ปิดล้อมพื้นที่โจรใต้เด็ดหัวคนร้ายได้ 2 ศพ
November 7, 2008
วันนี้ (7 พ.ย.) เวลา 05.30 น. พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา และ พ.ท.เฉลิมพร ขำเขียว ผบ.ฉก.15 อ.บันนังสตา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ทหารพราน 41 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกว่า 100 นาย เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นขนำไม่มีเลขที่ ภายในสวนผลไม้ริมคลองน้ำขุ่น บริเวณหมู่ที่ 3 บ.บันนังบูโบ ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จ.ยะลา หลังทราบข่าวว่า กลุ่มของนายอุสมาน สะรีเด๊ะ หัวหน้ากลุ่มอาร์เคเค พร้อมพวกประมาณ 5-7 คนที่เคลื่อนไหวในพื้นที่เข้ามากบดานเพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายต่างๆในพื้นที่ อ.บันนังสตา
ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังจะเข้าทำการปิดล้อมขนำหลังดังกล่าว กลุ่มคนร้ายที่อยู่ในขนำ 5 คน ได้วิ่งออกจากขนำไปทางด้านหลังซึ่งเป็นคลอง แล้วได้ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า และเอ็ม 16 ยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 20 นาที ภายหลังเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พบศพคนร้ายนอนเสียชีวิตอยู่ริมคลอง 1 ราย ทราบชื่อคือนายอุสมาน สะรีเด๊ะ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 284 หมู่ที่ 5 ต.บันนังสตา ข้างลำตัว พบอาวุธปืนสงคราม (AK47) อาก้า 1 กระบอก พร้อมระเบิด MK2 (ระเบิดน้อยหน่า 1 ลูก) ลูกระเบิด M-67 จำนวน 1 ลูก
ห่างจากกันประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่พบศพคนร้ายอีก 1 ศพ ทราบชื่อ นายอับดี เด็ง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 272/1 หมู่ 5 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งเป็นอดีตครูสอนภาษาไทยให้กับชาวบ้านในพื้นที่ตามโครงการของจังหวัดยะลา โดยผู้ตายเป็นลูกชายของนายอิบรอเฮง เด็ง อดีตโต๊ะอีหม่าม หมู่ที่ 5 ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่ภายในน้ำ ทั้งคู่มีสภาพศพถูกยิงเข้าที่บริเวณลำตัว และศีรษะจำนวนหลายนัด
ส่วนคนร้ายที่เหลืออีก 3 คนวิ่งข้ามลำน้ำหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทหารพราน 41 และทหาร ฉก.15 อ.บันนังสตา ยังคงกระจายกำลังออกติดตามไล่ล่า กลุ่มคนร้ายที่หลบหนีไปอย่างกระขั้นชิด และเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้นำ นายมูหะมะ มูฮิ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 223 หมู่ที่ 3 ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เจ้าของขนำ ไปสอบปากคำตามหมาย พรก.ฉุกเฉิน ที่ สภ.บาตูตาโมง อ.บันนังสตา จ.ยะลา เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว

สำหรับ นายอุสมานนั้น เป็นหัวหน้ากลุ่มอาร์เคเค ที่รับผิดชอบในการก่อเหตุในพื้นที่บ้านกาโสด ถึงบ้านถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จ.ยะลา และ ในพื้นที่ อ.ธารโต บางส่วน ซึ่งที่ผ่านมาเคยก่อเหตุยิงชาวไทยพุทธในพื้นที่บ้านถ้ำทะลุ จนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตมาแล้วจำนวนหลายราย และมีหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง Advertisingโจรใต้ลอบวางระเบิดยิงถล่มซ้ำตำรวจเจ็บ 8 นาย
October 26, 2008
นราธิวาส – เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะออกตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ก่อนปะทะเดือดประมาณ 5 นาที เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 8 นาย
วันนี้(26 ต.ค.) เมื่อเวลา 06.30 น.ร.ต.ท.ยศ ชาวเรา ร้อยเวร สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดและยิงถล่มซ้ำรถยนต์สายตรวจ สภ.ปะลุกาสาเมาะ ที่บริเวณกลางถนนหน้าตลาดนัดบ้านแบรอ ม.2 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเดินทางร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุกับ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองวิทยาการ จ.นราธิวาส ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง
เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร และมีเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็ก ทรงกลม หนัก 30 ก.ก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ด้วยการลากสายไฟยาวเข้าไปในป่ารกทึบข้างทาง 100 เมตร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้าข้างทาง
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบรถยนต์สายตรวจยี่ห้อมิตซูบิซิ ทะเบียนตราโล่ 40036 ซึ่งจอดห่างจากหลุมระเบิด 100 เมตร โดยถูกอนุภาพของระเบิดแสวงเครื่องจนตัวถัง กระจก และห้องเครื่องได้รับความเสียหายยับเยิน โดยเฉพาะที่บริเวณป่ารกทึบที่คนร้ายจุดชนวนระเบิด เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจสอบพบถุงปุ๋ย ที่คนร้ายใช้บรรจุระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 1 ใบ ปลอกกระสุนปืนสงคราม อาก้า และเอ็ม 16 ตกอยู่จำนวนกว่า 30 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีอาการหูอื้อและแน่นหน้าอก จำนวน 8 นาย ได้ทยอยเดินทางไปยังโรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อให้แพทย์ทำการปฐมพยาบาลแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ต.ไมตรี ดำบัว รอง สว.ป.สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ได้นำกำลังรวม 8 นาย ขึ้นรถยนต์สายตรวจเพื่อตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ดักซุ่มอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ลอบนำไปฝังไว้กลางถนน และเกิดระเบิดขึ้นขณะที่รถยนต์สายตรวจผ่านมาพอดี แรงระเบิดทำให้รถยนต์สายตรวจเสียหลักตกข้างทาง แล้วกลุ่มคนร้ายยังได้ใช้อาวุธปืนสงคราม อาก้าและเอ็ม 16 ยิงถล่มซ้ำใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นเวลานาน 5 นาที เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุนกลุ่มคนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้พากันล่าถอยไป
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องโจรใต้เหี้ยม ฆ่าชาวบ้าน คางานแต่งงาน
October 22, 2008
เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 20 ต.ค. ร.ต.ท.ครรชิตพล กึนอ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีคนถูกยิงตายในงานมงคลสมรส ที่บ้านบลูกาฮีเล หมู่ 6 ต.บาตง อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.รือเสาะ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารรุดไปตรวจสอบ
ที่ เกิดเหตุมีคนจำนวนมากทั้งแขกที่มาร่วมงาน และชาวบ้านที่มามุงดูศพ พบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ทราบชื่อคือนายอับดุลรอมัน เจ๊ะโดสามะ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/1 บ้านตือโละ หมู่ 7 ต.เรียง อ.รือเสาะ มีบาดแผลถูกยิงที่แขนขวาและหน้าท้องรวม 2 นัด หลังพลิกศพได้นำส่ง รพ.รือเสาะ สอบสวนทราบว่าขณะที่ผู้ตายนั่งกินอาหารอยู่ในงานเลี้ยงฉลองแต่งงาน ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่รถ จยย.มาจอดบริเวณงาน จากนั้นคนซ้อนท้ายลงจากรถเดินปะปนกับชาวบ้าน พอสบโอกาสก็ชักปืนไม่ทราบขนาดออกมายิงใส่ผู้ตายตกจากเก้าอี้ แล้วอาศัยความชุลมุนวิ่งไปขึ้นรถ จยย.หลบหนีไป
อีกราย เกิดในพื้นที่ อ.แว้ง จ.นราธิวาส คนร้าย 2 คน ขี่รถ จยย.ไม่ทราบสี ยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ตามประกบยิงนายอรุณดี รอปี อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 บ้านสายบริษัท หมู่ 5 ต.เกียร์ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ขณะขี่รถ จยย.ฮอนด้า สีดำ ทะเบียน จฐ 105 นราธิวาส ไปตามถนนในหมู่บ้านเตาะแพ หมู่ 1 ต.เอราวัณ อ.แว้ง กระสุนถูกที่ศีรษะ 1 นัด แผ่นหลัง 1 นัด เสียชีวิตคาที่ ซึ่งทั้ง 2 คดีเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดี
ที่ จ.ปัตตานี พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 20 ต.ค. มีคนร้ายราดน้ำมันเบนซินจุดไฟเผาอาคารสำนักงานบริหารราชการประจำตำบลปิตูมุดี หมู่ 5 บ้านปอซัน ต.ปิตูมุดี จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบอาคารดังกล่าวอยู่ห่างที่ทำการ อบต.ปิตูมุดี ประมาณ 10 เมตร เป็นอาคาร 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ เพลิงกำลังลุกโหม รถดับเพลิงใช้เวลาฉีดน้ำประมาณ 30 นาทีจึงควบคุมไว้ได้ อาคารเสียหายหมดทั้งหลัง สอบสวนทราบว่า อาคารดังกล่าวใช้เป็นที่พักของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ขณะเกิดเหตุ ชรบ.กลับไปละหมาด คนร้ายจึงฉวยโอกาสเข้าไปวางเพลิงเผาอาคารเพื่อสร้างสถานการณ์
ส่วนที่ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 21 ต.ค. พ.ต.ท.ปรีดา นาคช่วย รอง ผกก.(สส.) สภ.กะพ้อ ไปสอบสวนนายดอเลาะ ซีบะ อายุ 60 ปี อดีตกำนัน ต.กะรุบี อ.กะพ้อ ยืนหน้าตาตื่นอยู่บนถนนสายกะรุบี-กะพ้อ หมู่ 7 ต.กระบุ ให้การว่า ขณะขี่รถ จยย. มาตามถนนจะกลับบ้าน มีคนร้าย 2 คน ขี่รถ จยย.ตามประกบยิง 4 นัด ดีที่ตนระวังตัวอยู่จึงรีบหักหลบลงข้างทาง ทำให้รถล้มได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และมีชาวบ้านวิ่งมาช่วยคนร้ายเลยรีบหนีไป บนถนนเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุน 9 มม. 4 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน อีกราย นายอับดุลเลาะ สาและ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/5 หมู่ 7 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ขี่รถ จยย.มีภรรยานั่งซ้อนท้ายจะกลับบ้านที่ อ.รือเสาะ มาถึงถนนสายบ้านนัดกูโบ-บ้านแลแวะ หมู่ 2 ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ถูกคนร้าย 2 คนขี่รถ จยย.ไล่ยิง 3 นัด แต่กระสุนไม่ถูกใคร
เวลา 10.00 น. วันที่ 21 ต.ค. ที่ห้องประชุมหลักเมือง ศาลากลางจังหวัดยะลา นายธีระ มินทราศักดิ์ ผวจ.ยะลา เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความ ไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา โดยมีผู้เข้ารับการช่วยเหลือจำนวน 65 ราย เป็นเงิน 4,720,000 บาท แยกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิต 6 ราย ได้รับบาดเจ็บ 23 ราย และประชาชนเสียชีวิต 21 ราย บาดเจ็บ 15 ราย ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ให้ดำรงชีพได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว
ขณะ เดียวกัน พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภ.จ.ยะลา สั่งการให้ พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ มัทยาท สวญ.สภ.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณป่าพรุสาคู หลังหมู่บ้านต้นหยี หมู่ 7 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา เนื่องจากสืบทราบว่านายมะสุกรี อารง แกนนำอาร์เคเค ซึ่งมีหมายจับคดีความมั่นคงหลายคดีพาพวกเข้ามาเคลื่อนไหวหาเสบียงในหมู่บ้าน ปรากฏว่านายมะสุกรีกับพวกไหวทันหลบหนีไปก่อน ทิ้งไว้แต่ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องกระป๋อง อุปกรณ์หุงต้มหลายรายการ นอกจากนั้น ยังพบวิทยุสื่อสารจูนคลื่นความถี่ของราชการหลายหน่วยงานตกอยู่ จึงเก็บรวบรวมไว้เพื่อดำเนินการต่อไป
วัน เดียวกันที่ อ.เบตง จ.ยะลา พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วยนายนพดล สองเมือง นายอำเภอเบตง พ.ท.ธงชัย มีอนันต์ ผบ.ฉก.ยะลา 16 พ.อ.คมกฤษ รัตนฉายา ผก.ฉก.ทพ.41 พ.ต.อ.สมบัติ หวังดี ผกก.สภ.เบตง นำตัวนายถวัลย์ศักดิ์ แปแนะ และนายมุกตาร์ มาหะ 2 ผู้ต้องหาวางระเบิดธนาคารใน อ.เบตง เข้าชี้จุดซุกซ่อนวัตถุระเบิดและเสบียง 3 จุดในพื้นที่หมู่ 8 บ้านบูเก็ตลาลัง ต.ยะรม และหมู่ 8 บ้านสะกำ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง ใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง สามารถยึดเสบียงอาหาร ข้าวสารผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน และถ่านหินลิกไนต์ที่ใช้เป็นส่วนประกอบระเบิดแสวงเครื่อง โดยนายมุกตาร์เปิดเผยว่า ถ่านหินลิกไนต์พบโดยบังเอิญ จึงลองนำมาบดละเอียดผสมกับเชื้อปะทุและวัสดุอย่างอื่นอัดใส่กระป๋องสเปรย์ ระงับกลิ่นกายทำเป็นระเบิด ที่ผ่านมาได้ใช้ระเบิดดังกล่าวทั้งก่อกวนและเป็นระเบิดสังหารในพื้นที่ อ.เบตง อ.บันนังสตา และในตัวเมืองยะลา
ที่มา ไทยรัฐ
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องหนูน้อย 1 ขวบถูกโจรใต้ยิงตายอนาถ
October 19, 2008
ตำรวจ กล่าวว่า หนูน้อยคนดังกล่าวเสียชีวิต หลังกลุ่มโจรใต้ได้เปิดฉากยิงใส่พ่อของหนูน้อย บริเวณหน้าบ้านพักในจังหวัดปัตตานี เมื่อคืนวันเสาร์ (18) ขณะที่ผู้เป็นพ่อ วัย 32 ปี ได้รับบาดเจ็บ

เอเอฟพี รายงานด้วยว่า เหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเกือบ 5 ปีที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 3,400 ราย หลังมีการรวมดินแดนสุลต่านดังกล่าวเป็นของไทย เมื่อปี 1902
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากลุ่มโจรใต้จะไม่ได้พุ่งเป้าไปที่เด็กๆ แต่ก็มีเด็กจำนวนหนึ่งที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วง ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ โรงเรียน และครู ตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดน หลังกลุ่มโจรกล่าวหาว่ามีการใช้ระบบการเรียนการสอนซึ่งเน้นไปที่การปลูกฝัง วัฒนธรรมไทยพุทธ ขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นชาวมุสลิม และชนกลุ่มน้อยเชื้อสายมาเลย์
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
โจรใต้เย้ยตำรวจบาเจาะจุดชนวนระเบิดฆ่าทหารหลังโรงพัก
October 13, 2008
(13ต.ค.) เวลา 07.00 น. ขณะที่ ร.ต.อ.สุชาติ หมีลำพอง ร้อยเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส กำลังปฏิบัติหน้าบน สภ.ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นที่บริเวณหลัง สภ.บนถนนสายบาเจาะ-บ้านทอน เขตเทศบาลตำบลบาเจาะ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับพ.ต.อ.จำลอง งามเนตร ผกก.สภ.บาเจาะ น.ท.นึกอนันต์ แสนอุบล ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 ร.ต.ท.หญิง กาญจนา เสริมแสง รอง สว.กองวิทยาการ จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า ที่บริเวณโคนต้นชมพู่หน้าร้านซ่อมรถ จยย.เลขที่ 10/7 ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายลอบนำระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ไปวางซุกไว้มีสภาพถูกอนุภาพของระเบิด จนกิ่งต้นชมพู่หัก และสะเก็ดระเบิดได้แพร่กระจายไปสร้างความเสียหายต่อร้านซ่อมรถ จยย. โดยประตูและหลังคาได้รับความเสียหายเป็นรูพรุน และมีชาวบ้านจำนวน 2 คน ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยยืนอยู่หน้าร้าน คือ 1.นางฟาตีเมาะ ตาและ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 ม.8 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส 2.นางฟารีดา อาลีซู อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 ถ.เพชรเกษม เขตเทศบาลตำบลบาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบาเจาะอย่างเร่งด่วน และได้กระจายกำลังกันเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุไปตรวจสอบ
ด้าน น.ท.นึกอนันต์ แสนอุบล ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 ได้นำกำลังเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 6 คน พร้อมทั้งโทรศัพท์มือถือ ไปทำการสอบสวนที่ฐานปฏิบัติการณ์ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 และหากพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นกับเหตุการณ์ท ี่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จะทำการปล่อยตัวกลับไป
จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่ พ.จ.อ.ศราวุธ แดงประดับ อายุ 45 ปี หน.ชุดกองร้อยปืนเล็กที่ 2 ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 พร้อมพวกรวม 6 คน กำลังเดินเพื่อไปรับพระวัดอุไรรัตนารามเดินกลับวัดหลังจากที่ได้ออกไป บิณฑบาตที่ตลาดบาเจาะ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ และได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ใต้โคนต้นชมพู่หน้า ร้านซ่อมรถ จยย. จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
แต่อนุภาพการทำลายล้างของระเบิด ได้แพร่กระจายไปด้านหน้าร้านซ่อมรถ จยย. ส่งผลทำให้ชาวบ้านถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ 2 คน ส่วนทหารปลอดภัย ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ร้ายของกลุ่มผู้ไม่หวังดี.
ที่มา คมชัดลึก
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง