จับขโมยโน้ตบุ๊ก โย ยศวดี - เอ อัญชลี
July 31, 2008
ตำรวจสมุยรวบพนักงานโรงแรมขโมยโน้ตบุ๊กและทรัพย์สินของ 2 พี่น้องดารานางแบบชื่อดัง โย ยศวดี - เอ อัญชลี ถึงในห้องพักโรงแรม สารภาพทำมาแล้ว 2 ครั้ง
นางแบบสาวสองพี่น้องชื่อดังเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 30 ก.ค. 2551 พ.ต.ท.ไพโรจน์ ไพรวัล สว.สส.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุม นายนพรัตน์ บุญเกิด อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาเดิม อยู่บ้านเลขที่ 17 ม. 2 ต.โคกภู อ.ภูพาน จ.สกลนคร ผู้ต้องหาลักทรัพย์
พร้อมของกลางโน้ตบุ๊ก ยี่ห้อโซนี่ 1 เครื่อง ไอพ็อต 2 ตัว กล้องถ่ายรูปโซนี่ 1 ตัว เครื่องเล่นเกมส์โซนี่ 1 ตัว พร้อมด้วย ยูเอสบี อีก 2 ตัว โดยของกลางดังกล่าวเป็นของดารานางแบบสาวชื่อดัง โย ยศวดี กับ เอ อัญชลี หัสดีวิจิตร โดยนำของกลางไปซุกซ่อนไว้ในพงหญ้า หลังบ้านพักคนงานก่อสร้าง ใน ม. 5 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย
นายนพรัตน์ ให้การว่า เป็นพนักงานฝ่ายช่าง ที่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง ใน ม. 4 ต.บ่อผุด เคยก่อเหตุเข้าไปขโมยทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาพักที่โรงแรมมาแล้ว 2 ครั้ง และเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมาได้เข้าไปขโมยโน้ตบุ๊กและเครื่องเล่นไอพอต ที่ห้องพักเลขที่ 603 โดยไม่ทราบว่าห้องพักดังกล่าวเป็นห้องของ น.ส.อัญชลี หัสศดีวิจิตร หรือ เอ และ น.ส.ยศวดี หัสศดีวิจิตร หรือโย สองพี่น้องนางแบบสาวชื่อดังที่เข้าพักภายในโรงแรม
หลังจากที่ได้ก่อเหตุแล้ว ได้นำของทั้งหมดไปซุกซ่อนเอาไว้ที่พงหญ้า หลังบ้านพักพนักงานโรงแรมเอาไว้รอให้เรื่องเงียบเสียก่อน จึงจะเอาไปขายต่อ แต่มาถูกตำรวจจับกุมได้เสียก่อน Read more
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง Advertisingรถไฟชั้น 3 ฟรี ไม่ใช่ทุกขบวน
July 31, 2008
ผู้โดยสารรถไฟยะลายังสับสน ขึ้นฟรีชั้น 3 ในเส้นทางใดบ้าง ขณะที่นายสถานียะลาแจงขึ้นฟรีเฉพาะเส้นทางรถท้องถิ่นบริการสังคมเท่านั้น สั่งเพิ่มมาตรการ รปภ. เข้ม ด้านรถไฟเชียงใหม่เตรียม 3 โบกี้ รับมาตรการขึ้นรถฟรี
สถานีรถไฟยะลา
วันนี้ (30 กรกฎาคม) นายชวนะ ชุมนุมพันธ์ นายสถานีรถไฟยะลา เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้ รถไฟชั้น 3 หรือ ที่เข้าใจง่ายๆ คือ รถท้องถิ่นบริการสังคมที่วิ่งระยะสั้นๆ จะให้บริการฟรี ทั้งนี้ประชาชนยังเข้าใจผิดว่า ฟรีในทุกเส้นทาง ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ ขบวนรถชั้น 3 ที่วิ่งพ่วงกับรถด่วน รถเร็วนั้น ก็ยังคงจะต้องเสียค่าโดยสารตามปกติ เช่นเส้นทางรถเร็วยะลา - กรุงเทพ รถด่วนยะลา - กรุงเทพ ชั้น 3 ก็ยังคงเสียค่าโดยสารตามปกติ
สำหรับรถโดยสารท้องถิ่น ที่วิ่งให้บริการผ่านเส้นทางสถานียะลา ก็มีจำนวน 8 ขบวน ที่สามารถขึ้นโดยสารได้ฟรี โดยขบวนแรกที่จะให้บริการในวันที่ 1 สิงหาคม คือ ขบวนที่ 456 ยะลา - นครศรีธรรมราช และขบวน 453 ยะลา - สุไหงโกลก ออกเดินทางเวลา 06.30 น.
