รถตู้สายซีคอนฯ- เทคโนลาดกระบัง พุ่งเสยชาวบ้านที่ยืนรอรถเมล์
November 11, 2008
รถตู้สายซีคอนฯ- เทคโนลาดกระบัง พุ่งเสยชาวบ้านที่ยืนรอรถเมล์ ใต้สะพานลอยกลับรถหน้าห้างซีคอนฯ หัวหน้าแม่บ้านห้างซีคอนฯ ดวงซวยถูกชนกระเด็นมุดใต้ท้องแท็กซี่ดับอนาถ บาดเจ็บอีก 3 คน ส่วนรถตู้พุ่งตกคูน้ำเกาะกลาง โชเฟอร์อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี ตร.คาดเข้าเกียร์ออโต้ผิด
เหตุการณ์รถตู้พุ่งเสยแม่บ้านห้างซีคอนฯ เสียชีวิตขณะยืนรอรถเมล์ เปิดเผยเมื่อเวลา 22.45 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน ร.ต.อ.สมศักดิ์ ธิจริยา ร้อยเวร สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุรถตู้โดยสารพุ่งชนประชาชนที่ยืนรอรถเมล์เสียชีวิตและได้รับบาด เจ็บหลายราย บริเวณป้ายรถโดยสารประจำทางสะพานกลับรถห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ ขาเข้า แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ
![]()
ที่ เกิดเหตุบริเวณคูน้ำร่องกลางถนนหน้าห้างสรรพสินค้า พบรถตู้โดยสารสีขาว วิ่งระหว่างซีคอนฯ-เทคโนลาดกระบัง ทะเบียน อล 9216 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังจมอยู่ในคูน้ำ ส่วนนายวสันตร์ สิงขรอาจ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 15 ต.บรบือ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม คนขับ ได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป และพบรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า สีชมพู ทะเบียน ทย 9753 กรุงเทพมหานคร มีร่องรอยบุบบริเวณกระโปรงหน้ารถ นายอุทร แต้มชัยภูมิ อายุ 49 ปี คนขับแท็กซี่ ยืนตัวสั่นด้วยความตื่นตกใจ
ห่างออก ไปเล็กน้อยบริเวณป้ายรถเมล์กลางถนนพบรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียวเหลือง ทะเบียน มง 3224 กรุงเทพมหานคร มีนายเล็ก เอี่ยมมหาโสภา เป็นคนขับ จอดทับร่างนางผาสุข จินดามุก อายุ 36 ปี หัวหน้าแม่บ้าน ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ อยู่บ้านเลขที่ 73/4 ซอยอ่อนนุช 49 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. สภาพนอนหงายเสียชีวิตอยู่ใต้รถ นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน นอนอยู่กลางถนนคือ นางจีรภรณ์ มะลิทอง อายุ 40 ปี น.ส.อาภาพร คีรีแก้ว อายุ 25 ปี และนางมาเรียม ดีเมืองเก่า อายุ 44 ปี เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลวิภาวดีราม
นายอุทรให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถแท็กซี่มาจอดรอผู้โดยสารบริเวณป้ายรถเมล์ดังกล่าว เนื่องจากเป็นช่วงห้างสรรพสินค้าปิดให้บริการ ก็จะมีพนักงานของห้างมารอรถเมล์และรถแท็กซี่จำนวนมาก ขณะที่จอดรถรออยู่และมีคนยืนรออยู่ที่ป้ายรถเมล์จำนวนมาก จังหวะนั้นเห็นคนวิ่งแตกฮือไปคนละทิศละทางออกจากป้ายรถเมล์ และก็เห็นรถตู้ที่จอดอยู่ที่คิวพุ่งออกมาจากใต้สะพานลอยชนคนที่ยืนรอรถเมล์ กระเด็นออกมานอนบาดเจ็บบนท้องถนนหลายราย
“จากนั้นรถตู้ก็พุ่งมา เฉี่ยวชนรถแท็กซี่ของผมอย่างแรง ก่อนจะพุ่งลงไปตกในคูน้ำเกาะกลางถนน ประกอบกับขณะนั้น นายเล็ก เอี่ยมมหาโสภา คนขับแท็กซี่ ขับรถผ่านมาพอดีจึงทำให้นางผาสุข กระเด็นไปอยู่ใต้ท้องรถแท็กซี่เสียชีวิตดังกล่าว หลังจากนั้นคนขับรถตู้หนีหายไปทันที” นายอุทรกล่าว
ต่อมามีนายนิมิตร จินดามุก อายุ 40 ปี สามีผู้เสียชีวิต พร้อมกับลูกชายได้เดินทางมาดูศพและร่ำไห้แทบขาดใจ พร้อมทั้งกล่าวว่า ภรรยาเป็นหัวหน้าแม่บ้านอยู่ห้างซีคอนฯ จะมาทำงานตั้งแต่เช้ากลับบ้านเวลาประมาณ 22.00 น.ของทุกวัน ก่อนจะกลับบ้านภรรยาโทรศัพท์ไปหาทุกครั้งว่ากำลังรอรถเมล์อยู่ ตนก็รอภรรยากลับแต่นานผิดปกติ จากนั้นมีเพื่อนโทรศัพท์มาบอกว่าภรรยาถูกรถชนเสียชีวิต จึงรีบพาลูกมาดูที่เกิดเหตุ
