เสื้อแดงสลายการชุมนุม อีก 1 เดือนพบกันใหม่ไม่ชนะไม่เลิกลา กลับบ้านขยายเครือข่าย แกนนำลงพื้นที่ปราศรัยทั่วปท. ปรับแนวต่อสู้ เข้มข้นขึ้นทั้งในสภา นอกสภา เมือง ชนบท และต่างประเทศ ตามหลักสันติวิธี ภายใต้กรอบกม. จนกว่านายกฯจะยุบสภา ลั่นเจอที่ไหนไล่ที่นั่น ไม่มีเจรจา -ประนีประนอม
เตรียมหมายเรียก21พธม.-ไร้ชื่อ”กษิต”
ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกแกนนำและแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มารับข้อกล่าวหากรณีบุกยึกทำเนียบรัฐบาล โดยไม่มีชื่อนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือม็อบเสื้อแดง ที่ปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลเป็นวันที่ 3 ประกาศยกระดับจากการเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ 4 ข้อเปลี่ยนเป็นการขับไล่รัฐบาลแทน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แจ้งว่า พนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียกแกนนำและแนวร่วมพันธมิตร มารับทราบข้อกล่าวหากรณีบุกเข้ายึดทำเนียบ 21 คน ประกอบด้วย 1.นายสนธิ ลิ้มทองกุล 2.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 3.นายสุริยะใส กตะศิลา 4.นายสำราญ รอดเพชร 5.นายสาวิต แก้วหวาน 6.นายวีระ สมความคิด 7.นายกิตติชัย ใสสะอาด 8.นายสุชาติ ศรีสังข์ 9.นายพิภพ ธงไชย 10.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 11.นายอมร อมรรัตนานนท์ 12.นายศิริชัย ไม้งาม 13. นายพิชิต ชัยมงคล 14.นายอำนาจ พละมี 15.นายประยุทธ วีระกิตติ์ 16.นายสมบูรณ์ ทองบุราณ 17.นายประพันธ์ คูณมี 18.นายพิเชฐ พัฒนโชติ 19.นายศุภผล เอี่ยมเมธาวี 20.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และ 21.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก
“สุริยะใส”เชื่อหวังปรามเสื้อแดง
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร กล่าวว่า ทราบว่าตำรวจเตรียมออกหมายเรียก 21 แกนนำพันธมิตรรุ่น 1 และรุ่น 2 มารับทราบข้อกล่าวหาบุกรุกยึดทำเนียบในสัปดาห์หน้า แต่ไม่มีชื่อของนายกษิต การออกหมายเรียกช่วงนี้น่าจะเป็นการปรามไม่ให้คนเสื้อแดงยึดทำเนียบ ตำรวจคงอยากให้คดีกลุ่มพันธมิตรเป็นตัวอย่างว่าหากยึดสถานที่ราชการต้องถูก ดำเนินคดี ทั้งนี้ แกนนำพันธมิตรทุกคนพร้อมสู้คดีตามกระบวนการ จะไม่ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ เมื่อถามว่า ใครยึดทำเนียบต้องถูกจับใช่หรือไม่ นายสุริยะใสกล่าวว่า ใครบุกรุกสถานที่ราชการต้องถูกดำเนินคดี
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า การที่ตำรวจจะออกหมายเรียกแกนนำพันธมิตร 21 คน แต่ไม่มีชื่อนายกษิต แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลดำเนินการตามความต้องการของพันธมิตรทั้งที่นายกษิตมี พฤติกรรมไม่ต่างจาก 21 คนนั้น
โฆษกทบ.แจงส.อ.ถูกม็อบทำร้าย
ส่วนกรณีที่การ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.) หรือม็อบเสื้อแดงรุมทำร้ายทหารรับบาดเจ็บ เพราะคิดว่าเข้ามาแฝงตัวเพื่อก่อกวนการชุมนุมเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.วันที่ 25 กุมภาพันธ์นั้น
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ข้อเท็จจริงคือระหว่างที่ ส.อ.อำนวย ทองรินทร์ และพลทหารวัชระ แสงสีแก้ว สังกัดกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ปฏิบัติภารกิจตามแผนดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่รอบกองทัพภาคที่ 1 อยู่บริเวณหัวมุมกำแพงด้านนอก หลังป้อมยามตำรวจ แยกสวนมิสกวัน เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้บุคคลที่ 3 เข้ามาก่อความวุ่นวายในสถานที่ราชการ โดยทั้ง 2 นายยืนติดตามสถานการณ์ตามปกติ และไม่ได้ยืนเป็นครั้งแรก
“กลุ่มเสื้อแดงเข้ามาถาม ทหารก็บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ดูแลการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ ปรากฏว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาล็อคตัวทหารทั้งสองทันที แต่ล็อคเพียงนายสิบได้คนเดียว ส่วนพลทหารสลัดตัวและวิ่งเข้าไปภายในหน่วยที่ตั้ง โดย ส.อ.อำนวยถูกกลุ่มคนเสื้อแดงทำร้าย ศีรษะแตก ใบหน้ามีรอยฟอกซ้ำบวม ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า” โฆษกกองทัพบกกล่าว
แต่งนอกเครื่องแบบเลี่ยงเผชิญหน้า
พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า จากนั้นพลทหารแจ้งให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ โดย พ.อ.สุชาติ พรหมใหม่ ผบ.มทบ.11 ในฐานะผู้บังคับบัญชาไปติดตามกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง โดยบอกว่า ส.อ.อำนวยเป็นทหารในสังกัดและอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้สร้างความวุ่นวายอะไร ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) บอกว่าให้ดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม และให้ทหารที่ปฏิบัติภารกิจระมัดระวังไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยแบบนี้อีก ทั้งนี้ พ.อ.สุชาติ แจ้งความไว้ที่ สน.ดุสิตไว้แล้ว ยืนยันว่ากองทัพไม่ได้ส่งกำลังทหารเข้าไปแฝงในกลุ่มผู้ชุมนุมตามที่กลุ่ม เสื้อแดงกล่าวอ้าง
ที่มา มติชน
วันนี้ (26 ก.พ.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ดุสิต รายงานเหตุคดีพิเศษเกี่ยวข้องกับความมั่นคงถึง พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.ทราบว่า เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 25 ก.พ. ร.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ โฉมงาม พงส.(สบ 1) สน.ดุสิต รับแจ้ง เหตุร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น เหตุเกิดบริเวณแยกมิกสกวัน แขวงและเขตดุสิต กทม. มีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 3 ราย ประกอบด้วย ส.อ.อำนวย ทองรินทร์ พลฯ วัชระ แสนสีแก้ว นายกิตติศักดิ์ จีนขจร และกลุ่มชายไทยไม่ทราบชื่อและนามสกุล
รายงานระบุว่า ตามวันเวลาที่เกิดเหตุดังกล่าว พลฯ วัชระ แสนสีแก้ว และ ส.อ.อำนวย ทองรินทร์ นายทหารฯประจำกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ซึ่งได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้มาคอยสังเกตการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมคน เสื้อแดงบริเวณรอบกองทัพภาคที่ 1 โดยยืนอยู่ข้างป้อมตำรวจแยกมิกสกวัน ได้มีกลุ่มชายไทยประมาณ 8-10 คน เข้ามาซักถามและขอดูบัตรประชาชน เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 นายแจ้งว่าไม่มีจึงได้ถูกรุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ จึงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานตาม ปจว.ข้อ 1 เวลา 01.00 น.ลงวันที่ 26 ก.พ.
ขณะเดียวกัน ได้มีนายกิตติศักดิ์ จีนขจร ทำหน้าที่การ์ดของกลุ่มชุมนุมคนเสื้อแดงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ว่าขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยที่จุดตรวจค้นคนเข้าออกบริเวณที่ ชุมนุม ด้านถนนพิษณุโลกตัดกับถนนราชดำเนินนอก สังเกตเห็นชายไทย 2 คนใส่เสื้อยืดสีขาว และเสื้อยืดสีฟ้า ยืนอยู่บริเวณใกล้กับจุดตรวจ นายกิตติศักดิ์กับพวกจึงเข้าไปสอบถามแต่ชายไทยทั้ง 2 คนดังกล่าวไม่ตอบและวิ่งหนี นายกิตติศักดิ์จึงเข้าขวางแต่ถูกชายไทยดังกล่าววิ่งชนจนล้มไปกระแทกรั้วของ กองทัพภาคที่ 1 ทำให้นายกิตติศักดิ์ได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายมีอาการบวมเล็กน้อย จึงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานตาม ปจว.13 เวลา 23.00 น.วันที่ 25 ก.พ.
ต่อมาได้มีชายไทยไม่ทราบชื่อจำนวน 2 คน ซึ่งอ้างว่าเป็นการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงได้นำตัวชายไทยไม่ทราบชื่อ พร้อมด้วยหนังสติ๊กไม่มียางยืดสำหรับใช้ยิงจำนวน 1 อัน ลูกแก้วจำนวน 16 ลูก มาพบพนักงานสอบสวน โดยแจ้งว่าพบชายไทยคนดังกล่าวเข้าไปร่วมชุมนุมในกลุ่มคนเสื้อแดง และได้ทำการตรวจค้นตัวพบสิ่งของดังกล่าว เข้าใจว่าชายไทยคนดังกล่าวจะเป็นฝ่ายตรงข้ามที่จะมาก่อกวน ขณะพนักงานสอบสวนสอบถามรายละเอียดเบื้องต้น ปรากฏว่าชายไทยจำนวน 2 คนที่อ้างว่าเป็นการ์ดของกลุ่มคนเสื้อแดงได้พาตัวชายไทยที่พกหนังสติ๊กเดิน ทางออกจาก สน.ดุสิตไป พนักงานสอบสวนจึงลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ปจว.2 เวลา 01.30 น. ลงวันที่ 26 ก.พ. ทั้งนี้ ทั้ง 3 เหตุมี พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ดุสิต พ.ต.ท.สมิต นันท์นฤมิตร พงส.(สบ 3) รรท. รอง ผกก.(สส.) สน.ดุสิต ร่วมทำการสอบสวน
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ม็อบคนเสื้อแดงล้าหลังปักหลักชุมนุมค้างคืน ด้าน”หมอเหวง”วอนให้ผู้ชุมนุมอยู่ปักต่อ แถมปล่อยข่าวตำรวจส่งหน่วยสอดแนมประเมินจำนวนผู้ชุมนุม เตรียมเข้าสลาย
(25ก.พ.) เวลา 06.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกลุ่มผู้ชุมนมแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) ได้ปักหลักชุมนุมค้างคืนอยู่ที่บริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เมื่อคืน ที่ผ่านมา ปรากฎว่าบรรยากาศในช่วงเช้า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ตื่นขึ้นเพื่อเตรียมตัวรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะประกาศว่าจะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบบาลในเวลา 07.00 น. เนื่องจากยังไม่มีการแจ้งเลื่อนกำหนดการเดินเข้าทำเนียบแต่อย่างใด อีกทั้งมีรายงานแจ้งว่านายกฯมีภาระกิจในเวลา 07.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับบรรยากาศบนเวทีปราศรัยนายเหวง โตจิราการ หนึ่งในแกนนำนปช. ได้นำผู้ชุมนุมออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และทำความสะอาดพื้นที่บนพิษณุโลก อย่างไรก็ตามได้มีชุมนุมบ้างส่วนได้เดินทางบ้านหลังจากได้อยู่ปักหลังชุมนุม มาตลอดทั้งคืน ส่งผลให้ในขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมค่อนข้างที่จะบางตา
นพ. เหวง กล่าวปราศรัยในเชิงขอร้องผู้ชุมนุม ว่า ตนไม่อยากให้คนเสื้อแดงอย่าทิ้งพื้นที่ชุมนุม เพราะในขณะนี้ทราบว่ามีความเคลื่อนไหวบางอย่าง คือ นายอภิสิทธิ์ได้ส่งหน่วยหน้าออกสำรวจจำนวนผู้ชุมนุม และได้มีการจัดกำลังจนท.ตร.จำนวนมากออกมาในบริเวณแยกวังแดง ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าจะเป็นการนำกำลังมาสลายการชุมนุมหรือไม่ ดังนั้นหากผู้ชุมนุมคนใดยังไม่จำเป็นจริงๆ ไม่มีธุระสำคัญอะไรก็อย่าเพิ่งกลับบ้าน ให้ช่วยกันกระจายกำลังให้ดต็มที่ เพื่อไม่ให้เป็นการเปิดช่องโหว่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาได้
นายกฯ”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”ไม่สนม็อบเสื้อแดงเข้าทำงานทำเนียบปกติ ก่อนออกไปร่วมงานครบรอบ 79 ปีเอ็นบีที ด้านนครบาลสั่งระดมตำรวจ-ทหารปภ.เข้ม
(25ก. พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังนับพันนายตรึงพื้นที่ถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ฝั่งทำเนียบรัฐบาล โดยมีการนำรถขนผู้ต้องหา 3 คัน ไปจอดขวางถนนบริเวณสะพานอรทัย เพื่อกันกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้ผ่านเข้ามาได้ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะใช้ถนนเส้นนี้ในการเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตามได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้ไปยืนรออยู่บริเวณสะพานอรทัย โดยเตรียมผ้าแดง ตีนตบ ไว้คอยโห่ไล่ ส่วนบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถขนผู้ต้องหากว่า 10 คัน ไปจอดขวางบริเวณถนนราชดำเนินกลางฝั่งขาออกตลอดเส้นทาง โดยเปิดเส้นทางเฉพาะบนสะพานมัฆวานฯฝั่งขาเข้าเท่านั้น พร้อมทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากยืนตั้งแถวรอรับขบวนนายกรัฐมนตรี
จากนั้นเวลา 07.20 น. ขบวนรถนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรียังใช้รถยนต์ประจำตำแหน่ง และมีรถทีมรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรีติดตามมาเพียง 2 คันเท่านั้น โดยนายกรัฐมนตรีออกจากบ้านพัก ซ.สุขุมวิท 29 เมื่อเวลา 07.00 น. โดยใช้ทางด่วนมาทางลงยม ราช แล้วจึงเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสะพานขาว จากนั้นจึงเลี้ยวขวาเข้าถนนลูกหลวงมุ่งหน้ายังสี่แยกนางเลิ้ง จากนั้นจึงใช้เส้นทางเลียบคลองผดุงกรุงเกษมฝั่งวัดโสมนัสราชวรมหาวิหาร เลี้ยวขวาขึ้นสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตัดเข้าเลียบคลองผดุงกรุงเกษมฝั่งทำเนียบรัฐบาล และเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยเข้าประตูทางเข้าที่ 7 ติดกับอาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
จาก นั้นได้ใช้เส้นทางถนนด้านหน้าสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลี้ยวขวาผ่านหน้าตึกสันติไมตรี และอ้อมไปขึ้นด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า อย่างไรก็ตามช่วงที่ขบวนรถนายกรัฐมนตรีผ่านเข้ามายังทำเนียบรัฐบาลแล้ว กำลังเจ้าหน้าที่ทหารได้ตรึงกำลังบริเวณถนนที่ขบวนรถนายกรัฐมนตรีใช้ และมีการจัดกำลังทหารมายืนริมทางทั้ง 2 ด้าน อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีได้นั่งรถมาพร้อมกับนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์
ต่อมาเวลา 07.30 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้ามาทำเนียบรัฐบาล โดยใช้ประตูทางเข้าที่ 7 เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรี แต่ได้ใช้เส้นทางผ่านด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 เพื่อขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า ส่วนคณะกรรมการกทช. ที่มีกำหนดการเข้าพบนายกรัฐมนตรีในเวลา 07.30 น. นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้จอดรถบริเวณถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษมด้านนอกทำเนียบ รัฐบาล และกำลังตำรวจได้นำเดินเท้าเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาลขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า
ส่วนบนเวทีปราศรัย ระหว่างนายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลนั้น แกนนำกลุ่มนปช.ที่อยู่บนเวทีปราศรัย ทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นพ.เหวง โตจิราการ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เพียงแต่มองเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น ว่านายกรัฐมนตรีเดินทางเข้ามาในทำเนียบรัฐบาลแล้วจริงหรือไม่ แต่ไม่ได้มีการประกาศให้ผู้ชุมนุมรับทราบเพื่อโห่ไล่แต่อย่างใด
จากนั้นเวลา 07.45 น. นายณัฐวุฒิ ประกาศบนเวทีว่า ขณะนี้รัฐบาลไม่มีความจำเป็นในการนำกำลังตำรวจและทหารมากั้นผู้ชุมนุมจำนวน หลายชั้น เพราะเรายืนยันไม่บุกเข้าไป โดยนายกรัฐมนตรีสามารถเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาลเมื่อไหร่ก็ได้ เราไม่ขัดขวาง ไม่ใช้ความรุนแรง หรือวิธีการป่าเถื่อนเช่นเดียวกับที่กลุ่มพันธมิตรฯเคยใช้ เพื่อที่จะขัดขวางการเข้ามาทำงานของนายกรัฐมนตรี
จากนั้นเวลา 07.55 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้ามาในทำเนียบรัฐบาล และขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 8.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลโดยใช้ประตู 7 ซึ่งเป็นประตูที่เป็นทางเดียวกันที่ใช้เข้ามาในทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้าที่ ผ่านมา ขบวนรถนายกฯที่เดินทางออกจากทำเนียบ เพื่อเดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์ NBT เพื่อร่วมงานครบรอบ 79 ปี ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
ที่มา คมชัดลึก
(24ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดง ได้เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาลด้านถนนพิษณุโลก และตั้งเวทีชั่วคราวบนเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ปรากฎว่านายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งแกนนำนปช.ได้พยายามปลุกเร้ามวลชนคนเสื้อแดงให้เข้ามาภายในทำเนียบ รัฐบาลให้ได้ โดยให้เข้าทางถนนด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลที่ติดกับคลองเปรมประชากร แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่สามารถฝ่าเข้าตามจุดที่นายณัฐวุฒิได้ประกาศได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินทางมาถึงทำเนียบรับบาล เจ้าหน้าตำรวจที่ได้มีการนำรถบดถนนจำนวน 4 คัน และรถเพลิงจำนวน 3 คัน และรถขนผู้ต้องหาจำนวน 5 คัน มาจอดขวางไว้ พร้อมทั้งนำรั้วลวดหนามมากั้นเป็นแนวกั้นไว้
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ได้พยายามจะปีนรั้วเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาล แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ใช้เครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่ นำไปติดตั้งไว้บนหลังคาตึกสันติไมตรี ประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ และไม่ให้บุกรุกสถานที่ราชการ พร้อมทั้งกำชับว่าเจ้าหน้าที่ภายในทำเนียบรัฐบาลให้บันทึกภาพพร้อมเสียงใน เหตุการณ์ทั้งหมดไว้ อีกทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความอดทนอย่าไปปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมมวล ชน จนกระทั่งในเวลา 12.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปีนข้ามแนวลวดหนามเข้ามาตรงบริเวณถนนด้านหน้าทำเนียบติด กับคลองเปรมประชากร ตรงข้ามตึกไทยคู่ฟ้า และพยายามใช้คีมตัดโซ่ที่คล้องล้อรถบดถนนที่เจ้าหน้าที่นำมาจอดไว้ หลังจากนั้นนายณัฐวุฒิ ได้ประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมทะยอยปีนข้ามเข้ามารวมตัวกันในบริเวณถนนด้านหน้า ทำเนียบรัฐบาล ส่งผลให้ตำรวจและทหารต้องถอยรดออกมาจากบริเวณจุดที่ปักอยู่
จน กระทั่งในเวลา 12.35 น.กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถฝ่าข้ามแนวรั้วลวดหนาม เข้ายึดถนนด้านนหน้าทำเนียบรัฐบาลที่ติดกับคลองเปรมประชากรได้ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่สามารถเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาลได้ จากนั้นแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้ขอแรงชายฉกรรจ์จำนวนมาก เพื่อขยับรถที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาจอดขวางไว้ออกทั้งหมด โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ลากรถคุมขังผู้ต้องหา รถบรรทุกน้ำดับเพลิง และรถบดถนน ออกไปทั้งหมด และได้นำรถคุมผู้ต้องหาหนึ่งคันลากมาจอดบริเวณด้านนอกรั่วตรงกันข้ามกับตึก ไทยคู่ฟ้า
ต่อมาในเวลา 12.45 น.นายจักรภพ เพ็ญแข หนึ่งแกนนำนปช. ได้ปีนขึ้นบนหลังคารถเครื่องเสียง พร้อมประกาศชัยชนะต่อผู้ชุมนุมว่ากลุ่มผู้ชุมนุมสามารถบุกบริเวณหน้าทำเนียบ รัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และประกาศให้ผู้ชุมนุมเแยกย้ายไปพักผ่อน จนกระทั่งในเวลา 13.00 น. หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุม ได้ขยับรถออกจากถนนด้านทำเนียบรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เคลื่อนรถเครื่องเข้ามาจอดที่บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ในขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมได้ ทะยอยเดินทางเข้ามายังถนนด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ริมฝั่งคลองเปรมประชากร โดยสามารถยึดพื้นที่ได้ตั้งแต่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐมาถึงทางเข้าทำเนียบ รัฐบาลหน้าประตู 1
จากนั้นในเวลา 13.10 น. บริเวณด้านในทำนียบ ได้มีการเสริมกำลังทหาร ตามแนวรั้วทำเนียบรัฐบาลตลอดแนว พร้อมทั้งนำรั้วลวดหนาม และรถดับเพลิงจำนวน 8 คันมาจอดขวาง รวมทั้งนำรถพยาบาลจากรพ.วชิระจำนวน 2 คัน เตรียมพร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันบริเวณด้านหน้าตึกบัญชาการ ได้มีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวณชายแดน พร้อมด้วยกระเป๋าเป้เครื่องอุปกรณ์กว่า 100 นายมาประจำการที่ด้านหน้าตึกบัญชาการ 1
ที่มา คมชัดลึก