“สำหรับผู้โดยสารที่จะขึ้นเดินสารกับขบวนรถในเส้นทางท้องถิ่น สามารถขึ้นโดยสารโดยไม่ต้องมารับตั๋วโดยสารก่อนแต่อย่างใด ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยเบื้องต้น ปกติก็มีมาตรการในการดูแลความเรียบร้อยในส่วนนี้อยู่แล้ว ทางการรถไฟก็ได้สั่งการมาเช่นกัน ให้ดูแลความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ตรวจสอบผู้โดยสารให้เข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าจะมีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก เนื่องจากในขณะที่เสียค่าโดยสารตามปกติ ก็มีประชาชนมาใช้บริการโดยสารเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเย็นวันศุกร์และเช้าวันเสาร์ ที่จะค่อนข้างหนาแน่น แต่ก็เชื่อว่าจะสามารถให้บริการได้” นายสถานีรถไฟยะลา กล่าว
สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช
ด้าน นายบรรจบ เพชรช่วย นายสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 สิงหาคม 2551 ส่วนของสถานีนครศรีธรรมราช พร้อมให้บริการเต็มที่แต่หลักการ คือ ให้บริการชั้น 3 ฟรีเฉพาะรถท้องถิ่น คือ โลคอลแอเรีย คือรถไฟที่เดินรถในภูมิภาค ไม่มีค่าธรรมเนียมเท่านั้น ส่วนรถชนิดที่มีค่าธรรมเนียมเดินรถนั้น ให้บริการตามปกติ แต่ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าโดยสารตามปกติเหมือนเดิม ไม่ได้บริการฟรี
คือ เส้นทางสายนครศรีธรรมราช - กรุงเทพ ทั้งขบวนรถเร็วและขบวนรถด่วน ทั้งสองขบวนต่อวันผู้โดยสารจะต้องจ่ายเงินค่าโดยสารตามปกติ ส่วนรถขบวนอื่นๆ เช่น ขบวนนครศรีธรรมราช พัทลุง ยะลา หรือสุไหงโกลก ที่เดินรถภายในภาคใต้ไม่ต้องชำระค่าโดยสาร สามารถขึ้นโดยสารได้ทันทีโดยที่จะมีเจ้าหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบยอดผู้ใช้บริการ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่การรถไฟรายหนึ่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยปกติเป็นธรรมชาติของผู้โดยสารรถไฟอยู่แล้ว โดยเฉพาะสายท้องถิ่นในต่างจังหวัดนอกจากกรุงเทพ ผู้โดยสารจะมีน้อย และเป็นตู้โดยสารชั้น 3 ทั้งขบวนอยู่แล้ว ผู้โดยสารจะนิยมเดินทางโดยรถโดยสารมากกว่าเพราะรวดเร็วกว่ามาก เช่น นครศรีธรรมราช - ยะลา จะใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง แต่คาดว่าหากไม่คิดค่าโดยสารจะทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักศึกษาจากภาคใต้ตอนล่าง ที่ศึกษาอยู่ที่นครศรีธรรมราช
สถานีรถไฟเชียงใหม่
ด้าน นายสมพงษ์ บุตรคุณ นายสถานีรถไฟเชียงใหม่ กล่าวว่า การให้บริการรถไฟฟรีของสถานีรถไฟเชียงใหม่ ได้จัดเตรียมขบวนรถไฟชั้น 3 ออก เดินทางจากสถานีเชียงใหม่ไปถึงสถานีนครสวรรค์ วันละ 1 ขบวนจำนวน 3 ตู้โดยสาร ออกเดินทาง เวลา 09.20 น. ทุกวัน โดยในแต่ละวันจะรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 210 ที่นั่ง ส่วนขาขึ้นผู้โดยสารจะต้องตรวจสอบเวลาของสถานีต้นทาง ที่จะขึ้นในในแต่ละสถานีเอง
อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีประชาชนให้ความสนใจใช้บริการไม่มากนัก โดยส่วนใหญ่น่าจะเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยได้ขึ้นรถไฟ และถือโอกาสขึ้นไปเที่ยวยังจังหวัดต่างๆ ตามเส้นทาง ส่วนประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่จำเป็นต้องใช้บริการจริงๆ คงมีเป็นส่วนน้อย ต่างจากในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีประชาชนบางส่วนใช้บริการรถไฟเป็นหลัก ทำให้มั่นใจว่าจำนวนที่นั่งที่เตรียมไว้ของ สถานีเชียงใหม่จะเพียงพอในแต่ละวัน
ด้าน นางสาวณวพร ศักดาศรี ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า แม้จะเป็นโอกาสดีที่ผู้มีรายได้น้อยจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่เส้นทางและเวลาของขบวนรถไม่ได้เอื้ออำนวยอย่างเต็มที่ เช่น หากจะเดินทางจากสถานีเชียงใหม่ไปยังกรุงเทพฯ มีปลายทางแค่นครสวรรค์ หลังจากนั้นผู้โดยสารต้องไปวางแผนเองว่า ข้างหน้าว่าจะมีรถต่อไปในช่วงเวลาใด
ทั้งนี้ตลอด 6 เดือน ที่จะได้นั่งรถไฟฟรี เชื่อว่าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ใช้โอกาสขึ้นรถไฟเที่ยวมากกว่ากลุ่มที่มีรายได้น้อย และมีความจำเป็นจริงๆ สุดท้ายแล้วมองว่านโยบายนั่งรถไฟฟรีไม่ได้เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริงและทั่วถึง แต่มีผู้ที่ได้รับประโยชน์เพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น แต่หากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชนทั่วประเทศ ควรหาทางลดค่าโดยสารรถทัวร์ ซึ่งถือเป็นการเดินทางหลักของประชาชนโดยเฉพาะในต่างจังหวัดมากกว่า
อย่างไรก็ตาม นายไพรัช โรจน์เจริญงาม ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์และบริการท่องเที่ยว การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รถไฟฟรีจะติดป้ายสีเขียวข้างตู้โดยสารทุกตู้ มีตัวอักษรสีขาวว่า”รถไฟฟรี เพื่อประชาชน” ในขบวนจะพ่วงด้วยรถชั้น 3 ล้วน ซึ่งการรถไฟฯ ได้สั่งการให้สถานีรถไฟประกาศทางเครื่องกระจายเสียงทุกครั้ง ที่มีขบวนรถไฟฟรีจอดบริการที่สถานีด้วย อย่างไรก็ตามสามารถตรวจสอบจากป้ายประกาศของสถานี หรือจาก Web site ของการรถไฟ http://www.railway.co.th หรือ โทรศัพท์สายด่วน 1690 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องหนุ่มใหญ่ ซิ่งรถชนรั้วพันธมิตรฯ
July 30, 2008
หนุ่มใหญ่เจ้าของร้านอาหาร เมาปลิ้น ขับรถชนรั้วทางเข้า - ออก ด้านหลังเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน ล้มระเนระนาด แถมพกอาวุธปืนใส่เสื้อเกราะกันกระสุนพร้อมรบ สารภาพ อ้างดื่มหนักอยากขับรถมาสักการะพระบรมรูปทรงม้า ปัดไม่เห็นสัญญาณไฟ หรือป้ายบอกทาง จึงได้ขับรถพุ่งชน ด้าน ตร.แจ้งพกพาอาวุธ - ขับรถโดยประมาทขณะมึนเมา

วันนี้(30 ก.ค.)เมื่อเวลา 03.10 น. พ.ต.ท.เฉลิมชัย วงศ์เจียม พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน.นางเลิ้ง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า มีชายขับรถพุ่งชนแผงเหล็กกั้นทางเข้า-ออก ด้านหลังเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน แขวงและเขตดุสิต กทม.จึงรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ทางเข้าด้านหลังเวทีพันธมิตรฯ พบรถยนต์ยี่ห้อ แลนด์โรเวอร์ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน พว 2243 กทม. จอดอยู่สภาพด้านหน้ามีรอยถลอกเล็กน้อย สปอร์ตไลท์ด้านหน้าถ่างออกเล็กน้อย ขณะเดียวกันมีแผงเหล็กกั้นทางเข้าล้มระเนระนาด ขณะเดียวกันพบว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรฯปี กำลังควบคุมตัวคนขับรถคันดังกล่าวไว้ทราบชื่อคือ นายสโรชคริษฐ์ พรหมอักษร อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 8 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. อยู่ในสภาพมึนเมาพูดจาไม่รู้เรื่อง
นอกจากนี้จากการค้นในตัวนายสโรชคริษฐ์สวมใส่เสื้อเกราะ พกอาวุธปืนขนาด .357 และขนาด 11 มม.อยู่ 2 กระบอก ขณะเดียวกันจากการตรวจค้นภายในรถพบอาวุธปืนซุกซ่อนอยู่ด้วยกัน 4 กระบอก ประกอบด้วย ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ขนาด.32 11มม. .380 และปืนลูกซองยาว อย่างละ 1 กระบอก และยังพบเครื่องกระสุนจำนวนมาก ขณะเดียวกันในรถยังพบเสื้อแจ็กเก็ตของพรรคชาติไทย นามบัตรระบุชื่อนายสโรชคริษฐ์ อาชีพทนายความ และเป็นเจ้าของร้านอาหารเรือนคำหยาด บัตรสมาชิกพรรคชาติไทย บัตรประจำตัวชุดปฏิบัติการพิเศษ บก.สส.ทั้งนี้ จากการตรวจสอบหน้ารถพบสติ๊กเกอร์ผ่านเข้าออกกองทัพเรือ ติดอยู่ด้วย
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายสโรชคริษฐ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลุ่มพันธมิตรฯ ไปทำการสอบปากคำที่ สน.นางเลิ้ง โดยมี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.1 พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รองผบก.น.1 พ.ต.อ.วิบูลย์ยุทธ สันทัดเวช ผกก.สน.นางเลิ้ง ร่วมสอบปากคำ
จากการสอบสวน นายธนา แสงรังสรรค์ อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่รปภ.ของกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตน และเพื่อนปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยการชุมนุมอยู่บริเวณ ด้านหลังเวทีปราศรัย บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ได้เห็นรถคันดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วสูงบนถนนราชดำเนิน ผ่านแยกจ.ป.ร. มุ่งหน้ามายัง แยกมัฆวาน โดยรถขับมาด้วยความเร็วสูงไม่มีการเหยีบเบรก หรือชะลอความเร็วแต่อย่างใด ก่อนพุ่งชนแผงเหล็กซึ่งกั้นเป็นสองชั้น มีรปภ.ได้รับบาดเจ็บ 3 คน พวกตนจึงได้ทำการปิดล้อมรถ และเชิญคนขับลงมาจากรถ ปรากฏว่า คนขับอยู่ในอาหารเมาสุรา พูดจาไม่รู้เรื่อง ขณะเดียวกันพบว่านายสโรชคริษฐ์ พกอาวุธปืนในตัวจำนวนมาก จึงได้แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ
ด้าน นายสโรชคริษฐ์ กล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของร้านอาหารเรือนคำหยาด ย่านบางแค และเคยเป็นครูสอนยิงปืนตำรวจ ก่อนเกิดเหตุได้ดื่มสุราที่ร้าน ซึ่งตนก็ดื่มเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว หลังจากเมาได้ที่ได้นึกครึ้มใจ อยากมาสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 จึงได้ขับรถมา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุพบว่าเป็นที่มืดมองไม่เห็น ประกอบกับไม่มีสัญญาณไฟ หรือ ป้ายบอกทางใดๆ จึงได้พุ่งชนแผงเหล็กดังกล่าว ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนไม่ได้ตั้งใจ เพราะหากตั้งใจจะชนมากกว่านี้อีก
ส่วนที่พกปืนจำนวนมากนั้น นายสโรชคริษฐ์ กล่าวว่า เป็นคนชอบเล่นปืน ซึ่งที่บ้านยังมีอาวุธปืนเก็บอยู่อีกกว่า 50 กระบอก ส่วนที่มีอาวุธปืนอยู่ในรถจำนวนหลายกระบอกนั้น เพราะชอบสะสม ไม่ได้ตั้งใจจะไปยิงใคร แต่มีติดรถไว้เท่านั้น ซึ่งปืนทุกกระบอกมีทะเบียนถูกต้อง ตนเป็นประชาชนจะพกปืนไม่ได้หรืออย่างไร ขนาดโจรยังพกปืนได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้เกลียดกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ไม่ชอบที่มาชุมนุมกีดขวางทางจราจร ซึ่งโดยส่วนตัวตนเป็นคนที่เบื่อและไม่สนใจเรื่องการเมืองอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นที่จะมาทำร้ายใคร
พ.ต.อ.วิบูลย์ยุทธ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายังอยู่ในอาการมึนเมา ซึ่งจากการตรวจวัดปริมาณแฮลกอฮอล์ในเลือดพบว่ามีแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 120 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาขับรถขณะมึนเมาสุรา ยุทธภัณฑ์ทางทหารไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร และขับรถโดยประมาท
ต่อมาเมื่อเวลา 05.00 น.พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯได้เดินทางมาที่ สน.นางเลิ้ง เพื่อติดตามผลการสอบสวน โดย พล.ต.จำลอง ได้ตรวจดูสภาพรถของผู้ต้องหา ก่อนกล่าวว่า ไม่ได้มาร่วมสอบปากคำ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งกรณีนี้ผู้ต้องหาจงใจมาสร้างวุ่นวายกลุ่มพันธมิตรฯหรือไม่ ตนไม่ทราบ ต้องรอการสอบสวนของตำรวจ แต่เรามาดูว่าทุกอย่างมันเป็นไปตามที่เราคาด ว่าฝ่ายตรงข้าม ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล หรือพรรคร่วมรัฐบาล กำลังทำร้ายพวกเราโดยใช้ควมารุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งยืนยันว่าตนไม่กลัว กลุ่มผู้ชุมนุมเองหลังเกิดเหตุตนได้ขึ้นชี้แจงบนเวทีทุกคนก็ไม่กลัว และมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยของกลุ่ม พันธมิตรฯ
พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ในเรื่องการรักษาความปลอดภัย พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ในฐานะประธาน คณะกรรมการพลังแผ่นดิน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ติดต่อกับผู้ใหญ่กับกองทัพไว้เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ กลุ่มพันธมิตรฯ อาจจะได้รับความรุนแรงมากขึ้น มีการใช้อันธพาลมารุมทำร้ายกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งผู้ใหญ่ในกองทัพได้ตกลงด้วยวาจาเรียบร้อยแล้ว ว่าจะส่งทหารมาช่วยดูแล ซึ่งวันนี้จะได้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร โดยขอให้มีสารวัตรทหารในเครื่องแบบมายืนดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ซึ่งอาจจะมีจำนวนไม่มากนักก็ได้ อย่างไรก็ตามกำลังหลักในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมยังเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเหมือนเดิม ซึ่งได้มีความพร้อมรับมือสถานการณ์ต่างๆได้
ที่มา ผู้จัดการ