ด้าน ร.ต.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้นจะได้ติดตามตัวนายวสันตร์ คนขับรถตู้มาสอบสวนพร้อมดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสีย ชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบรถตู้ใช้ระบบเกียร์ออโตเมติก และพบว่าเกียร์รถอยู่ที่เกียร์ 2 คาดว่าคนขับอาจจะประมาทโดยการเข้าเกียร์รถผิดพร้อมทั้งเหยียบคันเร่งรถจึง พุ่งมาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จนทำให้ชนคนที่ยืนอยู่บริเวณป้ายรถเมล์จนเสียชีวิตดังกล่าว
ที่มา คมชัดลึก
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง Advertisingแมงกะพรุนกล่อง โดนพิษ แสบร้อนถึงขั้นช็อกเสียชีวิต
November 5, 2008
สสจ.กระบี่ เผย ไทยมีผู้ป่วยถูกพิษแมงกะพรุนกล่องมีอาการแสบร้อน จนถึงขั้นช็อกเสียชีวิต เตรียมหาแนวทางป้องกันภัยให้กับนักท่องเที่ยว
จากกรณีที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนภัยแมงกะพรุนกล่อง ซึ่งมีพิษรุนแรงต่อมนุษย์ เนื่องจากช่วงหลายปีหลังที่ผ่านมา มีรายงานว่า มีผู้ได้รับพิษจากแมงกะพรุนประเภทนี้ จนถึงขั้นเสียชีวิตระหว่างลงเล่นน้ำทะเลในประเทศไทยหลายรายนั้น
วานนี้ (4 พ.ย.) นพ.บัญชา ค้าของ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ (สสจ.) กล่าวว่า แมงกะพรุนกล่อง ไม่ได้เป็นสัตว์ทะเลท้องถิ่นของไทย และไม่เคยพบในไทยมาก่อน จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาเป็นเด็กชาวสวีเดน อายุ 10 ปี และผู้หญิงอีก 1 คน เล่นน้ำอยู่ชายหาดเกาะลันตา จ.กระบี่ และถูกแมงกะพรุนกล่องที่ลำตัว มีอาการแสบร้อน และช็อกเสียชีวิตในที่สุด ส่วนผู้ใหญ่มีเพียงอาการแพ้พิษแมงกะพรุนกล่องเท่านั้น และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานพบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพิ่มแต่อย่างใด
“จาก การสันนิษฐาน คาดว่า เป็นแมงกะพรุนสายพันธุ์จากออสเตรเลีย แต่ถูกกระแสน้ำพัดพามา ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อนก็ได้ ซึ่งไม่ได้มีประเทศไทยเท่านั้นที่พบว่าแมงกะพรุนชนิดนี้ระบาดพลัดข้ามถิ่น แต่ประเทศอื่นแถบชายฝั่งทะเลอันดามันก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน เช่น ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นต้น” นพ.บัญชา กล่าว
นพ.บัญชา กล่าวต่อว่า สำหรับความรุนแรงของพิษแมงกะพรุนกล่องนั้น เบื้องต้นจะรู้สึกแสบ ร้อนบริเวณที่ถูกพิษ คันเป็นผื่นแดงและขยายวงกว้าวงมากขึ้น ความดันตก ทำให้ช็อกหมดสติ ที่สำคัญ พิษจะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้ผู้ป่วยหยุดหายใจและเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้น หากพบผู้บาดเจ็บจากพิษแมงกะพรุนไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม ให้รีบนำตัวขึ้นจากน้ำทันที และรีบส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลโดยด่วน หรืออาจโทร.แจ้ง สายด่วนกู้ชีพ 1669 ซึ่งในพื้นที่ภาคใต้จะมีศูนย์สั่งการอยู่ที่โรงพยาบาลกระบี่ ซึ่งมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการผู้บาดเจ็บจากแมงกะพรุนกล่องโดยเฉพาะ

“สำหรับ ผู้ป่วยที่ได้รับพิษแมงกะพรุงกล่อง ไม่จำเป็นต้องมีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพราะจะยิ่งทำให้เสียเวลาผู้บาดเจ็บถึงมือหมอช้าขึ้น โดยเมื่อถึงมือแพทย์จะรักษาตามอาการ หากมีอาการช็อกจะให้ยากระตุ้นการทำงานของหัวใจ ส่วนบาดแผลตามร่างกายจะให้ยาแก้แพ้และยาแก้อักเสบ รายที่ไม่รุนแรงมาก รักษา 3-5 วันก็จะหายเป็นปกติ ส่วนรายที่รุนแรง มีแผลคล้อยรอยไหม้ ต้องรักษานาน 7-21 วัน” นพ.บัญชา กล่าว
