“ในหลวง” ทรงแนะหาวิธีการกักเก็บน้ำจากภูเขา จ.จันทบุรี ก่อนไหลลงสู่ทะเลเพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในภาคอุตสาหกรรมที่ จ.ระยอง ขณะที่การวิเคราะห์ค่าความเบี่ยงเบนของสถิติน้ำทะเลคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำฝน ในปี 2552 อาจมากกว่าปี 2551 จึงควรวางแผนการเพาะปลูก พร้อมเตรียมรับมืออุทกภัยล่วงหน้า
เมื่อ เวลา 17.53 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการบริหารสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายรอยล จิตรดอน กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารสถาบัน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อกราบบังคมทูลรายงานสรุปสถานการณ์น้ำประเทศไทยปี 2551 การคาดการณ์สภาพอากาศประเทศไทยปี 2552
รวมทั้งความก้าวหน้าโครงการแก้มลิงอเนกประสงค์คลองสนามชัย มหาชัย กรุงเทพมหานคร-สมุทรสาคร และผลการประกวดการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ครั้งที่ 2 ที่ชุมชนทั่วประเทศได้น้อมนำแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้จนเกิดผลสำเร็จ กับรับพระราชทานพระราชดำริเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของสถาบัน
ใน การนี้มีพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคอุตสาหกรรมที่ จ.ระยอง โดยหาวิธีการกักเก็บน้ำจากภูเขาที่ จ.จันทบุรี ก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลมาใช้ในการแก้ไขปัญหา และจากการวิเคราะห์ติดตามค่าความเบี่ยงเบนของสถิติน้ำทะเลได้มีการคาดการณ์ ว่าปริมาณน้ำฝนในปี 2552 อาจจะเท่ากับ หรือมากกว่าปี 2551 จึงควรวางแผนการเพาะปลูก และเตรียมรับมืออุทกภัยล่วงหน้า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์นำผ้าห่มพระราชทาน แจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยหนาวในลำปาง
นายสามารถ ลอยฟ้า รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง ได้เป็นตัวแทนของจังหวัดลำปาง ให้การต้อนรับประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์และทีมงานที่นำผ้าห่มกันหนาวมา มอบให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง
ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใย ราษฎรในถิ่นทุรกันดาร โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่ขณะนี้กำลังประสบกับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ เกือบทุกพื้นที่ จึงทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ นำผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน มามอบให้กับราษฎรในพื้นที่ อ.สบปราบ จ.ลำปาง จำนวน 1,000 ผืน ณ โรงเรียนนายางวิทยา ต.นายาง อ.สบปราบ จ.ลำปาง โดยมีนายดิสธร วัชโรทัย ประธานมูลนิธิฯ เป็นประธานมอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 1,000 ผืน ให้แก่ราษฎรในพื้นที่อ.สบปราบ จำนวน 3 ตำบล ได้แก่ ต.นายาง ต.แม่กัวะ ต.สบปราบ จ.ลำปาง
สำหรับ อ.สบปราบ ถือเป็นอำเภอเล็ก อยู่ทางตอนใต้ของลำปาง มีประชากรประมาณ 30,000 คน พื้นที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะล้อมรอบด้วยเทือกเขาทำให้อากาศในบริเวณดัง กล่าวหนาวเย็นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะด้านตะวันออก ตะวันตกและเหนือ จะมีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 10-17 องศาเซลเซียส
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสแก่ผู้พิพากษาศาลยุติธรรม ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ใช้กฎหมายอย่างยุติธรรม ไม่เอนเอียง เพื่อเป็นหลักประกันความสงบ ความอยู่เย็นเป็นสุขของชาติ และเป็นความหวังในอนาคตของบ้านเมือง
เมื่อเวลา 17.27 น. วันที่ 9 มกราคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณ ท้องพระโรงศาลาเริง วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา นำผู้พิพากษาประจำศาล สำนักงานศาลยุติธรรม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ ในโอกาสนี้ นายพินิจ สุเสารัจ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายวิชัย อริยะนันทกะ เลขาธิการประธานศาลฎีกา และนายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสเพื่อเป็นแนวทางแก่คณะผู้พิพากษาประจำศาลสำนักงานศาลยุติธรรม ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำปฏิญาณด้วยความเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ สุจริตอย่างเคร่งครัด เพราะศาลเป็นองค์กรที่ประกันความอยู่เย็นเป็นสุขของประเทศชาติ
” ข้าพเจ้ายินดีที่ได้ฟังท่านเปล่งคำปฏิญาณด้วยความเข้มแข็ง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับผู้ที่เป็นผู้พิพากษา และแสดงว่าท่านตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ สุจริต ผู้พิพากษา โดยเฉพาะผู้พิพากษาศาลสูงสุด ถ้าทำตามคำปฏิญาณก็มีความหวังว่าประเทศชาติจะอยู่ได้อย่างสงบสุข เพราะว่าประเทศต้องมีกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดและปฏิบัติอย่างเข้มแข็ง สำหรับให้ประเทศชาติอยู่เย็นเป็นสุข ศาลเป็นองค์กรที่เป็นประกันความอยู่เย็นเป็นสุขของประเทศชาติ ถ้าไม่มีความยุติธรรมในประเทศ คนก็จะอยู่ไม่ได้ ถ้าคนอยู่ไม่ได้ ก็ไม่มีประเทศชาติเหลืออยู่ ท่านเป็นประกันของความสงบสุขนี้ ความสงบสุขนี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใดต้องมีความสงบสุข ถ้าไม่มีความสงบสุขก็ทำงานไม่ได้ ฉะนั้นจะเห็นได้ว่า ท่านเป็นประกันของความสบาย ความสงบของประเทศชาติ
ถ้าท่านตั้งใจอย่างที่ปฏิญาณ ประเทศชาติก็จะไปได้รอด ได้ดี โดยเฉพาะศาลฎีกานั้นเป็นองค์กรที่เป็นประกันของความอยู่เย็นเป็นสุขของ ประเทศ ถ้าท่านทำได้ดี ก็จะทำให้มีความสำเร็จของแต่ละท่าน การที่ท่านได้เรียนรู้มาแล้วนำมาปฏิบัติในฐานะนักกฎหมายที่ทำหน้าที่ผู้ พิพากษานั้น เป็นคนที่จะเป็นประกันของความยุติธรรม ความยุติธรรมนั้น ยุติ ก็คือ หยุดในธรรมะ คือหยุดสิ่งที่ดีไม่เฉไฉไปทางซ้าย ทางขวา ตรงไปตรงมา สำหรับท่านต้องมีความรู้ ที่ได้เรียนมาและสำคัญที่สุดที่ท่านตั้งใจจะใช้ความยุติธรรมใช้กฎเกณฑ์และ กฎหมาย ถ้าทำได้ดี ท่านก็ทำสำเร็จในงานที่ตั้งใจจะทำที่ท่านได้ปฏิญาณ เชื่อว่าท่านจะมีส่วนสร้างให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข
ฉะนั้นการที่ท่านได้มาปฏิญาณตน เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะท่านได้ทำตามที่ท่านตั้งใจไว้แต่ต้นและท่านจะได้ปฏิบัติตามที่ท่าน เรียนมาและตั้งใจมาทำหน้าที่ ทุกครั้งที่เห็นผู้พิพากษา โดยเฉพาะศาลฎีกามาปฏิญาณตนว่า จะทำดีตรงไปตรงมา ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า มีความหวังในอนาคตของประเทศ ถ้าผู้พิพากษาจะทำดี ประเทศชาติ ก็จะอยู่ได้และความมุ่งมั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เท่ากับฝากไว้กับท่านที่จะทำได้ดีเป็นอันว่าท่านจะได้สำเร็จในงานการที่ ตั้งใจ ขอให้ท่านรักษาความตั้งใจนี้ ตั้งแต่ต้นและตลอดไปในการงาน
ขอให้ท่านตั้งใจทำงานด้วยความเข้มแข็งเพื่อให้ชาติ บ้านเมือง อยู่เย็นเป็นสุข ต้องพยายามทำให้ตรงหลักวิชา และที่ตั้งใจ หมายความว่า ต้องมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติงานนี้ ทำหน้าที่ได้ดี ถ้าทำหน้าที่ได้ดีก็จะมีความสุข ความพอใจเองได้ ขอให้ท่านปฏิบัติหน้าที่ตลอดไป ตลอดเวลาที่ท่านมีชีวิตอยู่ ผู้พิพากษาไม่ได้มีหน้าที่เฉพาะในโรงศาลเท่านั้น แต่มีหน้าที่เป็นบุคคลของประเทศชาติ เป็นตัวอย่างของคนตั้งใจดี ถ้าตั้งใจดี ท่านก็จะมีความพอใจที่ได้เป็นคนดี จะช่วยให้คนอื่นอยู่เย็นเป็นสุขได้ ขอให้ท่านสามารถปฏิบัติงานตลอดไปในทุกโอกาส ทุกขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่ ทุกวัน ทุกเวลา ทุกแห่งที่ท่านรักษาและท่านทำหน้าที่ ถ้าทำไม่ได้จะทำลายส่วนรวมได้
ขอขอบใจท่านที่ตั้งใจทำเพื่อความยุติธรรมของบ้านเมืองในสิ่งที่ ท่านตั้งใจเอาไว้ ขอให้ท่านสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด ท่านจะมีความสุขโดยที่ท่านตั้งใจไว้ ท่านจะมีความสุขอย่างยิ่ง ขอขอบใจที่ท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ขอให้ปฏิบัติหน้าอย่างไม่ย้อท้อ ขอให้มีความสุขในหน้าที่การงาน ขอขอบใจอีกครั้งที่ท่านตั้งใจอย่างนี้และให้มีความสำเร็จในงานการ “
ในหลวงพระอาการดีขึ้นตามลำดับ พระปรอท (ไข้) ลดลงปกติแล้ว เสวยพระกระยาหารอ่อนได้มากขึ้น ทำให้กำลังพระวรกายเพิ่มขึ้น เผยผลตรวจพระโลหิต-พระเสมหะไม่พบเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียที่ก่อโรครุนแรงในระบบการหายใจ ด้านมุสลิมปัตตานีละหมาดเฉลิมฉลองรายอฮัจยี พร้อมขอพรให้ในหลวงหายจากพระอาการประชวร
เมื่อเวลา 20.10 น. วันที่ 8 ธันวาคม สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 4 เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร ความว่า คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รายงานพระอาการประชวรว่า พระปรอท (ไข้) ลดลงเป็นปรกติแล้ว ยังทรงพระกรรสะ (ไอ) เล็กน้อย เสวยพระกระยาหารอ่อนได้มากขึ้น ทำให้มีกำลังพระวรกายเพิ่มขึ้น คณะแพทย์ได้ขอพระราชทานงดถวายน้ำเกลือผสมน้ำตาลและพระโอสถปฏิชีวนะ
ผล การตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาของพระโลหิตและพระเสมหะบ่งว่า ไม่พบเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย ที่ก่อโรครุนแรงในระบบการหายใจ คณะแพทย์ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่าพระอาการประชวรจะดีขึ้นเป็นลำดับ และได้ขอพระราชทานให้พักฟื้นพระวรกายต่อไปอีกสักระยะเวลาหนึ่งจนกว่าพระ อาการประชวรจะหายเป็นปรกติ โดยสำนักพระราชวังจะได้ยุติการออกแถลงการณ์เพียงฉบับนี้
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 07.00 น. ที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี และมัสยิดอื่นๆ ทั่ว จ.ปัตตานี โดยเฉพาะ อบจ.ปัตตานี จัดพิธีละหมาดที่สนามกีฬากลางจังหวัดปัตตานี เนื่องในวันตรุษอีดิ้ลอัฎฮา หรือวันฮารีรายอฮัจยี หมายถึง วันรื่นเริงเฉลิมฉลอง ปีฮิจเราะห์ศักราช 1429 โดยทุกคนได้ร่วมใจเป็นหนึ่งเพื่อขอพรต่อพระผู้เป็นเจ้า ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ซึ่งมีชาวไทยผู้นับถือศาสนาอิลามทั้งชาย หญิง และเด็ก ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
นาย ยะโก๊ป หร่ายมณี อิหม่ามประจำมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ถือเป็นวันเฉลิมฉลองเนื่องในวันตรุษอีดิ้ลอัฎฮา ของพี่น้องมุสลิมทั่วทุกมุมโลก และในวันนี้ถือเป็นสิริมงคลที่สุดของพี่น้องมุสลิม ที่รวมใจเป็นหนึ่งเดียวร่วมขอพรต่อพระผู้เป็นเจ้า ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน ซึ่งชาวไทยมุสลิมมีความเป็นห่วงเป็นใยต่อพระองค์ท่าน ที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อพี่น้องชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ที่พระองค์ท่านเสด็จฯ มาเยี่ยม พร้อมมีพระราชกระแสรับสั่งให้ขยายมัสยิด นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงต่อพี่น้องมุสลิม
ที่มา คมชัดลึก
คณะแพทย์รายงานพระอาการประชวรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั่วไปดีขึ้น ไข้ลดลง เจ็บพระศอน้อยลง เสวยพระกระยาหารอ่อนได้ ผลตรวจพระโลหิตอักเสบลดลง
สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวร ความว่า คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รายงานพระอาการประชวรว่า พระอาการโดยทั่วไปดีขึ้นเป็นลำดับ พระปรอท (ไข้) ลดลงอีกจากเมื่อวันวาน จนบางเวลาถึงระดับปกติ เจ็บพระศอ (คอ) น้อยลง เสวยพระกระยาหารอ่อนได้ ผลของการตรวจพระโลหิตติดตามพระอาการเมื่อวานนี้ เสดงว่าการอักเสบลดลง จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ขณะที่การจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ซึ่งเป็นงานรัฐพิธีที่รัฐบาลจัดขึ้นในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในปีนี้ได้ย้ายสถานที่จัดงาน จากที่เคยจัดเป็นประจำทุกปีที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล มาเป็นหอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 7 ธันวาคม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา พร้อมผู้นำเหล่าทัพ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในชุดแต่งกายเต็มยศ รวมทั้งเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ประจำประเทศไทย พร้อมกันที่หอประชุมกองทัพเรือ
จากนั้นเมื่อเวลา 19.09 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จไปยังหอประชุมกองทัพเรือ เพื่อทรงร่วมงานวันสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม และทรงเป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทอดพระเนตรการแสดงการจุดพลุและดอกไม้ไฟเฉลิมพระเกียรติ ณ บริเวณด้านหอประชุมกองทัพเรือ จากนั้นเสด็จกลับ
ที่มา คมชัดลึก