่ให้ความอบอุ่น ทางทีมงานก็ยังส่งแมสเสจส่งอะไรมาหากันอยู่ครับ เขาบอกโชคดีนะ พี่บีมก็ยังโทรคุยกันเมื่อวานครับ พี่บีมอยู่โรงพยาบาลครับก็พี่เขาบอกว่าโชคดี มีอะไรให้ช่วยก็บอก ข่าวทะเลาะมันไม่ใช่สาเหตุนั้นตั้งแต่แรก คือตัวผมเองก็ยังคิดว่าเราจะต้องทำงานอีกเยอะ เวลาที่ว่างๆเงียบๆก็เรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับซาวด์เอ็นจิเนียร์”

    “เครียดมั้ย เครียดมากนะครับ มันคือการเปลี่ยนชีวิตเหมือนกันนะครับ มันต้องใช้การตัดสินใจที่ดีที่สุด เราเลือกที่จะมาตรงนี้แล้ว เราเลือกที่จะเดินมาแล้ว ปรึกษาใครก็มีบ้าง ก็ครอบครัว ปรึกษามั้ยกับพี่บีมไม่ได้คุยกัน คุยเรื่องอื่นมากกว่า ”

    พร้อมเผยเซ็นสัญญากับบ้านหลังใหม่ 5 ปี ก่อนปัดตอบค่าตัวไม่เทียบชั้น “ทาทา” แต่รับได้มากกว่าอยู่อาร์เอส ยอมรับรับงานแสดงของค่ายอื่นได้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตีจากค่ายเดิม

    “เซ็น 5 ปีครับเรื่องของรายได้มาตรฐานเราก็ดูเองเรื่องละครหนังว่าเราจะเล่นที่ไหน การทำงานทุกอย่างเราสามารถตัดสินใจได้หมด หรือว่างานที่เขารับมา งานเพลงเขาก็ปรึกษาเราก่อนว่าเราจะทำมั้ย เรื่องค่าตัวเท่าทาทามั้ย ผมไม่ทราบทาทาได้อย่างไร ผมไม่ทราบของใครเลย ทางโซนี่ก้บอกว่าตามมาตรฐานครับ ผมก็ไม่ได้อะไร ได้เยอะกว่าทางโน้นมั้ย ก็คงนิดหน่อยมั้งครับ(หัวเราะ) 5 ปีผมว่าไม่ยาวครับ ทำงานที่ไหนแล้วก็ให้เวลาเขาเต็มที่ครับ ไม่ใช่ที่หนึ่งทำ 6 เดือนที่หนึ่งทำปี อีกที่ 2 ปี มันดูแบบไม่จริงใจกับที่ไหนซํกที่ อย่างน้อย 5 ปีผมว่ามันเหมือนต่างคนต่างให้เวลากันนะ”

    “ก็รับงานแสดงของค่ายอื่นได้ก็เป็นหนึ่งในเงื่อนที่ผมรู้สึกว่าก็ แฟร์ๆกัน การที่เขาให้รับงานแสดง ละคร ก็ถือว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่เลือกมาที่นี่ ที่นี่เปิดให้เต็มที่ ที่เก่าก็ไม่ได้ปิด แต่มีค่ายหนังและละครเป็นของตัวเองโอกาสที่จะได้เล่นของคนอื่นๆ ค่ายอื่นก็ยาก นิดนึง เท่านั้นเอง ผมบอกเฮียว่าขอเรียนหนังสือเวลามันพอดีกันมากๆ คอสที่เรียนตุลาคมนี้แหละจบ ไม่เกี่ยวกับการดองงาน เฮียทราบนะครับว่าจะแถลงจากกันด้วยดี ก่อนหมดผมยังไม่ได้ตกลงนะ”

    ก่อนจะเผยถึงงานเพลงยอมรับว่าอยากทำงานร่วมกับ “ทาทา” หากมีโอกาส แต่ไม่หวังโกอินเตอร์ บอกรอศักยภาพถึงผู้ใหญ่คงเล็งเห็น พร้อมโต้ไม่ได้ดึงคนจากอาร์เอสทำเพลงให้ ส่วนโอกาสร่วมงานบีมเจ้าตัวบอกได้เสมอ รอแค่อาร์เอสไฟเขียว

    “ทำงานร่วมกับทาทาก็แล้วแต่ความเหมาะสมน่ะครับ ส่วนตัวผมเองผมอยากอยู่แล้วครับ อยู่ที่ว่าทางผู้ใหญ่ว่าอย่างไร ทางศิลปินว่าอย่างไรงานเพลงคงแตกต่างจากเดิมครับ แตกต่างแน่นอน ส่วนจะเป็นแนวไหนขอคิดนิดนึงครับ ว่าจะไปอย่างไรดี ยังไม่ถึงไหนครับ ตอนนี้ยังเรียนอยู่ครับ ยังไม่ได้ทำอะไรไว้ ตอนนี้ก็คงหาโปรดิวเซอร์ที่มาดูงานอะไรด้วย เพราะผมเองก็คิดว่าผมยังไม่เก่งพอ ก็คงหาคนเก่งๆซักคนยังไม่ทราบว่าจะเป็นใคร ยังไม่ใช่คนที่อาร์เอสครับ”

    “ต้นปีหน้าคงได้ฟังกัน ยังไม่ได้เริ่มงานเลย อย่างที่บอกว่าออกมาก็อยากโตขึ้น ก็มาดูเรื่องเอ็มวี เนื้อหามากขึ้น จะดึงพี่บีมด้วยมั้ยก็มีสิทธิ์ครับ คือผมคุยกับพี่บีมผมคุยแล้ว ทางโซนี่ก็ไม่ได้อะไร ก็รอความลงตัว รอทางอาร์เอสอนุญาต”

    บอกไม่กังวลหากผลงานจะไม่เปรี้ยงปร้าง แต่ยอมรับตื่นเต้นกับอัลบั้มของตัวเองที่กำลังจะออกมากับค่ายใหม่
    “ตอนนี้สิ่งที่กดดันและเครียดๆอยู่ ก็คืออัลบั้มชุดแรกที่จะออกศิลปินเดี่ยวนี่ล่ะครับ เราศักยภาพพร้อมโซนี่ก็พร้อม คร่าวๆของอัลบั้มยังไม่ทราบครับ ต้องดูแนวดนตรีที่คิดว่าชอบจริงๆ ขอดูก่อนว่าตอนช่วงนั้นอะไรที่กำลังมา คาดหวังเรื่องความเปรี้ยงปร้างไม่คิดเลยครับ ถ้าคิดก้คงเครียด และกดดันแน่ๆ ถ้าเราทำดีมันจะพลาดได้อย่างไร แต่ถ้ามันพลาดมันไม่เปรี้ยงปร้างมันก็คือตัวผมเอง ทำงานไม่ดีเอง”

    ส่วนลุคส์ที่ดูดีขึ้นเจ้าตัวบอกตัดผม และลดน้ำหนัก เตรียมทำงานในอัลบั้ม พร้อมขอโทษหนีสื่อวันแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มบีม

    “ขอตัดผมออกนิดนึง มีคนหาว่าติสท์ไปแล้ว (หัวเราะ) นี่ก็ตัดแล้ว น้ำหนักก็ลดลงมันก็ควรจะดูดีบ้าง ..(หัวเราะ) ออกกำลังกายเพราะมาทำอัลบั้มใหม่ มาอยู่กับโซนี่ก็เตรียมตัวโกอินเตอร์ก็ทำเต็มที่ครับ ส่วนเรื่องหนีเนี่ยที่งานพี่บีมที่ผมไป เปิดตัวอัลบั้มพี่บีม ผมไม่ได้หลบแค่อยากให้งานนั้นเป็นงานของพี่บีม ผมรู้ว่าผมหายไปและมีคำถามมากมายที่จะถามผม วันนั้นผมอยกาให้วันนั้นเป็นคำถามของพี่บีมมากกว่า เรื่องราวของพี่บีมมากกว่า ซึ่งตรงนั้นผมก็ขอโทษจริงๆ ”

    นอกจากจะได้ค่ายใหม่แล้ว ในวันจันทร์นี้ (20 ต.ค.) หนุ่มแดนบอกจะได้ลุ้นกับละครที่ตนทั้งแสดงและมีส่วนร่วมด้วยทางช่อง 3 ปัดไม่ตอบเป็นผู้จัดหรือไม่

    “เรื่องละครถามได้นิดหน่อยเรื่องละครม ีละครทางช่อง 3 เล่นกับพี่ออย(ธนา) วันจันทร์เจอกัน ชื่อละครรอสรุปอีกที มีการเปลี่ยนแปลงนิดๆหน่อยๆ ผู้จัดด้วยมั้ยขอพูดวันจันทร์ทางช่องมันส่งมาพอดี ละครต้องรอดู ผมไม่ได้รวยขนาดนั้นวันจันทร์เถอะ กำกับด้วยมั้ยไม่ครับ ไม่ช่ผู้จัดเต็มตัวครับ เป้นผู้ร่วมงานหุ้นส่วนเล็กๆ กับพี่หนุ่ม กรรชัยก็มีคุยกันบ้างครับ ด้วยเวลาของเขา ทีมงานเดียวกัน ผมเป้นนักร้องงานละครก็รอนิดหนึ่ง ผม เป็นนักแสดงอิสระ มันคือเรื่องละครมันเรื่องค่ายครับ ตัวผมเป็นโซนี่บีเอ็มจี”

    ส่วนกรณีเรื่องสาวๆในสังกัดอย่าง “เบนซ์ มนัญญา” เจ้าตัวบอกไม่ได้คุยกัน พร้อมยันสถานภาพโสด

    “ไม่มีสาวๆให้กำลังใจครับ โสดมากครับ ชิวมาก เพื่อนผู้ายก็มไได้เจอกัน เพื่อนสาวๆก็ไม่ได้เจอครับ อยู่บ้านครับ ไม่เจอเลยเบนซ์ครับ นานๆทีครับ มันไม่มีเวลามันมีเรื่องเรียน ค้างอยู่ที่ต้องทำให้ทัน กลัวไม่จบไม่ทันเพื่อน เพื่อนเขาจบไปแล้วเราจะจบทีหลังก็อายเพื่อนครับ ผมกับเบนซ์ก็เป็นเพื่อนกันครับ บอกแล้วว่าเป็นเพื่อนกันเห็นมั้ยล่ะ ไม่ค่อยได้เจอใคร มีสอบมีซ่อมบ้างเล็กน้อย ย้ายมานี่เบนซ์ก็ไม่มีอะไรนะครับ ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังด้วยซ้ำครับ ไม่ได้คุยกับใครเป็นพิเศษเลยครับ ไม่มีครับ ที่เรียนมีแต่ผู้ชายครับ มาวันนี้ไม่ได้บอก ไม่ได้ชวนเลยครับ”

    ที่มา ผู้จัดการออนไลน์