นพ.บัญชา กล่าวอีกว่า สำหรับวิธีป้องกันการถูกพิษจากแมงกะพรุน คือ ให้สังเกตจุดที่จะลงเล่นน้ำทะเลหากพบว่ามีแมงกะพรุนอยู่ ให้หลีกเลี่ยงและไม่ลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะถูกพิษจากเมืองแมงกะพรุนได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นแมงกะพรุนชนิดใดก็มีพิษเป็นอันตรายต่อร่างกายอยู่ดี
โดย ขณะนี้ มีแนวคิดจะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดภูเก็ต และกระบี่ เป็นต้น พิจารณาหาแนวทางป้องกันพิษจากแมงกะพรุนกล่อง เพื่อป้องกันภัยให้กับนักท่องเที่ยว อาจจะใช้ตาข่ายล้อมจุดเล่นน้ำตามชายหาดต่างๆ เป็นต้น
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องคนร้ายซิ่งเก๋งยิงถล่มอดีตส.จ.คนดังบ้านบึงดับคาเก๋ง
October 29, 2008
คนร้ายซิ่งเก๋งยิงถล่มอดีตส.จ.คนดังบ้านบึงดับคาเก๋งพร้อมคู่หูอดีตนายก อบต.คลองกิ่ว ขณะเดินทางกลับบ้านพักกลางดึก หลังจากไปร่วมงานเลี้ยงที่โรงเรียนคลองกิ่วยิ่งวัฒนา ตำรวจคาดปมสังหารมาจากความขัดแย้งธุรกิจที่ดิน
เหตุการณ์ตาม สังหารคนดังเมืองชลบุรีครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อ พ.ต.ต.ดำรง นามเขต สารวัตรเวร สภ.บ้านบึง ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 28 ตุลาคม เหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตที่บริเวณริมถนนสาย 3138 (บ้านบึง-บ้านค่าย) หลักกิโลเมตรที่ 5-6 หมู่ 1 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าตัว อ.บ้านบึง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงนำกำลังไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุทันที
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีเทา-ดำ ทะเบียน ศฉ 6446 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในป่ากระถินข้างทาง สภาพพังยับเยิน จากการตรวจสอบสภาพรถพบว่า มีร่องรอยถูกยิงเข้าที่บริเวณกระจกด้านหน้าหลายนัด ภายในรถมีผู้เสียชีวิต 2 คน
จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายอุทัย มณีรัตน์โรจน์ หรือ ส.จ.คี้ อดีต ส.จ.ชลบุรี และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติไทย และนายศุภชัย น้าวัฒนไพบูลย์ อดีตนายก อบต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ถูกยิงที่ศีรษะและใบหน้า
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสองคนเดินทางกลับบ้านพักใน อ.บ้านบึง หลังจากไปร่วมงานเลี้ยงที่โรงเรียนคลองกิ่วยิ่งวัฒนา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายขับรถยนต์ตามประกบแล้วชักปืนยิงถล่มเข้าใส่ จนกระทั่งรถของผู้เสียชีวิตทั้งสองคนพุ่งตกลงไปข้างทาง
เบื้องต้นคาดว่า สาเหตุของการสังหารโหดครั้งนี้ น่าจะมาจากปัญหาความขัดแย้งในเรื่องธุรกิจถมดิน หรืออาจจะเป็นเรื่องการเมืองท้องถิ่น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนสอบสวน เพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ประวัติของนายอุทัย มณีรัตน์โรจน์ นั้น ถือว่าเป็นคนหนึ่งที่มีความสนิทสนมกับนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ อดีตคนดัง จ.ชลบุรี นายสง่า ธนสงวนวงศ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี หลายสมัย หลังจากนั้นได้รับการชักชวนให้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดชลบุรี และได้รับเลือกตั้งมาตลอดหลายครั้ง จนกระทั่งถึงปี 2549 ได้ตัดสินใจเลิกเล่นการเมืองท้องถิ่น ก่อนหันมาเล่นการเมืองระดับชาติ ในเดือนเมษายน 2549 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในนามพรรคไทยรักไทย เขต 6 ได้คะแนน 28,750 คะแนน และลงสมัครเพียงคนเดียว แต่การเลือกตั้งในครั้งนั้นถือว่าเป็นโมฆะ
จนกระทั่งการเลือกตั้ง ส.ส.ในปี 2550 นายอุทัยได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคชาติไทย เขต 3 มี ซึ่งมี ส.ส.ได้ 2 คน เขต อ.ศรีราชา (ยกเว้น ต.ศรีราชา ต.สุรศักดิ์ และ ต.ทุ่งสุขลา) อ.บ่อทอง อ.หนองใหญ่ อ.เกาะจันทร์ และ อ.บ้านบึง แต่ประสบความพ่ายแก่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีคู่แข่งคนสำคัญคือ พล.ต.ต.วีระ อนันตกูล นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ หลังจากนั้นได้เตรียมตัวจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในอนาคตอีก คาดว่าจะลงในนามพรรคเพื่อไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเข้าร่วมพรรคการเมือง หวังว่าจะเป็น ส.ส.ในพื้นที่ จ.ชลบุรี
สำหรับธุรกิจส่วนตัวของนายอุทัยนั้น เป็นผู้รับเหมาถมดินรายใหญ่รายหนึ่งใน อ.บ้านบึง และ อ.ศรีราชา ซึ่งในระยะหลังมักจะมีข้อขัดแย้งกับผู้รับเหมารายอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีเรื่องขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ อ.บ้านบึง และ อ.ศรีราชา อีกหลายคน นอกจากนี้นายอุทัยยังเป็นนายหน้าค้าที่ดินอีกด้วย
สำหรับธุรกิจส่วนตัวส่วนใหญ่จะรับจ้างถมดินในพื้นที่ อ.บ้านบึง และ อ.ศรีราชา ช่วงหลังๆ ได้ขัดแย้งกับผู้ประกอบการด้วยกัน ส่วนใหญ่จะไปหักหน้าผู้รับเหมารายอื่นๆ และยังขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ อ.บ้านบึง และ อ.ศรีราชาหลายคน ซึ่งอาจจะเป็นปมขัดแย้งดังกล่าวอาจนำมาสู่การถูกสังหารในครั้งนี้ นอกจากนี้จากการที่เป็นนายหน้าขายที่ดิน ช่วงที่ดินกำลังบูมส่งผลให้นายอุทัยมีฐานะ และเข้าร่วมบริจาคเงินในการช่วยสาธารณประโยชน์จำนวนมากเช่นกัน
ด้านการเมืองนั้น นายอุทัยไม่มีความขัดแย้งกับผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือมีก็ถือว่าน้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง ส.จ.ในพื้นที่ อ.บ้านบึง ระบบรวมเขตเลือกตั้ง หรือลงสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเบอร์เดียว แม้กระทั่งการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ก็ตาม
ส่วนนายศุภชัย น้าวัฒนไพบูลย์ อดีตนายก อบต.คลองกิ่ว เป็นคู่หูและทำธุรกิจร่วมกันกับนายอุทัย และมักจะเดินทางไปไหนด้วยกันเสมอ ในเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองในท้องถิ่นไม่ค่อยชัดเจน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะมาจากความขัดแย้งเกี่ยวกับตัวนายอุทัยมากกว่า
ที่มา คมชัดลึก
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องอนาถ แม่เฒ่าวัย 63 ขึ้นตากผ้าที่ระเบียงพลัดตกลงมาเสียชีวิต
October 20, 2008
วันนี้ (20 ต.ค.) เมื่อเวลา 08.50 น. ร.ต.ท.ทรงณวุฒิ โพธิสาขา พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.ดินแดง รับแจ้งเหตุหญิงผลัดตกจากที่สูง บริเวณแฟลตการเคหะดินแดง แฟลต 59 ซอยประชาสงเคระห์ 15 แขวงและเขตดินแดง จึงรุดไปตรวจสอบที่พร้อม แพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลรามาธิบดี และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบริเวณพื้นหน้าแฟลตดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบศพนางบุญส่ง เปี่ยมพลาย อายุ 63 ปี พักอยู่ที่ห้องเลขที่ 239/3843 ชั้น 2 ของแฟลตดังกล่าว สภาพศพนอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือด สวมเสื้อยืดคอปกสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีเขียวแถบส้ม มีบาดแผลกะโหลกศีรษะด้านหน้าซ้ายแตก
จากการสอบสวนนายสุรินทร์ ทองคำแสง อายุ 68 ปี สามีผู้ตาย ให้การว่า ตนกับผู้ตายอยู่กินมากันประมาณ 30 ปี ก่อนหน้านี้ต่างคนต่างเคยมีครอบครัวกันมาก่อน ปกตินางบุญส่งเป็นคนแข็งแรง จนเมื่อประมาณ 3-4 ปีก่อน เกิดล้มป่วยเป็นอัมพฤกษ์ อวัยวะซีกขวาไม่ค่อยมีแรง แต่ก็ทำการรักษามาอย่างต่อเนื่อง ก่อนเกิดเหตุตนทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนผู้ตายกำลังตากเสื้อผ้าอยู่ที่ระเบียงหน้าห้อง ระหว่างนั้นก็มีเพื่อนข้างห้องวิ่งมาบอกว่าภรรยาพลัดตกลงมาตาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ยาวหน้าระเบียงห้องเพื่อที่จะเอื้อมไปตากผ้า แต่เกิดพลาดพลัดตกลงมาเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะเรียกพยานแวดล้อมาสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องหนูน้อยป.6เล่นปืนลั่นทะลุท้องดับ
October 19, 2008
เมื่อเวลา 12.30 น. พ.ต.ท.เสริมศักดิ์ น้อยสอน สารวัตรเวร สภ.นครไทย จ.พิษณุโลก รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย ว่ามีเด็กถูกอาวุธปืนลั่นใส่ แพทย์กำลังช่วยเหลือชีวิต จึงรุดไปทำการสอบสวน พบมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้านหน้า โดยภายในห้องมีแพทย์พยาบาล และเจ้าหน้าที่ กำลังช่วยเหลือชีวิต ด.ช.วุฒิชัย พรมชัยยา อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนวัดสุวรรณคีรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ อยู่บ้านเลขที่ 216 ม.16 ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก สภาพนอนไร้สติไม่รู้สึกตัว ถูกอาวุธปืนเข้าที่บริเวณท้องตรงสะดือ แพทย์ต้องปั๊มหัวใจช่วยเหลือ และให้น้ำเกลือ แต่เด็กยังไม่รู้สึกตัวอาการโคม่า แพทย์ระบุเด็กขาดออกซิเจนนานเกินไป จากนั้นได้ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลพุทธชินราช แต่เสียชีวิตระหว่างทาง จึงได้นำศพกลับมาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชอีกครั้ง

นางนฤมล พรมชัยยา อายุ 33 ปี แม่ของเด็กให้การว่า ตนเป็นชาว อ.นครไทย ไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพ พร้อมกับพาลูกไปเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนวัดสุวรรณคีรี เขตบางกอกน้อย เมื่อวันที่ 18 ที่ผ่านมา ได้พาลูกชายกลับมาเยี่ยมญาติช่วงปิดเทอม ก่อนเกิดเหตุลูกชายได้ไปเที่ยวเล่นที่บ้านญาติ กระทั่งทราบข่าวว่าลูกชายเล่นปืนจนเกิดลั่นใส่ตัวเอง
สอบสวนนายคำ ธนศรี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 338 ม.26 ต.หนองกะท้าว ให้การว่า ตนเป็นลุงของ ด.ช.วุฒิชัย ก่อนเกิดเหตุกำลังทำกับข้าวมื้อเที่ยง โดยมีหลานประมาณ 3-4 คน รวมทั้ง ด.ช.วุฒิชัย ได้พากันมาเล่นที่บ้าน ทั้งหมดพากันวิ่งเล่นเข้าออกในห้อง กระทั่งได้ยินเสียงดังขึ้น 1 นัดภายในห้องนอน ตนพร้อมกับลูกเขยได้พากันวิ่งไปดู พบ ด.ช.วุฒิชัย นอนฟุบจมกองเลือดและมีปืนแก๊ปล้มอยู่ใกล้ตัว จึงรีบพาไปส่งโรงพยาบาล แต่ระยะทางไกลหลายกิโลทำให้หลานหมดสติไป ส่วนปืนแก็ปยาวเป็นของตนที่เก็บเอาไว้ยิงสัตว์ป่า โดยได้พิงไว้ข้างฝาบ้านภายในห้องนอน ไม่ทราบว่า ด.ช.วุฒิชัยแอบเข้าไปเล่นปืนคนเดียวตอนไหน เด็กส่วนเด็กคนอื่นยังเล่นกันอยู่นอกห้อง
ด้านเจ้าหน้าที่หน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหา เจ้าของปืนแก๊ป กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามกฎหมายต่อไป
ที่มา ข่าวสด
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง