แจ้งจับ เสธ.แดง ฐานอั้งยี่ซ่องโจร

November 19, 2008



วีระ สมความคิด แจ้งจับ พล.ต.ขัตติยะ ข้อหาเป็นอั้งยี่ซ่องโจรให้ข่าวข่มขู่คุกคามต่อการชุมนุม-จะอุ้มแกนนำ ซัดถูกทัพบกตั้งกก.สอบ แค่แก้เกี้ยวไม่เคยกลัว จึงต้องแจ้งจับสกัดเหตุร้าย

ที่ สน.นางเลิ้ง เมื่อเวลา 14.00 น. นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ภูเบศ เส้นขาว รอง ผกก.(สส.) สน.นางเลิ้ง เพื่อแจ้งความดำเนินคดี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209, 210, 211, 212, 213, 215, 221, 222 และ 309 โดยนำเอกสารสำเนาภาพข่าวจากเว็บไซต์ต่าง ๆ มามอบไว้เป็นหลักฐานด้วย

นายวีระ เปิดเผยว่า เดินทางมาแจ้งความในวันนี้ เนื่องจาก พล.ต.ขัตติยะ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนข่มขู่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตยหลายครั้ง ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน เป็นต้นมา และทุกครั้งหลังจากให้สัมภาษณ์ ก็จะมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นกับกลุ่มพันธมิตรฯ หรือผู้มาชุมนุมถูกทำร้ายร่างกายโดยกลุ่มนักรบพระเจ้าตากที่ พล.ต.ขัตติยะ เป็นคนฝึกด้วยตัวเอง และเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว

ล่าสุด พล.ต.ขัตติยะ ยังออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงข่มขู่ด้วยว่าหากกลุ่มพันธมิตรฯ ยังไม่ออกจากทำเนียบภายในวันที่ 19 พฤศจิกายน จะเจออาวุธหนักและมีระเบิดอีกแน่นอน และยังขู่ด้วยว่าหากเจ้าตัวได้ทำงานให้กับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) ก็จะใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายใน จัดการกับกลุ่มพันธมิตรฯ ให้เสร็จสิ้นภายใน 3 วัน และจับ 5 แกนนำผูกห้อยกับเฮลิคอปเตอร์ไปสอบสวนที่เกาะตะรุเตา จ.สตูล เป็นเวลา 6 เดือน

นายวีระ กล่าวต่อว่า การกระทำของ พล.ต.ขัตติยะ เป็นการกระทำผิดในลักษณะเป็นอั้งยี่ซ่องโจร มีการมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนเพื่อกระทำความผิด มีทั้งการใช้ระเบิดและอาวุธอื่นๆ ทำร้ายผู้ชุมนุม รวมทั้งข่มขู่คุกคามเสรีภาพ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าทุกครั้งที่มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นกับกลุ่มพันธมิตร ทำไมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการเชิญตัว พล.ต.ขัตติยะ มาสอบปากคำแต่อย่างใด ทั้งที่ พล.ต.ขัตติยะ ออกมาให้สัมภาษณ์อยู่ตลอดเวลาว่าจะใช้ระเบิดจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุม

” ถึงแม้เรื่องนี้ ทาง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่มีความเกรงกลัวแต่อย่างใด เหมือนเป็นการสอบสวนเพื่อลดแรงกดดันทางสังคมเท่านั้น ผมจึงต้องเดินทางมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ตามความผิดทั้ง 9 มาตรา เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนที่มาร่วมชุมนุมกับกลุ่ม พันธมิตร” นายวีระ กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.ภูเบศ กล่าวว่า เบื้องต้นจะรับเรื่องไว้ หลังจากนั้นก็จะสอบปากคำผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษอย่างละเอียด รวมทั้งตรวจสอบว่ามีพยานหลักฐานเข้าข่ายความผิดข้อหาใดบ้าง จากนั้นก็รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เสนอผู้บังคับบัญชาระดับสูงพิจารณาต่อไป

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
Advertising

พ่อเลี้ยงบังคับข่มขืนลูกสาวนานนับปี จนตั้งท้องได้ 5 เดือน

July 23, 2008

แม่สุดทนจูงลูกสาวนักเรียนชั้น ม.2 โร่ขึ้นโรงพักแจ้งจับพ่อเลี้ยงบังคับข่มขืนลูกสาวนานนับปี จนตั้งท้องได้ 5 เดือน ซวยซ้ำยังถูกหลานชายพ่อเลี้ยงและเพื่อนรวม 3 คนเรียงคิวในห้องน้ำวัดช่วงวันสงกรานต์ จนตั้งท้องได้ 5 เดือน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม นางนุ้ย (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ชาวบ้าน อ.ไชโย จ.อ่างทอง พาลูกสาวคือ ด.ญ.น้ำฝน (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.อ.ปิยะศักดิ์ ดาวฤกษ์ ผกก.สภ.ไชโย จ.อ่างทอง ให้ดำเนินคดีกับ นายสุชาติ อายุ 39 ปี สามีนางนุ้ย และเป็นพ่อเลี้ยงของ ด.ญ.น้ำฝน ในข้อหาบังคับข่มขืนจนตั้งท้องได้ 5 เดือน นอกจากนั้นยังแจ้งความจับผู้ต้องหาคดีเดียวอีก 3 คน คือ 1.นายสุรเดช อายุ 18 ปี 2.นายวัฒนา ทั้งคู่เป็นหลานชายของนายสุชาติ 3.นายอีป อายุ 18 ปี เป็นเพื่อนของนายสุรเดชและนายวัฒนา

นางนุ้ย ให้การว่า เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เพื่อนบ้านมาบอกว่า ด.ญ.น้ำฝน มีอาการผิดปกติสงสัยจะตั้งครรภ์ จึงเรียกลูกมาสอบถาม ลูกสาวจึงสารภาพว่ากำลังตั้งครรภ์ได้ 5 เดือนแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาลูกสาวก็พยายามจะเก็บเงินเพื่อจะหลบหนีไปอยู่ที่อื่นเพราะทนรับสภาพต่อไปไม่ไหว อีกทั้งยังสงสารตนด้วย ทั้งนี้ลูกสาวเล่าให้ฟังว่าถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนตั้งแต่ยังเรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.1 โดยอาศัยช่วงเวลาเลิกเรียนที่ตนปล่อยให้ลูกสาวอยู่บ้านตามลำพังกับพ่อเลี้ยงเพราะต้องไปทำงาน นายสุชาติยังบังคับ ด.ญ.น้ำฝน ไม่ให้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คนอื่นฟัง หากไม่ทำตามก็จะทำร้ายร่างกาย ตนไม่เคยคิดว่านายสุชาติจะทำลูกสาวได้ลงคอ เพราะนายสุชาติเลี้ยงดูลูกสาวของตนมาตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบ

“หลังเกิดเหตุแล้วลูกสาวกลัวคำข่มขู่ของนายสุชาติจึงไม่ยอมปริปากเล่าให้ใครฟัง ทำให้นายสุชาติได้ใจบังคับข่มขืนเรื่อยมาจนตั้งท้อง 5 เดือน ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือลูกสาวยังถูกหลานชายของนายสุชาติ 2 คน และเพื่อนหลานอีก 1 คน คือ นายสุรเดช นายวัฒนา และนายอีป ร่วมกันบังคับข่มขืนลูกสาวเมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมา” นางนุ้ยกล่าว

นางนุ้ย กล่าวอีกว่า ตนสอบถามนายสุชาติถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ปรากฏว่านายสุชาติปฏิเสธและทำร้ายร่างกายตนจนได้รับบาดเจ็บ จึงตัดสินใจนำเรื่องเข้าแจ้งความต่อตำรวจให้จับกุมตัวทั้งหมดมาดำเนินคดี

ด้าน ด.ญ.น้ำฝน เปิดเผยว่า นายสุชาติพ่อเลี้ยงจะอาศัยโอกาสที่แม่ยังไม่กลับบ้านเข้าหาและบังคับข่มขืนเป็นประจำหลังจากเลิกเรียน และบังคับไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใครไม่เช่นนั้นจะโดนทำร้าย โดยเหตุเกิดเมื่อประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมา ตอนนั้นเรียนอยู่ ม. 1 จนทุกวันนี้พ่อก็ยังบังคับข่มขืนอยู่ แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นเมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ได้ไปเที่ยวสงกรานต์กับเพื่อนๆ และหลานของพ่อ คือ นายสุรเดช นายวัฒนา และนายอีป ระหว่างที่ตนเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำที่วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี เพราะแป้งเข้าตา นายอีปได้เดินตามเข้าไปในห้องน้ำโดยที่ตนไม่ทันได้สังเกต และใช้กำลังข่มขืนตนและข่มขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกใคร

จากนั้นได้เดินทางกลับบ้านระหว่างที่กำลังจะไปรดน้ำญาติอยู่นั้น นายสุรเดชซึ่งบ้านอยู่ติดกันได้เรียกตนไปและบังคับข่มขืน โดยบอกว่าหากไม่ยอมจะเอาเรื่องที่ถูกนายอีปข่มขืนไปเล่าให้แม่และคนอื่นฟัง จึงจำเป็นต้องยอม หลังจากกลับจากรดน้ำญาติแล้ว นายวัฒนาก็มาดักรอและบังคับข่มขืนตนที่บ้านร้างอีก

พ.ต.อ.ปิยะศักดิ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนนางนุ้ย ยังระบุด้วยว่านอกจาก ด.ญ.น้ำฝน จะถูกข่มขืนแล้ว พี่สาวของ ด.ญ.น้ำฝน ก็เคยถูกนายสุรเดชบุกขึ้นบ้านข่มขืนมาแล้ว แต่นางนุ้ยกลัวจึงไม่กล้าแจ้งความ คาดว่าคนร้ายอาจจะได้ใจจึงลงมือทำกับน้องสาวอีก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง