เศรษฐกิจญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะถดถอยครั้งแรกในรอบ 7 ปี

November 17, 2008



เอเอฟพี – ข้อมูลอย่างเป็นทางการชี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ก้าวเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงไตรมาสที่สาม เนื่องจากบริษัทต่างๆ ลดการลงทุนครั้งใหญ่ อันเป็นผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก

ตัวเลขการประเมินเบื้องต้นของคณะรัฐบาลเผยว่า เศรษฐกิจของญี่ปุ่นหดตัวลง 0.1% ในช่วง 3 เดือน ตั้งแต่กรกฎาคม-กันยายนนี้ หลังจากหดตัวลงไป 0.9% ในช่วงไตรมาสที่สองของปี ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ก็หดตัวลง 0.4%

ภาพรวมล่าสุดของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียนั้นมืดมัวกว่าที่คาดการณ์ไว้โดยนักวิเคราะห์ทั่วไป ที่ทำนายว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งปีจะเพิ่มขึ้น 0.1% เท่านั้น

ญี่ปุ่นกลายเป็นอีกประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจใหญ่ๆ ของโลก หรือ จี8 นอกเหนือจากเยอรมนี และอิตาลี ที่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยตัวเลขอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ (14) ที่ผ่านมาชี้ว่า ประเทศในกลุ่มยูโรโซนก็เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้ว

ทั้งนี้ การหดตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลักๆ เป็นผลมาจากการลงทุนภาคธุรกิจในไตรมาสที่สามลดลง 1.7%

หลังจากเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหลายครั้งในช่วงทศวรรษที่ 1990 หลังจากยุคเศรษฐกิจฟองสบู่ ญี่ปุ่นก็ค่อยๆ ฟื้นตัว กลับมาเป็นผู้นำด้านการส่งออก และการลงทุนทำธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ผลกำไรที่ลดลงในขณะนี้ อันเป็นผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก ทำให้หลายบริษัทลดการลงทุนเกี่ยวกับเครื่องมือ และการสร้างโรงงานลงอย่างมาก ซึ่งล้วนแต่เป็นตัวผลักดันหลักให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น

ขณะที่นักวิเคราะห์มองเห็นโอกาสเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะฟื้นตัวภายในเร็วๆ นี้ โดยองค์กรความร่วมมือ และการพัฒนาทางเศรษฐกิจของฝรั่งเศสระบุว่า เศรษฐกิจของญี่ปุ่นน่าจะหดตัวอีก 0.1% ในปี 2009 ด้วย

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
Advertising

โรงเบียร์ภูเก็ต แห่งแรกและแห่งเดียวในภาคใต้

November 11, 2008

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - นักลงทุนภูเก็ตทุ่มทุนสร้าง “โรงเบียร์ภูเก็ต” แห่งแรกและแห่งเดียวในภาคใต้ ภายใต้คอนเช็ปต์ “สวรรค์บนเรือสำราญ” สร้างจุดขายด้วยเบียร์สดที่ผลิตเองภายในร้านพร้อมการแสดงอีกมาย หวังดึงลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติให้ได้ 60-65% ของที่นั่งกว่า 1,800 ที่นั่ง

นายวุฒิพงศ์ รัตนาวรุณวงศ์ ผู้จัดการทั่วไปบริษัท โรงเบียร์ภูเก็ต จำกัด เปิดเผยว่า แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมในขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก การดำเนินธุรกิจที่มีความเหมือนหรือคล้ายคลึงกันจึงถือเป็นทางออกที่ไม่ดี นักเพราะมีการแข่งขันสูง ฉะนั้น การลงทุนในธุรกิจที่มีความแตกต่างและไม่เหมือนใครจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดี จึงมองว่าธุรกิจโรงเบียร์ภูเก็ตคือความแตกต่างที่น่าลงทุน เนื่องจากในภาคใต้และจังหวัดภูเก็ต ยังไม่มีสถานที่ที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เพียงเท่านี้โรงเบียร์ภูเก็ตยังถูกสร้างขึ้นให้เป็นร้านอาหารชั้นนำเพื่อ คนภูเก็ตเหมาะกับลูกค้าทุกเพศทุกวัย สามารถรองรับลูกค้าได้มากถึง 1,800 ที่นั่ง ทั้งยังเป็นร้านอาหารที่มีโรงผลิตเบียร์สดเป็นของตนเอง โดยมีผู้เชี่ยวชาญควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน

สำหรับแนวคิดการลงทุนโรงเบียร์ภูเก็ตนั้น ใช้เรือเป็นสัญลักษณ์เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเป็นเกาะ ซึ่งในอดีตการเดินเข้า-ออกภูเก็ต ต้องสัญจรโดยใช้เรือเป็นหลัก จากแนวคิดนี้เองจึงส่งผลให้ โรงเบียร์ภูเก็ต มีการตกแต่งส่วนต่างๆของร้านให้เป็นไปในลักษณะของเรือในรูปแบบของโมเดิล คอนเทมเพอรารีร่วมสมัย ผสมกลิ่นอายชิโนโปรตุกีส ซึ่งจะเห็นได้จากหน้าร้านที่มีหัวเรือตั้งตระหง่านอย่างชัดเจน ภายใต้คอนเช็ปต์ “สวรรค์บนเรือสำราญ”

โดย โรงเบียร์ภูเก็ตขณะนี้ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จด้วยเงินลงทุนที่สูงพอสมควร อยุ่บนเนื้อที่ 7 ไร่ ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 อ.ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ตั้งเป้าหมายลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่าง ชาติในสัดส่วนคนไทย 60% นักท่องเที่ยว 40% แต่คาดว่าหลังจากเปิดให้บริการไปแล้ว 3-4 เดือน จะเพิ่มสัดส่วนของนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น และตั้งเป้าคนมาใช้บริการวันละ 60-65% จากจำนวนที่นั่งทั้งหมดประมาณ 1,800 ที่นั่ง หากเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็พอใจแล้ว

นายวุฒิพงศ์ เปิดเผยอีกว่า เพื่อสร้างความแตกต่างจากธุรกิจลักษณะเดียวกัน ทางโรงเบียร์ภูเก็ตได้สร้างความแตกต่างๆโดยในภาคบันเทิงมีวงดนตรี house band เป็นวงผสมระหว่างเครื่องดนตรีไทยและสากล มีการแสดงมายากล และกายกรรมระดับมืออาชีพ โดยจัดแสดงตลอดทุกคืน อีกทั้งทางร้านยังจัดแสดงคอนเสิร์ตในทุกๆ กลางสัปดาห์ ส่วนเรื่องของอาหารนั้นจะเน้นอาหารสำหรับรับประทานกับเบียร์ เช่น ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูเยอรมัน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีอาหารพื้นเมือง อาหารไทยอีกจำนวนมากและที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่ คือ เบียร์สด ซึ่งนับเป็นจุดเด่นของทางร้าน ที่ใช้วัตถุดิบในการผลิตเบียร์นำเข้ามาจากประเทศเยอรมัน ผ่านการหมักบ่มด้วยฝีมือ Brew Master มากประสบการณ์ เพื่อให้ได้เบียร์สดมากด้วยคุณภาพ ซึ่งขณะนี้มีด้วยกัน 3 รสชาติ ได้แก่ เพิร์ล ลาเกอร์ ถือเป็นเบียร์สีทอง รสนุ่ม หอมกลิ่นอะโรมาฮอป และมอลต์ ส่วนเพิร์ล ดุงเกน หรือเรียกอีกชื่อว่าเบียร์ดำ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมอลต์คั่ว และเพิร์ล ไวเซนต์ หอมลึกล้ำกลิ่นผลไม้ นุ่มนวลชวนดื่ม

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

สมัครเพิ่ม มาตรการรัฐบาล ช่วยเหลือประชาชน 6 เดือน

July 15, 2008

นายสมัคร สุนทรเวชนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลง 6 มาตรการรัฐบาล ช่วยเหลือประชาชน 1. ลดอัตราภาษีน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนใช้น้ำมันราคาถูกลงและรัฐจะยอมแบกภาษีไว้ 6 เดือนเพื่อรองรับเมกะโปรเจ็คต์เกิดขึ้น 2.ชะลอการขึ้นราคาก๊าซหุงต้มแอลพีจี ในครัวเรือน เพื่อรักษาสภาพครัวเรือน 3.ลดค่าใช้จ่ายในการใช้น้ำประปา สำหรับผู้ที่ใช้ไม่เกิน 50 คิวต่อหนึ่งเดือน 4.ช่วยจ่ายค่าไฟฟ้าถ้าใช้ไม่เกิน 80 ยูนิต แต่หากใช้ 81-150 ยูนิต รัฐบาลจะจ่ายให้ครึ่งหนึ่ง 5.ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยจัดรถเมล์ร้อนขึ้นฟรี 800 คันโดยจะมีรถออกวิ่งรถคันที่เก็บเงินกับไม่เก็บเงิบวิ่งคันเว้นคัน6.รถไฟชั้น 3 ไม่ปรับอากาศไม่เสียเงินทั่วประเทศ

นายสมัครกล่าวว่า มาตราการดังกล่าวเป็นการผ่อนคลายเพื่อช่วยเหลือประชาชนเป็นเวลา 6 เดือน

รบ.ลดภาษีแก๊ซโซฮอล์เหลือ1%-ดีเซล21.4-2.74สต.

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตนีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแนวคิดการกำเนิด 6 มาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น 6 เดือนของรัฐบาลว่า เนื่องมาจากปัญหาสภาวะน้ำมันแพง ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น โดยคนยากจนและคนที่มีรายได้น้อย ได้รับผลกระทบมหาศาลโดย 6 มาตรการดังกล่าว จะสามารถบรรเทาทั้งค่ำน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทางของประชาชนได้เป็นอย่างดี

รมว.คลังกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการทีเกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง นั้น ได้แก่ การลดอัตรภาษีสรรพสามิตน้ำมัน โดยจะมีการลดภาษีน้ำมันแก๊ซโซฮอลล์ 91 และ 95 และน้ำมันดีเซล

สำหรับแก๊ซโซฮอล์ 91 และ 95 ที่ไม่ผสมเอทานอล จากเดิมที่มีการเก็บภาาษีน้ำมัน 30 สต./ลิตร เมื่อมาใช้มาตราการดังกล่าววจะเหลือ แค่ ลิตรละ 1 สต.เท่านั้น ซึ่งมีราคาต่างจากน้ำมันเบนซินธรรมดาถึง 8 บาท

ส่วนการลดภาาษีน้ำมันดีเซล จากเดิมมีการเก็บภาษี 2.19 สต. แต่มาตราการนี้ จะทำให้ลดลงได้ 2.14 -2.74 สต.ต่อลิตร ทำให้ประชาชนผู้ใช้น้ำมันดีเซวลและลดบรรทุกบรรเทาค่าใช้จ่ายลงไปได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังจะมีการออกประกาศของกระทรวงการคลังให้เป็นไปตามกฎหมาย ในวัที่ 25 ก.ค. เพื่อลดน้ำมันขายปลีก ให้ทุกหน้าปั๊ม

‘รมว.พลังงาน’ลั่น 25 ก.ค.ลดราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊ม

พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงแนวคิดการกำเนิด 6 มาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น 6 เดือนของรัฐบาลว่า ว่า ตัวเลขที่ลดที่กระทรวงการคลังประกาศไป โดยประมาณราคาน้ำมันขายปลีกจะเรียนให้ทราบอีกครั้งว่า เราต้องเช็คสต็อคในคลังก่อน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 7-9 วัน เพื่อตรวจดูว่าเหลือเท่าไหร่ ทั้งนี้ เราจะใช้เงินกองทุนน้ำมันเพื่อให้มีผลทันที โดยขอให้ประชาชนสบายใจว่าจะไม่ขาดแคลนน้ำมัน หรือระบายของเก่า หรือกักตุนของใหม่

‘25 ก.ค.นี้เราพร้อมที่จะลดราคาน้ำมันขายปลีกที่หน้าสถานีทุกแห่ง โดยคาดว่ายอดของการใช้จะสูงขึ้น แต่กระทรวงพลังงานยืนยันว่า จะจัดแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยการลดดีเซลจะมีผลต่อราคาน้ำมันม่วงที่ชาวประมงใช้ลดไป 2.70 บาทต่อลิตร ซึ่งการช่วยเหลือครั้งนี้ ก็เพื่อให้มีรายจ่ายลดลง แต่เรื่องประหยัดคงยังทิ้งไม่ได้’ รมว.พลังงาน กล่าว

‘เฉลิม’ชี้’ครม.สมัคร1′หล่อทุกคน ถาม’ขี้เหร่’ตรงไหน

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าจะถูกปรับตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ว่า ที่กลับมาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะจะมีการประชุมเรื่องมาตรการแก้เศรษฐกิจที่จะแถลงในบ่ายวันนี้ (15 ก.ค.) ซึ่งตนได้มีส่วนร่วมมาตั้งแต่ต้น จึงต้องมาชี้แจง โดยยืนยันว่าที่กลับมา ไม่ใช่เพราะมีกระแสข่าวการปรับตนออกจาก ครม.และอยากถามว่า ถ้าตนอยู่กรุงเทพฯจะปรับ ครม.ไม่ได้หรืออย่างไร ทั้งนี้ ที่ตอนแรกคิดไว้ว่าจะกลับในวันพรุ่งนี้ (16 ก.ค.) เพราะไม่ทราบว่ามาตรการแก้เศรษฐกิจจะเข้า ครม.วันนี้ อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับ ครม.เพราะว่าไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน (พปช.) เรื่องดังกล่าวต้องไปถามจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค

เมื่อถามว่า ครม.สมัคร 2 จะขี้เหร่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม ย้อนถามว่า ครม.สมัคร 1 ขี้เหร่ตรงไหน เห็นหน้าตาหล่อกันทุกคน ตนไม่ขอพูดเรื่องนี้มาก แต่เท่าที่ลงพื้นที่อีสานมา รู้เลยว่า หากมีการเลือกตั้งเมื่อใด พปช.ยึดได้หมด และจะได้มากกว่าเดิมด้วย

‘เหลิม’โวรอดูคนเป็นลมเหตุอิจฉามาตรการศก.รบ.บ่ายนี้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวถึงการประเมินผลงานที่ผ่านมาของรัฐบาลบ้างหรือไม่ว่า คนที่ด่ารัฐบาล ก็ไม่ชอบรัฐบาลมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ดังนั้น เขาก็จะไม่ชอบต่อไป อยากถามว่า หากรัฐบาลไม่ดี ชาวบ้านจะชอบหรือ แค่รอฟังนายสมัครแถลงมาตรการทางเศรษฐกิจบ่ายนี้ คนก็จะเป็นลมกันเป็นทิวแถว เพราะอิจฉา เนื่องจากสมัยตนเองคิดไม่เป็น

‘การเมืองมันก็แค่นี้ อย่าไปซีเรียส ทุกอย่างที่เกิดขึ้นขณะนี้ ถือเป็นบรรยากาศที่นำไปสู่ประชาธิปไตยแบบเต็มใบ มีเลือกตั้งเร็วเมื่อไหร่ จะน้ำตาเช็ดหัวเข่ากันทุกพรรค บอกให้พรรคอื่นๆ ไปเตรียมเพลงธรณีกรรแสงไว้ได้แล้ว’ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

‘สมัคร’ฟอร์มเดิมจ้องสื่อบอกหลัง28ก.ค.รู้ชื่อครม.ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลเพื่อประชุมคณะรัฐมนตรี นายสมัครหยุดมองหน้านักข่าวครู่หนึ่ง ก่อนตอบคำถามเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ‘การปรับ ครม.จะแจ้งให้ทราบ หลังวันที่ 28 ก.ค.โดยขณะนี้มีรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ครบแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้’ จากนั้นนายสมัครได้เดินขึ้นตึกเพื่อเข้าประชุม ครม.ทันที

‘หมัก’คุยที่บ้านกินไข่อาทิตย์ละ150ฟอง เชื่อไม่มากไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายสมัคร ได้เดินชมร้านค้าต่างๆ ในโครงการร้าน 30 บาท โดยหยุดที่หน้าร้านขายน้ำผลโม้ จากนั้นหยิบผลบีทรูดและลูกมะแว้ง มาสอบถามอย่างสนใจ

ทั้งนี้ นายสมัครยังได้พูดคุยกับนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า ที่บ้านของตนทานไข่ไก่สัปดาห์ละ 5 แผง หรือ 150 ฟอง ซึ่งก็ไม่เห็นว่าจะมากไปตรงไหน อย่าง พล.ต.อ.สันต์ (ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) ยังทานไข่ถึงวันละ 6 ฟอง ตัวก็สูงโย่ง แต่พอไปปรึกษาแพทย์ กลับให้คำแนะนำว่าควรรับประทานไข่สัปดาห์ละ 2 ฟองก็พอ จึงโต้เถียงกันใหญ่

ต่อมา นายสมัคร ได้เดินไปที่ซุ้มขายปลากรอบ โดยชิมไปพร้อมกับแนะนำการทำอาหาร และอุดหนุนปลากรอบไป 6 กล่อง จากนั้นซื้อมะขามจี๊ดไป 1 กระปุก และผลไม้ดองอีก 1 กระปุก

จากนั้น นายกฯเดินไปที่ซุ้มขายภาพ 3 มิติ เลือกชมภาพถ่ายอย่างสนใจ โดยซื้อภาพทั้งหมด 9 ภาพ ซึ่งแม่ค้าได้ขายที่ใส่มือถือด้วยและต้องการมอบให้เป็นของที่ระลึก แต่นายสมัคร กล่าวว่า ‘ไม่ขอรับไว้ เดี๋ยวถูกตีความอีกว่าของราคาเกิน 3,000 บาทหรือเปล่า ผมจะโดนตารางวันไหน ไม่รู้เลย’ ด้านแม่ค้า จึงตอบว่า ‘ขอให้สู้ๆ’

‘เลี้ยบ’ปรามคนให้ข่าวปรับครม. ยันเก้าอี้ไม่เกี่ยวโควต้า

ขณะที่นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้สรุปจำนวนตำแหน่งที่จะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในครั้งนี้ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการปรับใหญ่ ครม.ด้านเศรษฐกิจนั้น ก็ต้องรับฟังความเห็นจากบุคคลภายนอก เพราะอาจได้มุมมองอีกด้านหนึ่ง จากนั้นก็จะนำความคิดเห็นทั้งภายในและภายนอกมาพิจารณาร่วมกัน ทั้งนี้ การออกมาพูดเรื่องปรับครม.ต่อสาธารณะนั้น ยังไม่สมควร เพราะควรพูดคุยกันภายในก่อน

เมื่อถามว่า การปรับครม.จะต้องคำนึงถึงโควต้าหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องโควต้าไม่มีผล เพราะว่าเราอยากให้ ครม.ชุดใหม่มีความรู้ความสามารถ เพื่อแก้ปัญหาบ้านเมืองได้อย่างแท้จริง

พึ่งคิดได้เหรอ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง